เมื่อน้องเกิดได้สองวัน   ยังไม่ทำพิธี   “สามวันลูกผี    สี่วันลูกคน   เน้อ นี่เป็นลูกของใคร”   แล้วจะมีคนที่เลือกกันไว้แล้วและตกลงกันไว้แล้วรับว่าลูกฉันเอง   แล้วรับกระด้งใส่เด็กมา   พ่อซึ่งตื่นลูกมาก   ได้ไปวัด   เพื่อปรึกษาหารือกับหลวงพ่อ   หาวันทำพิธีโกนผมไฟให้ลูกสาว   พ่อพูดไปหัวเราะไปอย่างมีความสุข   ในขณะที่พ่อ   หลวงพ่อและทุกคนในที่นั้นกำลังชื่อชมยินดี   ก็มีคนวิ่งมาอย่างสุดกำลัง   พลางตะโกนว่า   ไฟไหม้   ๆ   พอมาถึงบันไดกุฏิหลวงพ่อ   ก็ตะโกนว่าไฟไหม้บ้านพ่อแล้ว   เร้ว  ๆ   แล้วก็ฟุบอยู่ตรงนั้น   พ่อนั่งตะลึงอยู่ชั่วขณะ    พอได้สติก็ร้องขึ้นแล้วกระโจนลงจากกุฏิหลวงพ่อ   ไม่ลงทางบันได   รีบวิ่งไปยังบ้านของตน

      

     หนูน้อมวิ่งตามพ่อไปแต่ไม่ทัน   เมื่อไปถึงบ้านเห็นเปลวไฟลุกท่วมบ้าน    เห็นพ่อกำลังถูกคนจับกอดรัดเอาไว้หลายคน   ไม่ไห้พ่อกระโจนเข้าไปในบ้านซึ่งกำลังถูกไฟเผาไหม้   พ่อพยายามสลัด ร้องไห้พลางตะโกนอย่างคนเสียสติว่า   ปล่อยกู  ๆ    กูจะเข้าไปตายกับลูกกับเมียกู ๆ   แล้วร้องเรียกแม่กับลูกสาว   หนูน้อมเห็นดังนั้นจึงเข้าไปใกล้พ่อ   ร้องเรียกว่า   พ่อ  ๆ   พอพ่อเหลียวมาดูหนูน้อม   คนจับก็เหลียวมาดู   พ่อจึงถือโอกาสนั้นสะบัดหลุดจากการถูกจับวิ่งจี๋กระโจนขึ้นบันไดบ้านไป   พอดีในตอนนั้นหลังคาบ้านยุบลง   ไฟลุกโพลง   เสียงไม้แตก   ลูกไฟกระจาย    มีกลิ่นเนื้อไหม้   หนูน้อมเต้นร้องไห้ร้องเรียกว่า   พ่อจ๋า    แม่จ๋า    แล้วหนูจะอยู่กับใคร   พอดีหลวงพ่อเดินมาถึงยืนดูด้วยความสลดใจ   ไม่พูดอะไร   พระเณรในวัดมากันหมด   ไฟเริ่มโซม   ชาวบ้านพากันตักน้ำจะมาดับไฟ    หลวงพ่อบอกว่า

      “อย่าเลย   ไหน   ๆ   ก็ไม่มีอะไรเหลือแล้ว   ปล่อยให้ศพถูกไฟไหม้ให้หมดดีกว่า   เหลือซากดำ  ๆ  เป็นตอตะโก   น่าสังเวช”  แล้วหลวงพ่อเดินมาลูบหัวหนูน้อม   พลางพูดว่า

      “ไม่มีที่อยู่ก็ไปอยู่กับหลวงพ่อ”    หนูน้อมมองดูหน้าหลวงพ่อ   จับมือหลวงพ่อแนบแก้ม   พลางใช้หลังมืออีกข้างหนึ่งเช็ดน้ำตา