โรงเรียนคงทองวิทยาจัดปัจฉิมนิเทศนักเรียนชั้น ม.๖ นอกสถานที่ที่สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี ในระหว่างวันที่ ๒ - ๓ มีนาคม ๒๕๕๔ โดยนัดหมายให้นักเรียนมาพร้อมกันในวันที่ ๒ มีนาคม ตั้งแต่เวลา ๐๕.๓๐ - ๐๖.๐๐ น.
เด็ก ๆ ต่างตื่นเต้นที่จะได้เดินทางไกล และมีโอกาสไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะแยกย้ายกันไปศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา...
ครั้นได้เวลาเดินทางมีนักเรียนไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน ๖ คน ซึ่งมีเหตุผลต่างกันไป บ้างก็เป็นลมพิษกะทันหันเพราะแพ้ของดอง....บ้างก็มาไม่ทัน บ้างก็มีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่คนที่น่าสงสารที่สุดเห็นจะเป็น วรพงศ์ พระพิมลพรรณ์ นักเรียนชั้น ม.๖/๕ เมื่อพบเด็ก....ผู้เขียนจึงได้ถามเหตุผล
คนไหนวรพงศ์ ลองทายซีคะ ใครทายถูกให้รางวัล
"อาจารย์ครับ ผมโคตรเสียใจเลยครับ
ผมอุตส่าห์วางแผนเสียดิบดี เตรียมกระเป๋าเรียบร้อย
จะทำตัวยังไง จะคุยกับเพื่อนยังไง
ผมตื่นเต้นมากเลยครับ ผมไม่ได้ไปไหนหลายปีแล้ว
ผมกะว่าผมจะไม่นอนกลัวนอนแล้วไม่ตื่น
พอตีสามผมเผลอหลับไป..."
"แล้วเธอไม่ได้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้หรือคะ ? "
ผู้เขียนซักถาม
"ผมให้เพื่อนโทรมาปลุก อาจารย์ครับ
เพื่อนผมโทรศัพท์หาผมตั้งแต่ตีสี่โทรตั้ง ๗๐
สาย ช่วยกันโทรตั้งหลายคน
ผมอุตส่าห์เอาโทรศัพท์ไว้ใกล้ ๆ หู ผมยังไม่ตื่นเลย"
"น่าเห็นใจจริง ๆ ทำไมนอนขี้เซาขนาดนั้น"
"ผมตื่นขึ้นมาตอนหกโมงครึ่งโทรหาเพื่อนเขาก็ไปหมดแล้ว
พงษ์ศิริกับอนุชาขอร้องให้ผมนั่งรถไฟไป
ผมก็อยากไปแต่ผมนั่งรถไฟไม่เป็น... .ผมซึมเลยนั่งคิดถึงเพื่อน ๆ
ป่านนี้คงเที่ยวกันสนุกสนาน...."
วรพงศ์พูดด้วยน้ำเสียงเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
"อย่าเสียใจเลยนะคะ โอกาสหน้าค่อยไปเอง ตื่นเต้นจนไม่ได้ไปครูเห็นใจจริง ๆ คราวต่อไปจำไว้อย่าตื่นเต้นมาก"
ความไม่แน่นอนคือความแน่นอนของชีวิตโดยแท้ ผู้เขียนรู้สึกสงสารเด็กจับใจ อะไรที่ตึงเกินไปย่อมส่งผลเสียเช่นนี้เสมอ หากวรพงศ์ไม่ตื่นเต้นมากนอนตามปกติเธอคงไม่ต้องกล่าวคำว่า “โคตรเสียใจ”

ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต
ความรักระหว่างเพื่อน เป็นความรักใสใส
เป็นความฝันระหว่างวัยเยาว์อันน่าจดจำ
สำหรับเด็กในวัยนี้ คำว่า "เพื่อน" สำคัญมากและเป็นปัจจัยสำคัญของการใช้ชีวิต
กล่าวกันว่า มิตรภาพ ในวัยเด็กจะยั่งยืนยิ่งกว่าวัยอื่น ๆ นะคะ
ตอนรุ่นตัวเองจะใช้คำว่า "เสียใจโคตร ๆ เลย"... ค่ะ
(^__^)
"เสียใจโคตร ๆ " กับ "โคตรเสียใจ" ความหมายคือกันนะคะ อิอิ
สวัสดีค่ะ..ครูธรรมทิพย์
ครูเล็กก็เคยพบกับประสบการณ์เช่นนี้เหมือนกัน
สมัยเรียนอยู่ ม.ปลาย วันหนึ่งเรามีโอกาสได้ไปทัศนศึกษาในกรุงเทพฯเป็นครั้งแรก
เพื่อนคนหนึ่ง ไม่ยอมนอนอยู่ที่บ้าน รีบมาโรงเรียนตั้งแต่หัวค่ำ เพราะกลัวจะมาไม่ทัน
หรือหลับแล้วไม่มีใครปลุก มาถึงโรงเรียนก็ตรงไปบ้านพักนักการภารโรง
เพื่อขอนอนพักเอาแรง ก่อนเดินทางไปกรุงเทพฯ โดยไม่ได้บอกเพื่อนๆไว้ก่อน
สมัยก่อน เราคุ้นเคยกับผู้ใหญ่ที่อยู่ในรั้วโรงเรียนกันทุกคน
ผลปรากฏว่าทั้งเพื่อน ทั้งลุงภารโรง หลับกันหมด เที่ยงคืนแล้ว..
