นิทานภาพประกอบเรื่อง "ลิ้นจี่ ... ทำดีมากจ๊ะ" (บทที่ 2)

ณัฐรดา
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

บทที่ 2 โมโหแล้วนะ  

 

ลิ้นจี่หลับไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าว่องไวแวะมาหาเพื่อขอดูรูปสวนว่าวาดเสร็จหรือยัง พอตื่นขึ้นมาลิ้นจี่จึงรู้ว่าเป็นวันใหม่ หลังจากทานอาหารเช้าแล้วลิ้นจี่ก็วาดรูปให้ว่องไวต่อ

ตกเย็นว่องไวแวะมาหาอีกที คราวนี้มีหนังสือเล่มใหญ่มาให้ลิ้นจี่ด้วย ว่องไวบอกว่าดีจังที่เมื่อวานมาตอนที่ลิ้นจี่ยังหลับอยู่ เพราะเมื่อวานว่องไวลืมเอาหนังสือมา

“ขอบใจจ๊ะ”

ลิ้นจี่บอกขณะรับหนังสือ ว่องไวช่างมีน้ำใจ คงอยากให้อะไรลิ้นจี่บ้าง

“รูปของว่องไวก็เสร็จแล้วนะ”

ขณะที่ลิ้นจี่ส่งรูปให้ก็แอบเห็นแววตาว่องไวเป็นประกาย

“สวยจัง ขอบใจลิ้นจี่มากเลย”

“ลิ้นจี่รู้มั๊ย เมื่อวานกุ๊งกิ๊งวิ่งวุ่นทั้งวันเลย ท่าทางเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่างอยู่”

“อ๋อ”

ลิ้นจี่ไม่สงสัย คงกำลังหาพรรณไม้ชนิดต่างๆมาสร้างสวนให้คุณนายเตาะแตะ แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อ ว่องไวก็กลับพูดต่อเองอย่างว่องไว

“ว่องไวว่า เดี๋ยวว่องไวก็จะวิ่งวุ่นเหมือนกันแล้วละ ไปก่อนนะจ๊ะลิ้นจี่”

“จ๊ะ แล้วลิ้นจี่จะไปดูสวนที่ว่องไวสร้างนะจ๊ะ”

ว่องไวกระโดดอย่างว่องไวไปสมชื่อ ลิ้นจี่ยืนดูว่องไวจนลับสายตา แต่พอละสายตาไปจากจุดที่ว่องไวลับหาย มากวาดตาดูรอบๆโพรง ก็รู้สึกว่าสวนของตัวเองช่างรกร้างเสียจริงๆ คงเป็นเพราะลิ้นจี่มัววาดรูปอยู่ เลยไม่ค่อยมีเวลาดูแลสวน เห็นทีจะต้องดูแลจริงๆสักที

“ตอนนี้ก็ว่างแล้วนี่”

ลิ้นจี่บอกกับตนเอง

.................................... 

เวลาที่เราไม่ว่าง รู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปไวจัง ไม่ทันไร ต้นไม้ที่ลิ้นจี่ไปหามาปลูกในสวนรอบโพรงก็ออกดอกบานพรู พอเห็นดอกไม้บาน ลิ้นจี่ก็นึกถึงสวนของคุณนายเตาะแตะขึ้นมาได้ ป่านนี้ดอกไม้ในสวนคุณนายที่กุ๊งกิ๊งไปสร้างไว้ก็คงบานสวยแล้วเช่นกัน

“ไปเยี่ยมคุณนายเตาะแตะหน่อยดีกว่า”

พอคิดได้ปั๊บ ลิ้นจี่ก็กระโดดไปหาคุณนายปุ๊บ แต่พอใกล้ถึงโพรงคุณนาย ลิ้นจี่ก็ต้องเบิกตาโต ตกใจ ที่เห็นรูปร่างต้นไม้ไม่เหมือนกับที่วาดให้กุ๊งกิ๊งไปเลย

“ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ”

ลิ้นจี่หยุดกระโดดพรืด พลางถามตัวเอง

“ที่ลิ้นจี่วาดไว้มันไม่ใช่อย่างนี้นี่”

และถามซ้ำ

 “สวยจังเลย สวยจัง”

มีเสียงดังมาจากข้างหน้า เสียงใครน่ะ พวกเขาคงหมายถึงสวนที่กุ๊งกิ๊งสร้าง ลิ้นจี่มองไปที่ต้นเสียง กระต่ายอ้วนผอมสองพี่น้องนั่นเอง ตัวอ้วนเป็นพี่ ตัวผอมเป็นน้อง สองตัวนี้ลิ้นจี่ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ ลิ้นจี่อยากรู้ว่าเขาจะพูดถึงสวนอย่างไรต่อไป จึงค่อยๆย่องไปแอบฟังอยู่หลังพุ่มไม้

