ถ้ามัวแต่ไม่กล้า กลัวจนตัวสั่นงันงกอยู่อย่างนี้ จะข้าม "ภูเขา" อันน่าครั่นคร้ามนี้ไปได้อย่างไรกันเล่า

 

 

 

        มี “ภูเขา” ลูกหนึ่งที่น่าครั่นคร้ามอย่างยิ่งสำหรับเราผู้ยังเป็นปุุถุชน

นั่นคือ ภูเขาของการไม่กล้ายอมรับและเปิดเปลือยความคิด/ความรู้สึกของตนเอง

         ภูเขานั้น...สูงใหญ่เสียจนแค่มองไกล ๆ ก็ท้อใจอ่อนแรงเสียแล้ว

ไม่กล้าแม้จะก้าวเิดินต่อ...กลัวจนจับใจ

 

ทางขึ้นช่างรกเืรื้อไปด้วยวัชพืชแห่ง "อวิชชา"

ระหว่างทางเต็มไปด้วย ต้นแห่ง "อัตตา" ที่คอยพันแข้งพันขา

มองไปรอบ ๆ ก็เต็มไปด้วยก้อนหินใหญ่บ้างเล็กบ้างของ "กิเลส"

ทั้ง รัก โลภ โกรธ หลง ริษยา อาฆาต ... สารพัดสารพัน

 

ถ้ามัวแต่ไม่กล้า กลัวจนตัวสั่นงันงกอยู่อย่างนี้

จะข้าม "ภูเขา" อันน่าครั่นคร้ามนี้ไปได้อย่างไรกันเล่า

 

กล้า ๆ หน่อย เดินไปอย่างมั่นใจ เชิดหน้าให้สูง ๆ

มองซ้ายมองขวาบ้างพออย่าให้เสียกิริยา (รักษาฟอร์มไว้บ้าง)

เดิน ๆ ไป ก็พบว่า...เอ๊ะ...เรามีเพื่อนเยอะเหมือนกันนะนี่

ดีใจจัง...ที่รู้ว่าเราไม่เดียวดายในเส้นทางที่จะข้ามภูเขานี้เลย...


การยอมรับและกล้าเปิดเปลือยความคิดความรู้สึกของเราอย่างตรงไปตรงมา ทำให้เราได้มีโอกาสเรียนรู้และเติบโตงอกงาม ซึ่งเป็นทางตรงที่เราจะสามารถก้าวข้าม ภูเขาอันน่าครั่นคร้ามนี้ได้

 

เขียนด้วยความรู้สึก “ขอบคุณ” ต่อ กัลยาณมิตรทุกท่านที่เป็นเพื่อนร่วมทาง...

ในภูเขาแห่งสังสารวัฏอันวกวนนี้ค่ะ