วันที่ ๗ ก.พ. ๕๔ มีการประชุมคณะกรรมการกำกับทิศทางแผนงานพัฒนาเครือข่ายวิจัยในรูปแบบงานวิจัยจากกงานประจำ ที่ สวรส.  คณะกรรมการชุดนี้เป็นชุดใหม่  ที่มีกรรมการจากหลายหน่วยงานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจากกระทรวงสาธารณสุข 

          เท่ากับเป็น Phase ที่ ๒ ของ R2R ประเทศไทย  หลังจาก Phase แรกใช้เวลา ๓ ปี เริ่มจากปี ๒๕๕๑  โดยเริ่มจากการลงนามความร่วมมือสนับสนุน R2R ระหว่างปลัดกระทรวงสาธารณสุข  เลขาธิการ สปสช. และ ผอ. สวรส.  มีผมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันที่ ๑๙ ส.ค. ๕๑

          รศ. นพ. เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ ผู้ประสานงานเครือข่าย R2R ประเทศไทย จากศิริราช เล่าทบทวนความเป็นมาและความก้าวหน้าในการดำเนินการที่ผ่านมา   ให้กรรมการฟัง  ประมาณครึ่งหนึ่งของกรรมการเป็นคนใหม่   จึงมีการให้ข้อคิดเห็นและซักถามที่ทำให้เกิดความเข้าใจตรงกันมากขึ้น ว่า R2R ต่างจากการวิจัยทั่วไปอย่างไร

          อ. หมอเชิดชัยสรุปว่า เป้าหมายที่แท้จริงของ R2R คือการเรียนรู้ การพัฒนาคน   มีเคล็ดลับในการส่งเสริมคือ ต้องไม่เป็นภาระแก่ผู้ปฏิบัติงาน  เริ่มช้าๆ จนเกิดทักษะ ฉันทะ   ดำเนินการโดยใช้   Starfish Model คือแต่ละส่วนมีชีวิตในตัวเอง ตัดตรงไหนขาดออกก็งอกใหม่ได้  ดำเนินการเป็นเครือข่าย INN   เกิดจากความพร้อมใจกัน เห็นคุณค่า

          ในภาพรวมขณะนี้ครอบคลุม ๕๒ จว.  ในทุกภาค  แต่ไม่ใช่ครอบคลุมครบถ้วนทั้งจังหวัด

          ทีมประสานงานกลางทำหน้าที่สนับสนุน ให้แต่ละเครือข่ายย่อยสามารถดำเนินการสร้างความเข้มแข็งของตนเองได้  โดยมีกิจกรรมสนับสนุนต่อไปนี้

 เวที ลปรร. คุณอำนวย
• R2R Forum
 การอบรมระยะสั้น     
 เว็บไซต์
 หนังสือ 
 จดหมายข่าว
 ประสานงานเครือข่าย
 ขยายสู่ theme-base research
 คู่มือ R2R

          การเสวนาระหว่างคณะกรรมการ ช่วยให้ผมตระหนักชัดขึ้น ว่าเนื่องจาก R2R มีคำว่าวิจัยเด่นเป็นสง่าอยู่  จึงสับสนกับการวิจัยชนิด classic research ได้ง่าย  ผมจึงเสนอการตีความ R2R ของผมว่า   แม้จะมีคำ Research อยู่  แต่ R2R ก็เป็นคนละเรื่องกับการวิจัยที่เป็น classical research  โดยที่ R2R ใกล้กับ CQI มากกว่า   เน้นการทำให้การทำงานประจำเป็นการเรียนรู้  มีการส่งเสริม อำนวยความสะดวก  ไม่บังคับ ไม่ top-down   เน้นความตื่นตัวด้วยตนเอง - leadership / human dimension   สร้างความมั่นใจตนเอง คุณประโยชน์ของการช่วยกัน

          เรา ลปรร. กันว่า ไม่ควรใช้คำว่า “นักวิจัย R2R” แต่ควรใช้คำว่า “นักพัฒนางาน R2R”  ตือเน้นการพัฒนาคน พัฒนางาน  จุดที่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งคือต้องไม่ให้เจ้าหน้าที่ผู้ทำงานประจำรู้สึกว่าเป็นการเพิ่มงาน เพิ่มภาระ เกิดความยากลำบาก

          กรรมการชุดนี้มีผู้ใหญ่ของกระทรวงสาธารณสุขหลายท่าน   จึงเท่ากับ INN ของ R2R ที่ใน phase แรก เป็นระบบ INN ที่เป็นอิสระหรือไม่เป็นทางการ  ใน phase ที่ สองนี้ มีโจทย์ว่าจะเชื่อมระบบที่ไม่เป็นทางการเข้ากับระบบที่เป็นทางการ (ของกระทรวงสาธารณสุข) ได้อย่างไร

          R2R หวังพัฒนาคนให้มีการคิดเชิงวิจัย  โดยอาจไม่ต้องทำวิจัยก็ได้  หวังช่วยให้ทุกข์ลดลง  หลายฝ่ายสุขขึ้น เกิดปิติสุขจากการทำงานประจำ   จากการทำงานแบบมีโจทย์  และมี coach

          มีการปรึกษาหารือ theme ของ R2R Forum ครั้งที่ ๔  ในวันที่ ๒๐-๒๒ ก.ค. ๕๔  นำไปสู่การ ลปรร. กันเรื่องแนวทางการขับเคลื่อน R2R2P  การต่อยอดสู่ theme-based research  การเชื่อมโยงคนทำงาน R2R จริงจังเข้ามาร่วมกันทำงานต่อยอด แบบมีเป้าหมายชัดเจนขึ้น

          อ. หมอกุลธร เทพมงคล นำเสนอ mapping คนทำงาน R2R ในที่ต่างๆ ทั่วประเทศ  โดยใช้ Google Map  เมื่อทำจนใช้ได้ดี ก็จะเปิดให้สมาชิกเข้ามาใช้หาข้อมูล เพื่อการเชื่มโยงเครือข่าย  และข้อมูลนี้จะ update ให้ทันสมัยอยู่เสมอ 

          มีการเอ่ยถึงการทำให้สำนักงาน R2R มีฐานะเป็นหน่วยงานที่เป็นทางการเพื่อความต่อเนื่องยั่งยืน 

          เนื่องจากมีผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ๓ ท่านเป็นกรรมการ  ทำให้ผมเห็นลู่ทางที่ผู้ตรวจราชการจะใช้ข้อมูลความเข้มแข็งของ R2R ในพื้นที่ของท่าน  นำไปจัดการส่งเสริมยกระดับเพื่อพัฒนาต่อเป็น R2R2P ในพื้นที่รับผิดชอบของผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขแต่ละท่าน  เป็นการเชื่อมโยงระบบที่ไม่เป็นทางการกับระบบที่เป็นทางการ ผ่าน success stories

 

วิจารณ์ พานิช
๗ ก.พ. ๕๔


         
        
          
   

บรรยากาศในห้องประชุม

 

 

อีกมุมหนึ่ง