งานวิจัยประเภท Medical decision making/cost effective analysis เป็นสิ่งที่แพทย์ในเวชปฎิบัติไม่คุ้นเคยนัก เพราะคำตอบงานวิจัยใช้ในเชิงกำหนดนโยบายหรือ guideline อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของการทำวิจัยทางคลินิก การ"ทราบถึงวิธีคิด"ของ DA/CEA research นี้จะช่วยในการคิดคำถามงานวิจััยให้มีคุณค่า สามารถ "Translate" ไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการวิจัยคือ "เปลี่ยนแปลงเวชปฎิบัติ"
Concept 1: Cost effective analysis ...real
world
= "Cost" we invest per "Outcome"
gain
ผลลัพท์ของ Cost utility analysis มีหน่วยเป็น Dollars( Baths,
Yen etc..) per QALYs gain หรือเรียกอีกอย่างว่า Increment of
cost per QALYs
Cost
สิ่งสำคัญคือ "Cost ในมุมมองของใคร" เช่น
ค่าใช้จ่ายในการจ้างคนมาดูแลผู้ป่วยอัมพาตที่บ้าน ไม่ใช่ cost
ในมุมมองโรงพยาบาล โดยมาตรฐานจึงใช้ภาพรวมคือ "Society perspective"
Direct cost หมายถึง
ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาล เป็นตัวเงินชัดเจน
แหล่งให้ได้ที่น่าเชื่อถือ มักมาจากอัตราค่าใช้จ่ายภาครัฐ
Time cost หรือ
Opportunity cost ชื่อก็บอกว่า โดยคำนวณจากข้อมูลประชากรว่า
คนเพศนี้ อายุช่วงนี้ "เวลามีค่า - สร้างผลผลิต" ได้มากน้อยเพียงไร
รายละเอียดยังมีอีกมากที่นักเศรษฐศาสตร์สาธรณสุขน่าจะเข้าใจและอธิบายได้ดีกว่า
Outcome
Cost effective analysis ดั้งเดิมใช้ Health outcome
ที่เราคุ้นเคยกันดีคือ ระยะเวลามีชีิวิตรอด (survival years)
ต่อมาเริ่มพิจารณาว่า คุณภาพชีวิต ก็เป็นส่วนสำคัญ
กล่าวคือ 10 ปีที่ผู้ป่วยอยู่บนรถเข็น อาจมีค่าน้อยกว่า
กับ 1 ปีที่ไปไหนมาไหนได้สบาย
ปัจจุบันที่มาตรฐานของ Outcome จึงใช้ Quality-adjusted life
year
"QALYs" = Quality
factor ( เรียกอีกอย่าง Utility) X Years
Utility :
มีค่า 0-1 เป็นการประมาณ
"ความพอใจในชีวิตของผู้ป่วยในสถาวะนั้น"
( Patient's preference for a particular state of health -Khan JG)
ต้วอย่างเช่น การศึกษาเกี่ยวกับ Stroke outcome 0 = dead
0.2= Vegetative stage 0.5 = Bed ridden.. 1= Normal health
status เป็นต้น
วิธีการกำหนด utility อาจใช้วิธี Visual analog scale, Standard
gambling หรือ Time tradeoff ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อย
แต่ที่สำคัญคือ "มุมมองจากใคร (ดีที่สุดคือผู้ป่วยเอง)
และหมายความว่าอย่างไร" --> ผลจากงานวิจัยเชิง Qualitative
น่าจะช่วยในส่วนนี้
Years : ข้อมูล
prognosis ได้จากการศึกษาเชิง observational study
QALYs นี้จะนำไปใช้กับ Terminal node ใน Decision tree ต่อไป
มีอีกคำหนึ่งที่เจอได้คือ "Discount"ซึ่งหลักการมาจาก
"ความสุขที่มีอยู่ในปัจจุบัน ดีกว่าไปรอหวังในอนาคต"
- การ discount ในส่วน cost เข้าใจง่ายคือ 100
บาทตอนนี้มีค่ากว่าอีกใน 20 ปีข้างหน้า ดังนั้นค่าเงิน 100 บาทใน 20
ปีข้างหน้ามีค่าเทียบเท่า 80
- การ discount ในส่วน outcome..ยกตัวอย่าง สุขภาพดีตั้งแต่ตอนนี้
(utility =1.0) กับ ต้องรออีก 20 ปีถึงจะสุขภาพดี ปรากฎว่า
utility มีค่าเทียบเท่า 0.9
Concept 2: Decision tree
= Decision making node + Chance node +
Termanal node
Decision making node: อะไรคือทางเลือกในการรักษา
สมมติว่าผู้ป่วยที่มาด้วยอาการคลื่นไส้ที่ห้องฉุกเฉิน
แพทย์ควรส่ง CT brain ทุกรายหรือไม่ ?