เพื่อนหาตัวกันให้วุ่นวาย และคิดว่า..เพื่อนคนนี้คงไม่ได้รับอนุญาตให้ไปด้วยแน่ๆ
สุดท้าย..เพื่อนก็ไม่ได้ไปกับเรา..โคตรเสียใจเลย..ผ่านมา เกือบ 30 ปีแล้วค่ะ
มากกว่าคนไม่ได้ไปอีกนะคะ
ผมอ่านแล้วโคตรเสียดาย ไม่ได้ไปกับเพื่อน แต่ชื่อน่าสนใจครับ นึกว่ามีคนที่รักจากไปครับ
สวัสดีค่ะ
คงจริงดั่งพี่คิมว่านะคะ เด็ก ๆ เขารักกันมาก...
น่าสงสารเนาะเด็กคนที่พลาดโอกาสดีๆไปอย่าง...ไม่คาดคิด
คงเป็นเรื่องที่เขาจดจำไปตลอดและมีเรื่องเล่าให้ลูกหลานฟังต่อๆไปนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นใจเด็กค่ะ เป็นเราก็เสียดายเหมือนกัน ไม่เป็นไรเหตุสุดวิสัย
อุ้มไม่ได้ลาเพื่อนๆเลยออกมาก่อนเขาปีหนึ่ง เลยไม่ได้เห็นบรรยากาศม.6ที่โรงเรียนเก่าค่ะแต่มาเห็นตอนเรียนภาคค่ำที่ขอนแก่นค่ะ อ่านบันทึกนี้ก็ทำให้คิดถึงเพื่อนๆค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปให้กำลังใจค่ะ
หลับฝันดีค่ะ
ชีวิตมัธยมปลายน่าจะเป็นช่วงที่สนุกที่สุด แต่ธรรมทิพย์ก็ไม่เคยสัมผัสประสบการณ์เช่นนั้นเพราะเรียนนอกระบบค่ะ
คนที่สองจากซ้ายหรือเปล่า ครับ
เห็นมีรอยแป้งติดตามแต้มด้วย
..
น่าจะออกมาจากบ้านไม่นาน
เหตุเพราะนอนขี้เซา..และตื่นสายเป็นประจำ
..
เข้าใจความรู้สึกของน้องเค้านะครับ
..คงต้องปฎิวัติในเรื่องของตัวเองที่เป็นจุดบอดนี้ จริง ๆ (ฝากบอกน้องเค้าด้วยนะครับ)
การเริ่มบางสิ่ง บางอย่าง บางครั้ง มันไม่ใช่เรื่องยากอย่างใจคิด
..
ขอบคุณ คุณธรรมทิพย์มากนะครับ
ห่วงสวยมากกว่าห่วงเวลา
สวัสดีค่ะพี่ธรรมทิพย์
สวัสดีค่ะพี่
สวัสดีค่ะ
เด็กๆสดใส น่ารักประสาเด็กนะคะ
ตื่นเต้นเกินไปเลยอดไปสนุกกับเพื่อนเลย