วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 ผมได้ไปร่วมอภิปรายเรื่อง " การสร้างวิสัยทัศน์การบริหารสู่ความเป็นเลิศ " จัดโดย โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย และผมเป็นกรรมการบริหารด้วย ณ ห้องประชุม อาคารบริษัทสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์จำกัด เวลา 14.45 - 16.30 น. โดยมีผู้ร่วมอภิปราย 4 ท่านคือ
1.ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ เลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนูษย์ระหว่างประเทศ และกรรมการบริหาร โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย
2.ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และกรรมการบริหาร โรงเรียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย
3.ดร.โสภณ พรชคชัย ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย
4. นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)
ผมขอเสนอให้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ
1.การสร้างวิสัยทัศน์
2.การบริหารสู่ความเป็นเลิศ
เราต้องรู้ว่าธุรกิจของเราจะไปทางไหนก่อนแล้วมุ่งมั่นให้ไปสู่ความสำเร็จ ผมเคยให้เด็กโรงเรียนเทพศิรินทร์คิดวิเคราะห์ว่าอีก 20 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ถ้าเราไม่รู้ว่าจะไปทางไหนองค์กรจะเป็นเลิศได้อย่างไร ผมขอยกตัวอย่างเช่น Mr.John F.Kennedy ตอนเขาแพ้รัสเซียเรื่องการส่งคนไปดวงจันทร์แล้วทำไม่ได้ทำให้เกิด Impact ขึ้นมากมาย
ผมมีความฝันว่าอยากให้คนไทยทุกคนใฝ่รู้ตลอดเวลา ทุกคนต้องมีเป้าหมายอยู่ในใจและยั่งยืน หลักฐานวิสัยทัศน์ที่เด่นคือ รัฐกาลที่ 5, รัฐกาลที่ 9 ทั้งสองพระองค์ทรงมีวิสัยทัศน์ที่โดดเด่นและกว้างไกล หนังสือ " Good to Great " ได้เขียนไว้ประโยคหนึ่งน่าสนใจมากคือ ธุรกิจที่อยู่รอดเกิน 100 ปีผู้นำจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
การสร้างวิสัยทัศน์
1.มีความรู้สภาพแวดล้อม เช่น พลังงาน,โครงสร้างพื้นฐาน,ค่านิยมของวัยรุ่น
2.มองตัวเองให้ดีหรือในองค์กรของเรา เช่น คุณภาพคนในองค์กร,วัฒนธรรมองค์กร
3.ธุรกิจที่คุณทำอยู่คุณเก่งอะไร เช่น เน้นทำในสิ่งที่เราเก่ง
4.Stakeholders ของคุณคือใคร รวมตัวกันทำCSR และร่วมกันทำประโยชน์ให้สังคมบ้าง
ถ้าเรามีเป้าหมายแล้วนำไปปฏิบัติให้เกิดความสำเร็จและสร้างมูลค่าเพิ่มได้ก็จะไปสู่ความเป็นเลิศได้ และผมขอฝากเรื่อง ทุนมนุษย์ ไว้ 1 เรื่อง