"อย่ายอมจำนนกับกรรมเก่า" โดยพระคุณเจ้า ว.วชิรเมธี : นิตยสาร Secret ฉบับประจำวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ซึ่งอ่านเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว และมีความตั้งใจจะเขียนเล่าผ่านบันทึก มีข้อคิดดังนี้
ปัจจุบันนี้คำว่า "เจ้ากรรมนายเวร" เป็นสิ่งที่คนมักจะพูดถึงเมื่อถึงต้องประสบเคราะห์กรรม ว่ากันว่าที่เราต้องพบกับความทุกข์ ล้วนเป็นผลมาจากอดีตที่เราทำผิดพลาดไว้กับผู้อื่น และผู้นั้นก็จะเป็นเจ้ากรรมนายเวรของเราในชาติปัจจุบัน เพื่อที่เราจะได้ชดใช้กรรมที่ได้กระทำไว้ ความคิดดังกล่าวนี้ถูกต้องหรือไม่และทุกคนต้องมีเจ้ากรรมนายเวรหรือเปล่า
เจ้ากรรมนายเวรที่ตามเอาคืนในสิ่งที่โดนกระทำกับบุคคลหนึ่ง เจ้ากรรมนายเวรนั้น ไม่มีเจ้ากรรมนายเวรบ้างเลยหรือ และถ้าเช่นนั้นเขาไม่ต้องไปชดใช้กรรมในสิ่งที่เขากระทำกับผู้อื่นบ้างหรือไร
๑. ความคิดที่ว่าชีวิตของเราในปัจจุบันมาจาก "กรรมเก่า" ในอดีตทั้งหมดนั้น นับเป็นความคิดไม่ถูกต้อง และไม่ใช่หลักคำสอนของพระพุทธศาสนาด้วย แต่เป็นลัทธินอกคำสอน มี ๓ ลัทธิคือ
๑.๑ ลัทธิแล้วแต่กรรมเก่า เชื่อว่าชีวิตปัจจุบันล้วนเป็นผลมาจากกรรมที่ทำไว้แต่ปางก่อนทั้งสิ้น ผลเสียก็คือ "ก้มหน้ารับกรรม" เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถจัดการบริหารชีวิตของตนเองได้เลย มีคำกล่าวว่า "เกิดมาใช้กรรม"
๑.๒ ลัทธิเทพเจ้าบันดาล เชื่อว่าชีวิตของมนุษย์ถูกลิขิตมาแล้ว จากเทพเจ้าเบื้องบน หรือเรียกแบบอินเดียโบราณว่า "พรหมลิขิต" ผลเสียก็คือหมดอิสรภาพในการบริหารจัดการชีวิตตนเอง จะทำอะไรต้องเงยหน้าหาเทพเจ้า ที่จริงนั้นเทพเจ้ามาจากจินตนาการของมนุษย์ทั้งสิ้น ในเมืองไทยมีแนวโน้มที่จะเป็นสังคมเทวรูปนิยมมากขึ้นทุกที มองไปทางไหนมีแต่เทพเต็มบ้านเต็มเมืองแต่บ้านเมืองกลับวิกฤติไม่จบสิ้น
๑.๓ ลัทธิบังเอิญ เชื่อว่าชีวิตของมนุษย์ไม่มีแบบแผน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดอะไรจะเป็นก็ต้องเป็น แล้วแต่โชคชะตา ปล่อยให้ชีวิตเป็นไปตามยถากรรม หรือเรียกว่า "แล้วแต่ดวง"
สามลัทธินี้เป็นความเชื่อนอกพุทธศาสนา ทำให้หมดสิทธิ์ในการบริหารจัดการตนเอง ทำได้อย่างดีก็เพียง "ยอมจำนน" ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นมาในชีวิต ไม่ยอมแก้ไข ไม่ยอมลุกขึ้นมาต่อสู้ ยกความผิดไปให้กรรมเก่า เจ้ากรรมนายเวร เทพเจ้าหรือโชคชะตา
ส่วนพุทธศาสนาสอนว่า เราสามารถบริหารจัดการชีวิตได้ เพราะชีวิตเป็รอนิจจัง คือเปลี่ยนแปลงได้ ชีวิตไม่ใช่อะไรสักอย่างที่ติดแหง็กอยู่อย่างเดิมตลอดกาล เราต้องเป็นที่พึงของตน เมื่อโลกและปรากฏการณ์ต่าง ๆล้วนมีเหตุปัจจัยหรือระเบียบในตัวเอง ถ้าเรามีความสามารถเรียนรู้เราก็จะสามารถวางแผนบริหารจัดการกับชีวิตได้
