สตินำ ปัญญาตาม
ลูกรัก . . .
เมื่อเราไม่ต้องการความผิดพลาด
ไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายในสิ่งที่ทำหรือที่พูดไป ก็ต้อง คิดก่อนทำ คิดก่อนพูด เสมอไป การคิดก่อนทำ คิดก่อนพูด เพื่อป้องกันคสามผิดพลาดนั้นเป็นความหมายของคำว่า “สติ”
สติ หมายถึง ความพินิจไต่ตรอง ความนึกขึ้นได้ไม่หลงลืม สตินี้เป็นสิ่งจำเป็นที่สุดในการดำเนินชีวิต คนเราต้องมีสติอยู่เสมอ คนที่เผลอสติหรือขาดสติจะทำอะไรพูดอะไรก็มักจะผิดพลาดเผลอไผล ลืมโน่นลืมนี่ เมื่อขาดสติก็ทำให้เสียหายร่ำไป ต้องมาเสียเวลาแก้ตัวหรือแก้ปัญหาภายหลัง ทำให้ยุ่งยากมากขึ้น การมีสติเท่ากับมีเครื่องป้องกันความผิดพลาดและความเสียหายไว้ชั้นต้น
สตินั้นจะต้องนำปัญญาคือความรู้ความสามารถ ปัญญาจะต้องมีสติคอยควบคุมอีกชั้นหนึ่ง สติต้องเป็นตัวนำ ปัญญาเป็นตัวตาม คนที่ปัญญาฉลาดรอบรู้สารพัดแต่ขาดสติก็มักจะทำอะไรผลีผลาม ไม่ทันคิดหรือไม่ได้คิด ดันทุรังไปข้างหน้าเรื่อยไป พอเกิดผิดพลาดหรือเสียหายขึ้นมาก็มักจะบ่นเสียใจภายหลังว่ารู้อย่างนี้ไม่ทำเสียดีกว่า อะไรทำนองนี้ ประเภทนี้เรียกว่ามี ปัญญานำ สติตาม
ถ้ามี สตินำ ปัญญาตาม
ทุกอย่างก็ก็จะไม่เกิดความยุ่งยากเสียหาย
จะสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า สติกับปัญญา
เป็นสิ่งที่มีอุปการะมากในการทำงานทุกอย่าง
และจะต้องให้มีคู่กันไป มีสติแต่ขาดปัญญา
หรือมีปัญญาแต่ขาดสติ ก็เอาดีได้ยาก
ที่มา => หนังสือบทเรียนชีวิตจาก คำพ่อ คำแม่ ฉบับพิเศษ สอนลูกให้สู้ชีวิต เขียนโดย : พระธรรมกิตติวงศ์
♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