Decision node
ในที่นี้คือ CT กับ ไม่ CT
Chance node และ Terminal node: โอกาสในแต่ละชะตากรรม
ผู้ป่วยลักษณะนี้มีชะตากรรม" (case scenario) อย่างไรได้บ้าง และมีโอกาส (Probability) ที่จะเกิดขึ้นเพียงไร
- โอกาสเกิดเหตุการณ์ ที่ตามมาจาก intervention เรียกว่า
Chance
node
ในกรณี Diagnositic test ใช้ข้อมูล prevalence sensitivity
specificity เพื่อหา False positive/negative rate
หากเป็นการรักษาใช้ข้อมูล efficacy และ adverse effect
- ผลลัพท์สุดท้าย หรือ Terminal node
ที่เป็นไปได้เรียงจากแย่มากไปดีมาก คือ Death, disability และ
normal จะเห็นว่าขึ้นกับ patient's risk factor
คนไข้อายุเท่าไหร่
เป็นเบาหวานไหม...ดังนั้นการวิเคราะห์ต้องระบุกลุ่มศึกษาให้ชัดเจน
ภาพ: โครงสร้างของ Decision tree
ที่มา: Detsky AS et al.Primer
on Medical Decision Analysis: Part 2--Building a Tree
Decision node (สี่เหลี่ยมเล็ก) ---Chance node (วงกลม) --- Terminal node (ในกรอบสี่เหลี่ยม)

Probability ใน Chance node นี้
ชุดที่เรากำหนดไว้ใน Decision tree จนได้ Increment of cost per QALYs
มาหนึ่งค่านเรียกว่าการทำ "Base case analysis"
กรณีโรคของผู้ป่วยที่ศึกษา มีการเปลี่ยนแปลงได้ตามเวลา
( Disease states transition) เช่น
ผู้ป่วยมะเร็ง มีช่วง ไม่มีอาการ
-> มีอาการ -> อาการบรรเทา -> อาการหนัก
-> เสียชีวิต ) การใช้ Decision tree ในการสร้าง
Scenario
ต้องละเอียดมากและผิดพลาดง่าย จึงต้องใช้เทคนิคที่ซับซ้อนขึ้นเข้ามาช่วยเรียกว่า
Markov
simulationซึ่งมีผู้เขียนอธิบายขั้นตอนไว้ที่นี่คะ
Concept 3: Sensitivity analysis
= How cost effective
change when predictive factor change
ตัวแปรเมื่อกำหนดหลายๆ ค่าเป็น Range จะนำไปวิเคราะห์ต่อในขั้นตอน
Sensitivity analysis
หากวิเคราะห์ 1 ตัวแปร ( เช่น False positive rate ) เรียกว่า
One-way sensitivity
analysis
หากวิเคราะห์ 2 ตัวแปร หรือวิเคราะห์ร่วมกับปัจจัยของผู้ป่วย (เพศ
อายุ..) เรียกว่า multi-way
sensitivity analysiis
หากวิเคราะห์ "Combination" ของตัวแปร เรียกว่า Probalitic (Monte Carlo) sensitivity
analysis
ภาพ: Multi way
sensitivity analysis ( ปัจจัยที่มาวิเคราะห์ คือ prevalence,
difficult of biopsy ) จุด X คือค่าของ basecase
analysis
ที่มา : Karh et al.Primer on Medical Decision Analysis: Part 4-Analyzing the Model and Interpreting the Results

*********************************************
เพื่อให้เห็นภาพรวมมากขึ้น มีตัวอย่างที่ดีมากมาแนะนำคะ
คืองานวิจัยของ
Haris AR.
Cost utility of prenatal diagnosis and the risk based treshold.
Lancet 2004:363:276-82
สุดยอดมาก บทความนี้
ขอบคุณอาจารย์มากคะที่ให้กำลังใจ เขียนขึ้นเพื่อบันทึกสิ่งที่เรียนในเทอมนี้ หากมีอะไรแนะนำยินดีเป็นอย่างยิ่งคะ