ซื้อที่ สปก. และได้แจ้งเปลี่ยนชื่อแล้วจะมีปัญหาหรือไม่?

      ถาม : ที่ดินของพ่อ อยู่ในเขต ส.ป.ก. แต่ไม่ได้แจ้งรังวัด (ที่ข้างเคียงเป็น ส.ป.ก.) จะมีผลอย่างไร และต้องทำอย่างไรต่อไป?

      ตอบ : ให้ไปแจ้งการครอบครองกับเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.เพื่อได้สำรวจรังวัดและรับรองสิทธิให้ตามที่กฎหมายปฏิรูปที่ดินกำหนด (หรือถ้ามีเอกสารสิทธิใดๆก็นำไปยืนยันพิสูจน์ความจริงกันได้) อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ดินที่ซื้อมานั้นเป็นที่ดินของรัฐ เป็นที่มือเปล่า ย่อมมีปัญหาเรื่องการออกเอกสารแสดงสิทธิในที่ดิน จึงต้องยอมรับหากปัญหานั้นเกิดขึ้น ส่วนการแก้ไข ขอแนะนำให้ไปแจ้งการครอบครองกับส.ป.ก. เพราะเห็นว่ากระบวนการปฏิรูปที่ดินเท่านั้นที่สามารถช่วยให้ได้กรรมสิทธิ์(โฉนดที่ดิน)ในที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เช่นนั้นคุณคงต้องปวดหัวกับเรื่องที่ดินแปลง(ใหญ่)นี้ไปอีกนาน

     ถาม :  สค.1หมายความว่าอย่างไร ช่วยตอบที?

     ตอบ : แบบแจ้งการครองครองที่ดิน(ส.ค. 1)คือใบแจ้งการครอบครองที่ดิน เป็นหลักฐานว่า ตนครอบครองที่ดินแปลงใดอยู่(แต่ปัจจุบันไม่มีการแจ้ง ส.ค.1อีกแล้ว)ส.ค.1 ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิ์ในที่ดิน เพราะไม่ใช่หลักฐานที่ทางราชการออกให้ เพียงเป็นการแจ้งการครอบครองที่ดินของราษฎรเท่านั้น รายละเอียดนอกจากนี้สอบถาม ปชส.ของกรมที่ดิน

    ถาม : เกษตรกร 1 รายสามารถมีพื้นที่ที่เป็น สปก. ได้มากที่สุดกี่ไร่ หากมีที่อยู่แล้ว 40 ไร่ปลูกต้นไม้และปลูกพืชผัก เต็มหมด สามารถรับมรดกจากบิดาอีก 20 ไร่ ได้อีกหรือไม่โดยต้องการที่จะใช้เลี้ยงสัตว์เช่นวัวเนื้อ เป็นต้น มีวิธีแบ่งแยกอย่างไร?

    ตอบ : ที่ดินที่ส.ป.ก.ได้มาจะจัดให้ใช้ประกอบเกษตรกรรมได้ไม่เกิน 50 ไร่โดยคิดรวมทั้งบุคคลในครอบครัวคือคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย แต่ ถ้าประสงค์จะใช้ที่ดินเลี้ยงสัตว์ใหญ่(โค กระบือ ม้า) ส.ป.ก.จะจัดให้ได้ไม่เกิน 100 ไร่ โดยต้องแสดงได้ว่ามีความสามารถและปัจจัยที่จะทำได้พร้อมคำรับรองจากกรมปศุสัตว์ โดยไปยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานที่ส.ป.ก.จังหวัด ถ้าต่อมาเกิดเบี้ยวไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ว่า ส.ป.ก.จะเพิกถอนการอนุญาตทั้งหมดหรือบางส่วนตามที่เห็นสมควรเพื่อนำไปจัดให้กับเกษตรกรอื่นต่อไป กรณีของคุณถ้าประกอบการเกษตรจะได้อีก 10 ไร่ แต่ถ้าใช้เลี้ยงสัตว์ใหญ่สามารถรับจากบิดาได้ทั้ง 20 ไร่ อย่างไรก็ตาม การขอมีที่ดินเกินสิทธิเพื่อเลี้ยงสัตว์ใหญ่ อำนาจพิจารณาเป็นของคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มี รมว.เกษตรฯเป็นประธาน

    ถาม : ซื้อที่ สปก. และได้แจ้งเปลี่ยนชื่อแล้วจะมีปัญหาหรือไม่?