นี่คือ "สัมมาทัศนะ" ที่เราจะต้องทำความเข้าใจและช่วยกันเผยแพร่ออกไป เพื่อลดมิจฉาทัศนะออกไปจากสังคมไทย
๒. เจ้ากรรมยายเวรก็คือคนที่อาฆาตพยาบาทกันมา หรือคนที่ผูกใจเจ็บไม่ยอมปล่อยวาง เจ้ากรรมยายเวรจึงมีอยู่ทั้งชาติที่แล้วและชาตินี้ เราไม่จำเป็นต้องมีเจ้ากรรมยายเวรกันทุกคน มีบางคนเท่านั้นที่เคยก่อกรรมทำชั่วห้ำหั่นกันมาแล้ว ต่างฝ่ายไม่ยอมให้อภัยกัน จึงมีเจ้ากรรมนายเวร ส่วนคนดี ๆ นั้นท่านไม่มีเจ้ากรรมนายเวรหรอก และไม่ต้องวิตกอกไหม้กับเจ้ากรรมนายเวร ชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้ากรรมยายเวรแต่ขึ้นอยู่กับวันนี้และชีวิตนี้ของเราด้วย
๓. การใช้กรรม เป็นสิ่งที่ทำให้หมดสิ้นได้ ถ้าเราสร้างความดีขึ้นเรื่อย ๆ ดูตัวอย่างขององคุลีมาลที่ฆ่าคนมากมายแต่สุดท้ายท่านก็ไม่ได้ถูกฆ่า แถมยังลอยพ้นกรรมขึ้นไปเป็นพระอริยบุคคลอีกต่างหาก ดังนั้นเราควรเชื่อใหม่ว่า "เราไม่ได้เกิดมาใช้กรรมเท่านั้น แต่เราเกิดมาเพื่อเปลี่ยนกรรม พัฒนากรรม และอยู่เหนือกรรม" ด้วย
ที่กล่าวมาจะทำให้สามารถแยกแยะว่าอะไรเป็นพุทธ อะไรเป็นความงมงายได้บ้างตามสมควร และจากนั้นขอให้มีกำลังใจในการ "พัฒนาชีวิต" ให้หลุดพ้นจากความเชื่อแบบไร้สาระทั้งหลาย หันมาสร้างสรรค์พัฒนาชีวิตด้วยปัญญาของมนุษย์อย่างเสรีด้วยตนเองจริง ๆ
อย่าลืมว่า เราไม่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์กันง่ายนัก ดังนั้นจึงไม่ควรเอาเวลาไปเสียกับเรื่องไร้สาระทั้งหลาย สงสัยอะไรให้ลุกขึ้นมาสืบค้นให้รู้จริง ทิ้งเปลือกเลือกแก่น ชีวิตจะได้มีการพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็นจริง ๆ ไม่ใช่อยู่กับสิ่งจอมปลอมไปวัน ๆ แล้วก็พาลคิดไปว่านั่นคือพุทธศาสนา
สวัสดีค่ะ..พี่ครูคิม
มาชื่นชมกับแนวคิด ข้อคิดดีๆ จากพี่ครูคิมค่ะ
ท่านขงเบ้งยังกล่าวไว้ว่า..เพราะแสวงหา..มิใช่เพราะรอคอย
เพราะเชี่ยวชาญ..มิใช่เพราะโอกาส
เพราะสามารถ..มิใช่เพราะโชคช่วย
ดังนี้แล้ว..ลิขิตฟ้า หรือจะสู้..มานะตน
สวัสดีครับเกลอ เสรร์นี้จะไป มองๆโรงเรียนที่จะเข้าค่าย ครั้งต่อไป เล็งเอาไว้ที่ เกาะแรกคือลันตา กระบี่ สองเกาะเคี่ยมพังงา สามเกาะปันหยี พังงา สี่เกาะยาวพังงา ยังไม่แน่ใจว่าไปได้กี่เกาะ (แล้วจะรายงานความคือบหน้าครับ)
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่คิม
สวัสดีค่ะน้องชำนาญ เขื่อนแก้ว
สวัสดีค่ะครูเล็ก
สวัสดีค่ะวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
สวัสดีค่ะอิงจันทร์ บ้านกลอนไฉไล
ช่างมีคุณค่านัก
ใครไม่ได้อ่านย่อมน่าเสียดายแน่นอน
อ่านแล้วนำไปใช้ย่อมเกิดประโยชน์มากมาย
พี่คิมที่รัก....