“กุ๊งกิ๊งนี่เก่งจังนะ สร้างสวนได้สวยขนาดนี้”

สวยที่ไหน

ลิ้นจี่แย้งในใจ

ลิ้นจี่วาดต้นฮอลลี่ฮ๊อคต่างหาก ไม่ใช่ทานตะวันอย่างนี้

เสียงตัวน้องสนับสนุนคำพูดตัวพี่

“นั่นซี เราสร้างสวนอย่างนี้บ้างก็น่าจะดีนะ”

ไม่ดีหรอก ที่ลิ้นจี่วาดไว้สวยกว่านี้นะ

ลิ้นจี่คิดต่อ

 “ใช่แล้ว โพรงเราอยู่ใกล้ๆกัน เราสร้างสวนเดียวอยู่ตรงกลางดีมั๊ย”

อือม์ ไม่เลวนะ ไว้ลิ้นจี่วาดแบบให้เอามั๊ย

เสียงตัวอ้วนถามน้อง

“ ดีจ๊ะ ไปถามกุ๊งกิ๊งกันเถอะ ว่าเราควรทำยังไงดี”

อ้าว จะไปไหนล่ะ

ลิ้นจี่เบิกตาโตอีกตลบ เมื่ออ้วนผอมกระโดดเลี่ยงไปอีกทาง

ทำไมไม่ถามลิ้นจี่ล่ะ ลิ้นจี่ต่างหากที่เป็นผู้คิดแบบสวนสวยๆอย่างนั้น

ทิ้งลิ้นจี่ให้ยืนมองตามจนตาโตๆ โตค้าง

ดูสิ ลิ้นจี่อุตส่าห์เสียเวลาทำงานตั้งนาน สุดท้ายไม่มีใครพูดถึงลิ้นจี่เลย

“โมโหแล้วนะ ทั้งอ้วนผอม ทั้งกุ๊งกิ๊ง”

ลิ้นจี่ตะโกนตามหลัง

พอหันไปดูสวนตรงหน้า

ฮึ

ก็ต้องพ่นลมออกทางจมูกพร้อมกับเมินหน้าหนี

เสียทีที่ทำ กลับดีกว่า

เพราะความโกรธ พอกลับถึงโพรง ลิ้นจี่เลยทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ได้ ได้แต่หันรีหันขวางอยู่ในโพรงไม้ แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นหนังสือที่ว่องไวให้ไว้ อือม์ ตั้งแต่ได้มายังไม่เคยเปิดอ่านเลยนี่นา อ่านหนังสือแก้กลุ้มก็ได้

อือม์

ลิ้นจี่รำพึงขณะค่อยๆอ่าน ค่อยๆทำความเข้าใจไปตามเนื้อหา

หนังสือเล่มนี้ดีจริงๆ

ลิ้นจี่คิด ขณะที่อ่านพบเหตุผลที่ทำให้ลิ้นจี่โกรธ

แต่ .....

มันก็น่าโกรธอยู่นะ ก็ลิ้นจี่เป็นผู้คิดครั้งแรกนี่

ก็ยังอุตส่าห์แย้ง

แต่ .....

อือม์

........................................................................

อิงธรรมท้ายบท  

ขอบคุณหนังสือของว่องไวจังที่ทำให้ลิ้นจี่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้ว่าทำไมลิ้นจี่จึงโกรธ

เพราะหลายๆเหตุผลรวมๆกัน (ปฏิจจสมุปบาท ในแง่สิ่งใดๆเกิดจากปัจจัยต่างๆอิงอาศัยซึ่งกันและกัน) นั่นเองที่ทำให้ลิ้นจี่โกรธ ซึ่งก็คือ เพราะเมื่อลิ้นจี่มองเห็นภาพสวน (รู้รูปทางตา) ที่ว่องไวสร้างแล้ว เห็นว่าผิดไปจากที่ลิ้นจี่ออกแบบ เพราะเห็นว่ามีผู้ชื่นชมว่องไว แทนที่จะชมลิ้นจี่ที่เป็นฝ่ายออกความคิด (อิสสา แต่เดี๋ยวนี้มักถูกเรียกว่า อิจฉา) ก็ “แบบ” สร้างสวนที่ให้กุ๊งกิ๊งไปนั้น ลิ้นจี่เป็น “ผู้คิด” และใช้เวลาคิดตั้งสองวันนี่นา (ยึดมั่นในผลงานว่าเป็นของตัว) แต่พอให้ผู้อื่นนำไปใช้นำไปใช้ประโยชน์  ความดีของลิ้นจี่ที่ให้ผลงานตนเองกับผู้อื่นด้วยตั้งใจดี (ยึดมั่นในความดี อันนำไปสู่การต้องการผลตอบแทนในแง่ต่างๆ ) กลับไม่มีใครรู้ ไม่มีใครชื่นชมเลย และเพราะคิดว่างานแบบนี้ลิ้นจี่ทำได้ดีกว่ากุ๊งกิ๊ง (มานะ – ถือตัวว่าดีกว่าเขา, เสมอเขา,ต่ำกว่าเขา) 