    ตอบ : ถ้าคุณซื้อมาก่อนส.ป.ก. ทำการสำรวจรังวัด หรือก่อนการสอบสวนสิทธิ หรือก่อนคัดเลือกรับมอบที่ดิน ไม่เป็นไร ไปแจ้งขอเปลี่ยนแปลงข้อมูลสอบสวนสิทธิใหม่ได้ แต่ถ้าซื้อภายหลังได้คัดเลือกและมอบที่ดินให้กับผู้ขายไปแล้ว จะหมดสิทธิทั้งคู่(ผู้ขายและผู้ซื้อ) ก็ลองนึกดูว่าเข้ากรณีใหน ส่วนการรังวัดแบ่งแยกอาจอยู่ในขั้นตอนก่อนคัดเลือกก็ได้ ลองไปตรวจสอบดู

     ถาม : จะโอนที่ดินให้กับทายาท หรือจะถูกเพิกถอนเพราะขาดคุณสมบัติ แล้วถูกยืดที่ดินคืนหลวงหรือไม่ ?

     ตอบ : หลักการจัดที่ดินของส.ป.ก.คือจัดให้กับเกษตรกรทำประโยชน์ ดังนั้น เมื่อเป็นข้าราชการต้องถือว่าขาดคุณสมบัติเป็นเกษตรกรตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินฯ จึงหมดสิทธิที่จะได้ทำประโยชน์ในที่ดินนั้น จำเป็นจัดที่ดินให้กับทายาทของคุณที่เป็นเกษตรกร เช่น บิดามารดา คู่สมรส บุตร หรือพี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน ในที่ดินเอกชน(โฉนด /น.ส.3) ที่ส.ป.ก.จัดซื้อมาแล้วจัดให้ออกจะดูเป็นธรรม แต่ที่ดินของรัฐที่เกษตรกรถือครองอยู่ก่อนหรือซื้อมาก่อนการปฏิรูปที่ดิน ดูว่ากฎหมายจะไม่ให้ความเป็นธรรม หลายคนจึงเห็นว่าสมควรให้มีการปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงโดยเร็ว

    ถาม : ปัจจุบันบิดาได้รับจัดสรรที่สปก.จำนวน 50 ไร่ กรณีถ้าบิดาเสียชีวิตที่ดินสปก.จะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร?

    ตอบ : ส.ป.ก.อนุญาตให้ทายาท(ของผู้เสียชีวิต)รับมรดกสิทธิที่ดิน ดังนี้ 1.คู่สมรส หรือ บุตร 2.บิดามารดา 3. พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน ที่ดินที่บิดาคุณได้รับนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของ ส.ป.ก. ดังนั้น ทายาทที่มีสิทธิจึงเป็นไปตามที่ส.ป.ก.กำหนด ไม่ใช่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่ง-พาณิชย์เหมือนที่หลายๆคนเข้าใจ

    ถาม : การจัดที่ดินมีกี่ประเภทอะไรบ้าง?

    ตอบ : การจัดที่ดินสามารถแบ่งออกได้ตามประเภทของกิจการแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ

   1. การจัดที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ซึ่งประกอบด้วย  กรณีการจัดให้เกษตรกร และสถาบันเกษตรกร

   2. การจัดที่ดินเพื่อกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งลักษณะของกิจการเป็นไปตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

   3. การจัดที่ดินเพื่อกิจการสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นบริการสาธารณประโยชน์

   4. การจัดที่ดินเพื่อการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินมาใช้ประโยชน์  ตามกฎหมายอื่น ซึ่ง ส.ป.ก.เพียงให้ความยินยอมให้ใช้ที่ดิน ส่วนการอนุญาตให้ประกอบกิจการเป็นไปตามกฏหมายอื่น

     ถาม : ผู้มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน มีกี่ประเภท อะไรบ้าง?

     ตอบ : ผู้ที่มีสิทธิได้รับการจัดที่ดิน มี 4 ประเภท ดังนี้คือ

     1. กรณีจัดที่ดินเพื่อเกษตรกรรม  ต้องจัดให้แก่เกษตรกรผู้ที่ไม่มีที่ดินเป็นของตนเองหรือมีที่ดินเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

         1.1  ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก

         1.2  ผู้ประสงค์จะเป็นเกษตรกร บรรดาซึ่งไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง มี 3 ประเภท คือ

               1.2.1  บุคคลผู้ยากจน

               1.2.2  ผู้จบการศึกษาทางเกษตรกรรม

               1.2.3  ผู้เป็นบุตรของเกษตรกร

          1.3  สถาบันเกษตรกร

     2. กรณีการจัดที่ดินเพื่อกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับ การปฏิรูปที่ดิน ได้แก่ บุคคลหรือนิติบุคคลผู้มีความสามารถตามกฎหมายและประกอบกิจการตามที่กำหนดในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

     3. กรณีการจัดที่ดินกิจการสาธารณูปโภค ได้แก่ ส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ  หน่วยงานของรัฐและเอกชน ที่ดำเนินการโดยไม่หวังผลกำไร

     4. กรณีการจัดที่ดินเพื่อการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดิน มาใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น ได้แก่ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการในการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ประโยชน์