อ่านยามเช้าแล้วเข้าใจทะลุปรุโปร่งเลยค่ะ หัวสมองกำลังรับการเติมเต็มเต็มที่..
ชอบจังเลยว่า.......
"เราไม่ได้เกิดมาใช้กรรมเท่านั้น แต่เราเกิดมาเพื่อเปลี่ยนกรรม พัฒนากรรม และอยู่เหนือกรรม" ด้วย
ต่อไปจะต้องเร่งพัฒนาชีวิตและใช้ชีวิตให้อยู่กับปัจจุบันให้ได้มากที่สุด
เพราะเราเป็นคนมีปัญญาและมีเสรีที่จะเลือกทำในสิ่งที่ดีๆนะคะ
ใช่ครับ พระพุทธองค์สอนให้รับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่นผ่านเรื่องกรรม คือการกระทำ คำสอนของพระองค์จึงเรียกว่า กรรมวาทะ กริยาวาทะ และวิริยะวาทะ สอนว่าการกระทำมีจริง เป็นหลักคำสอนให้ก่อเกิดเรื่องการกระทำหรือปฏิบัติ (กรรมวาทะ กริยาวาทะ) และเป็นหลักคำสอนให้ก่อเกิดเรื่องความเพียรพยายาม (วิริยะวาทะ) หาใช่กรรมเก่าดลบันดาล หรือเทพนิมิตหรือแล้วแต่โชคชะตาอะไรไม่
หลักคำสอนทั้งสามอย่างข้างต้น (ปุพเพกตวาท-ลัทธิกรรมเก่า, อิศวรนิรมิตวาท-เทพบันดาล และ อเหตุวาท-ไม่มีเหตุปัจจัย) ล้วนแล้วแต่เป็นเดียรถีย์คือพวกนอกรีต ซึ่งหมายถึงพวกที่ไม่ใช่คำสอนของพุทธองค์
ขอบคุณที่นำเอาเรื่องนี้มากล่าวถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนได้เรียนรู้ธรรมอย่างถูกวิธีกันเสียที... ขอบคุณครับ
-สวัสดีครับ...ยายคิม....
-"เราไม่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์กันง่ายนัก ดังนั้นจึงไม่ควรเอาเวลาไปเสียกับเรื่องไร้สาระทั้งหลาย"
-ขอบคุณครับ..
-เก็บดอกอัญชัน 3 สีมาฝากครับ..
สวัสดีค่ะอาจารย์โสภณ เปียสนิท
สวัสดีค่ะkrugui Chutima
สวัสดีค่ะโยธินิน
สวัสดีค่ะเพชรน้ำหนึ่ง
ขอบคุณค่ะ..วิถีแห่งอริยสัจสี่..และพุทธไตรลักษณ์ คือบทสรุปของหนทางปฏิบัติด้วยความไม่ประมาท เพื่อสู่การวิมุติหลุดพ้นนะคะ..
ดอกบัวสีบานเย็น-ขาว บานพร้อมกันที่อ่างบัวหน้าบ้าน
ขอบคุณเรื่องราวที่เขียนให้อ่านค่ะพี่คิม...ขอบคุณค่ะ