หนึ่งนาทีที่จะกล่าวขอบคุณใครสักคน หนึ่งนาทีที่จะบอกใครสักคนอย่างจริงใจในสิ่งที่คุณประทับใจเกี่ยวกับตัวเขา หนึ่งนาทีที่จะย้ำในสิ่งที่เขาทำได้ดี หนึ่งนาทีที่อาจเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่ง

พักนี้งานที่บริษัทยุ่งเป็นที่สุดเพราะเป็นช่วงสุดท้ายของ       โปรเจ็กที่ทีมงานทำอยู่ บางวันฉันใช้เวลาอยู่ในโรงงานกว่า 16 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ปัญหาหลากหลายที่มีมาไม่เว้นแต่ละวันทั้งที่คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้า (และแล้วความหวั่นกลัวนั้นก็กลายเป็นปัญหาขึ้นมาจริงๆ) และที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน ทุกคนในทีมต่างเหนื่อยไม่แพ้กัน

แต่ในความวุ่นวายนั้นบ่อยครั้งที่ฉันมักหามุมสงบนึกถึงสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน คิดถึงสิ่งที่ทำให้ฉันยิ้มขึ้นมาได้ท่ามกลางความโกลาหลนั้น

ความกระตือรือร้นที่จะช่วยแก้ปัญหาของคนงาน...

ความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนในทีม...

มิตรภาพ ไมตรี รอยยิ้ม....

ข้อความให้กำลังใจกันและกัน...

กาแฟเย็นชืดที่ใครบางคนเตรียมไว้ให้บนโต๊ะทำงาน..

คำพูดสั้นๆ ง่ายๆ แค่ว่า “Take care...”

เสียงตามสายจากเจ้านายที่บอกให้บอกทุกคนในทีมว่า "Thank you and Well done”

บางคนแค่เดินผ่านมาเพื่อจะถามว่า “How are you doing?”

คำพูดของใครคนหนึ่งที่บอกว่า “Just enjoy your day... be it good or bad...”

เพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่ได้ใช้เวลายาวนานนัก หากทำด้วยความจริงใจ มันมีอิทธิพลมากมายดังเรื่องจริงที่เคยอ่านเจอ

ในช่วงปิดเทอมโรเจอร์ไปทำงานพิเศษที่โรงงานตัดไม้แห่งหนึ่งในไอดาโฮ มลรัฐหนึ่งทางตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา เมื่อผู้จัดการโรงงานของเขาลางานสองสามวัน เจ้านายจึงขอให้โรเจอร์รักษาการณ์แทนเขา "ถ้าหากคนงานไม่ฟังคำสั่งของผม ผมจะทำอย่างไร?” โรเจอร์ถามเจ้านายของเขา โรเจอร์นึกถึงโทนี่ คนงานต่างด้าวที่ขี้บ่น ใบหน้าบึ้งตึงทั้งวัน ซึ่งทำให้คนอื่นพลอยอึดอัดไปด้วย "คุณสามารถไล่คนงานออกได้" เจ้านายเขาตอบ และเหมือนจะอ่านใจโรเจอร์ออกเจ้านายของเขาพูดต่อว่า "คุณคงกำลังคิดว่าคุณจะไล่โทนี่ออกทันทีที่มีโอกาส ผมจะรู้สึกผิดที่ทำอย่างนั้น ผมตัดไม้มากว่า 40 ปี โทนี่เป็นคนงานที่น่าไว้วางใจที่สุด เขาอาจบ่นและเข้ากับใครไม่ได้ แต่พอถึงเวลาทำงานโทนี่ทำงานหนักกว่าใคร เขามาก่อน กลับทีหลัง และไม่เคยมีอุบัติเหตุใดเกิดขึ้นในระหว่างการทำงานในแถบที่เขาทำอยู่"

โรเจอร์รักษาการณ์ในวันรุ่งขึ้น เขาเดินไปหาโทนี่และบอกเขาว่า "โทนี่คุณรู้ใช่ไหมว่าวันนี้ผมรักษาการณ์ดูแลโรงงานอยู่" โทนีเบ้ปากรับด้วยท่าทีที่กวนประสาทเป็นที่สุด "ผมพร้อมที่จะไล่คุณออกทันทีหากคุณสร้างปัญหาแม้เพียงน้อยนิดในช่วงสองสามวันนี้..แต่ผมอยากจะบอกคุณว่าผมจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะ....”

โรเจอร์เล่าถึงความประทับใจของผู้จัดการโรงงานที่มีในตัวโทนี่ ให้โทนี่ฟัง เมื่อโรเจอร์เล่าจบโทนี่มองลงพื้นพร้อมพูดว่า "ทำไมไม่มีใครบอกผมอย่างนี้ในช่วงแปดปีที่ผ่านมา"

วันนั้นโทนี่ทำงานหนักกว่าเดิม เขายิ้ม...

วันหนึ่งหลังจากนั้นโทนี่บอกโรเจอร์ว่า "ผมบอกพระเจ้าว่าคุณเป็นหัวหน้าคนงานคนแรกที่พูดว่า "โทนี่ คุณทำงานได้ดีมาก" ผมขอบคุณพระเจ้าที่ยังมีหัวหน้าคนงานแบบคุณอยู่"

โรเจอร์กลับไปเรียนตามปกติหลังช่วงปิดเทอมสิ้นสุดลง สิบสองปีหลังจากนั้น เขาพบโทนี่อีกครั้ง โทนี่กลายเป็นหัวหน้าคนงานบริษัทรับก่อสร้างทางรถไฟที่ใหญ่ที่สุดของรัฐแคลิฟอร์เนีย โรเจอร์ถามโทนี่ว่าอะไรทำให้เขาย้ายจากไอดาโฮมาถึงแคลิฟอร์เนียและประสบความสำเร็จได้ถึงเท่านี้ โทนี่ตอบว่า "ถ้าไม่ใช่เพราะหนึ่งนาทีที่คุณคุยกับผมในไอดาโฮ ผมอาจจะฆ่าใครสักคนไปแล้ว แต่หนึ่งนาทีที่คุณพูดกับผม เปลี่ยนชีวิตผมทั้งชีวิต"

แค่เพียงหนึ่งนาที คุณมีเวลาหนึ่งนาทีที่จะกล่าวขอบคุณใครสักคนไหม คุณมีเวลาแค่หนึ่งนาทีที่จะบอกใครสักคนอย่างจริงใจในสิ่งที่คุณประทับใจเกี่ยวกับตัวเขาไหม คุณมีเวลาแค่หนึ่งนาทีที่จะบอกย้ำในสิ่งที่เขาทำได้ดีเพื่อเป็นแรงใจให้เขาไหม เพราะเวลาแค่เพียงหนึ่งนาทีนั้นอาจเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้

ที่มาของเรื่อง One minute can change a life: http://www.sikhphilosophy.net/inspirational-stories/14340-one-minute-can-change-a-life.html

แค่เพียงหนึ่งนาทีบวกความจริงใจของเพื่อนร่วมงาน แต่เชื่อไหมคะว่ามันมีพลังยิ่งใหญ่ที่จะช่วยให้ฉันเดินต่อไปในวันพรุ่งนี้ได้อีกวัน

เก็บภาพหนึ่งนาทีอันงดงามยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าจาก Woodlands Waterfront ที่ขับรถผ่านหลังเลิกงานเมื่อวานมาฝากค่ะ