พอเห็นสวนไม่เป็นไปอย่างที่คิดแล้ว ลิ้นจี่ก็ลงความเห็นไปเลยว่าสวนที่กุ๊งกิ๊งสร้างไม่สวย (รู้รูปทางตาแล้วรวบถือ หรือ เห็นดิ่งไปทางเดียว ด้วยอำนาจฉันทราคะ) และทุกข์ใจ (เพราะรวบถือ จึงเปิดโอกาสให้อกุศลธรรม คือ อภิชฌา หรือ ความคิดเพ่งเล็งจ้องจะเอาของคนอื่น และโทมนัส  หรือความเสียใจ ความเป็นทุกข์ใจ ครอบงำได้)

ต่อเมื่อได้อ่านหนังสือที่ว่องไวให้ ความคิดของลิ้นจี่จึงได้เปลี่ยนไปเป็น ครึ่งโกรธ ครึ่งไม่โกรธ เหตุก็เพราะ เมื่อลิ้นจี่คิดถึงสวนนั้น (รู้ธรรมารมณ์ด้วยมโน หรือรู้เรื่องที่จิตคิดทางใจ) แล้วเกิดความคิดเป็นส่วนๆ (แยกถือ ) คือเมื่อคิดถึงสิ่งดีๆที่กุ๊งกิ๊งตั้งใจทำ ลิ้นจี่ก็เห็นดีด้วย แต่พอคิดถึงว่าลิ้นจี่อุตส่าห์คิด แต่ไม่มีใครชม แถมยังไปชมกุ๊งกิ๊ง (แยกถือด้วยอำนาจกิเลส) ก็ยังนึกโกรธอยู่บ้าง (เพราะแยกถือจึงเปิดโอกาสให้อกุศลธรรม คือ อภิชฌา และโทมนัส ครอบงำได้)

แต่ในที่สุด ลิ้นจี่ก็รู้ว่า ไม่ว่าจะรวบถือ (นิมิตฺตคฺคาหี) หรือแยกถือ (อนุพฺยชฺนคฺคาหี) ก็เกิดเรื่องได้ทั้งนั้น และรู้ว่าการรวบถือ และ แยกถือ นี้ ถ้าเราไม่คอยระวัง (สำรวม) ก็เกิดได้ตลอดเวลาทั้งไม่ว่าจะจากการเห็นรูปทางตา ได้ยินเสียงทางหู รู้รสทางลิ้น ได้กลิ่นทางจมูก ถูกต้องทางร่างกาย และรู้เรื่องราวทางใจ

จะว่าไปแล้ว ไม่ว่าเรื่องอะไร ก็เกิดเพราะ "ตา หู ลิ้น จมูก กาย ใจ" (รวมเรียกว่า อินทรีย์ 6 หรือ อายตนะภายใน 6) นี่แหละนะ เราถึงต้องคอยระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ (สำรวมอินทรีย์) เวลารับรู้ รูป รส กลิ่น เสียง สิ่งต้องกาย และสิ่งที่ใจรู้ (รวมเรียก อารมณ์ 6 หรือ อายตนะภายนอก 6) ไง

แวะมาอ่านเรื่องของลิ้นจี่ตอนหน้าด้วยนะจ๊ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ^_^* ศิลปะเด็ก และการ์ตูนนิทานสำหรับเด็ก



ความเห็น (26)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  มาทักทายและอ่านธรรม

ได้รู้จักคำที่ไม่เคยได้ยิน เช่นแยกถือ รวบถือ

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณ nana

ขอบคุณที่แวะมานะคะ

 

เขียนเมื่อ 

การเขียนนิทานเด็ก มองว่าที่ยากที่สุด คือเขียนอย่างไรให้ภาษาที่ใช้ เป็นภาษาแบบเด็กๆ เพื่อเด็กจะได้อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายๆ ที่ว่ายาก

เพราะเลยวัยเด็กมา ม....า.....ก มากแล้วนั่นเองค่ะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจารย์ขจิต และน้องมะปราง สำหรับดอกไม้นะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณอาจารย์เหมียว สำหรับดอกไม้ด้วยค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ พี่ณัฐรดา : ยินดีค่ะ เลยแวะมาขออนุญาตแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ไว้ที่เฟสบุ๊คนะค่ะ ขอบคุณค่ะ =)

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • เห็นภาพหนูน้อยเต้นได้น่ารักมาก ๆ  นึกถึงกัลยาณมิตรก็เลยนำมาฝากกัน ชมเพื่อความเพลิดเพลินค่ะ
  • ด้วยความระลึกถึงค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

                                   ภาพขนาดย่อ

เขียนเมื่อ 

เป็นเรื่องราวดีๆ ที่มีประโยชน์ในการสอนธรรมะให้เด็กๆ

ขอแสดงความชื่นชมค่ะคุณณัฐ ลูกชายมาเมียงมองดู

เดี๋ยวจะเรียกมานั่งอ่านนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

เขียนเมื่อ 

กิจกรรมส่งเสริมการอ่านครับ เด็กๆ จะได้จินตนาการไปด้วย

ขอบคุณค่ะ..ตามมาอ่านต่ออีกด้วยความสนใจ..ตัวละครเพิ่มขึ้นอีกพร้อมกิจกรรมสอนใจในปีกระต่าย...

ภาพจาก internet

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณบุษรา

ขอบคุณสำหรับความน่ารักที่นำมาฝากนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณกุลมาตา

เรื่องราวของอาชาบำบัดที่บ้านน่าสนใจจังค่ะ

ขอบคุณที่แวะมานะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณครูบุญส่ง

ขอบคุณค่ะที่มาทักทายกัน

 

เขียนเมื่อ 
  • แวะมาอ่านเรื่องราวของลิ้นจี่
  • ทำดีแล้วยังหลงดี  ยังติดให้คนยกย่องยังไม่ดีจริงนะจ๊ะ ลิ้นจี่ อิอิ
  • ขอบพระคุณนิทานสร้างสรรค์ดี ๆ ที่สรุปข้อคิดทางธรรมอย่างชัดเจนค่ะ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณณัฐรดา

  • คุณยายมาให้กำลังใจคนเก่งค่ะ
  • เยี่ยมมากๆ งั้นรับดอกไม้ไปเล้ยยยย

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะพี่นงนาท

ตัวนี้คงเป็นพันธุ์เดียวกับว่องไวนะคะ

ขอบคุณค่ะที่มาเยี่ยมกัน

เขียนเมื่อ 
  • พี่ณัฐรดา
  • มาแต่เช้าเลย
  • ชอบนิทานแบบนี้มาก
  • ขอเอาไปให้หลานอ่านนะครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณธรรมทิพย์

หยิบเรื่องที่มักทำให้เกิดเรื่องมาร้อยเป็นนิทานน่ะค่ะ

ขอบคุณที่แวะมานะคะ

เขียนเมื่อ 

ผมชอบภาพวาดมาก ทำให้นึกถึงสมัยเด็ก ผมชอบอ่านการ์ตูนครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณยาย

มีดอกไม้มาฝากอีกแล้ว

ขอบคุณนะคะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

         มาอ่านธรรมะยามเย็นค่ะ  นิทานสนุกชวนติดตาม  ยังติดในรูป รส กลิ่น

เสียงอยู่ค่ะ

และใช้ทั้งอยตนะภายใน  อยตนะภายนอกรับรู้เรื่องราวต่างๆได้รวดเร็วมากค่ะ 

                              

                           ขอบคุณนิทานสนุกแฝงธรรมะชวนติดตามค่ะ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณเบดูอิน

แวะไปที่บ้าน มีมุมมองใหม่ๆ ที่น่าสนใจเสมอเลยค่ะ

ขอบคุณที่แวะมานะคะ

จิตตินาถ โรจนมุกดา
IP: xxx.230.45.148
เขียนเมื่อ 

นิทานอ่านสนุกมากคะ ชอบมาก

IP: xxx.204.104.111
เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากนะคะ คุณณัฐรดา วิทยาทานงานของคุณทำให้ได้แนวคิดในการเขียนหนังสือ ขอบคุณจากใจ

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่แวะมาและแสดงความเห็นไว้นะคะ

^_^

สำหรับคุณ จิตตินาถ โรจนมุกดา และคุณ [IP: 223.204.104.111] ขอบคุณค่ะที่แสดงความเห็นไว้ ดีใจค่ะที่งานที่ได้เผยแพร่เกิดประโยชน์บ้างค่ะ

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณนะคะที่เล่านิทานธรรมะให้ฟัง

มีการสรุปและขยายความให้ด้วย

ชอบ ชอบ ค่ะ