ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผมมองจากบนเวที เห็นแววตาประกายจากผู้ฟังในวันนั้น ...ผมรู้สึกว่า เราได้จุดประกายเล็กๆในการเชื่อมผู้คนเหล่านี้ ให้เห็นถึงช่องทางในการนำพาตนเองออกไปเรียนรู้กับผู้คน โดยผ่านประสบการณ์ของตนเองได้อย่างมั่นใจและมีความสุข

ในงานสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการความรู้ออนไลน์ที่จัดขึ้นโดย ภาคีเครือข่าย สสส. ในส่วนของกิจกรรมมีทั้งการพูดคุย การแลกเปลี่ยนของบรรดา Blogger ที่มีประสบการณ์การจัดการความรู้และจัดการเครือข่ายใน Gotoknow  เพื่อให้เห็นภาพรวมของกิจกรรม ผมขอเล่าเรื่องสั้นๆให้ทุกท่านได้เรียนรู้ไปด้วยกันครับ

Facebook เป็น Social network ที่กระตุ้นให้คนที่กำลังคิด ลงมือเขียนเเละบอกกล่าวคนทั้งโลก ด้วยวลี "คุณกำลังคิดอะไรอยู่?"

======================

เป็นเรื่องที่ไม่ยากนักในความคิดผม เมื่อเราเริ่มต้นเขียนเรื่องราวบางเรื่องในโลกออนไลน์แล้วสื่อสารออกไป และเมื่อสื่อสารออกไปก็จะมีกัลยาณมิตรกลุ่มหนึ่งคอยสื่อสารกลับมา แม้ว่าเรื่องราวเบื้องต้นที่สื่อสารไม่ใช่ชุดความรู้ที่เข้มข้น การสื่อสารกลับหมายถึงการตอบรับไมตรี และบรรยากาศอย่างนี้เองทำให้เรามีกำลังใจในการเขียนและสื่อสารออกไป โดยแท้จริง การเขียนประโยคสั้นๆ ไม่กี่ประโยคที่เราคิดขึ้นมาภายใต้สถานการณ์ที่ประสบ ผลึกความคิดนี้คือองค์ความรู้ที่ผ่านประสบการณ์ที่มีคุณค่า เพียงแต่ผู้อ่านนำไปคิดและไปเสริมกับประสบการณ์เดิมของเขา

ใน Gotoknow.org มีเอกลักษณ์ของการสื่อสารความรู้ของคนทำงาน ที่เน้นการเขียนเล่าเรื่อง ที่เป็นปัญญาปฏิบัติ เรื่องใดเรื่องหนึ่งในชีวิตประจำวัน การงาน ขนาดสั้น ยาว ตามแต่รูปแบบการเขียน และการเขียนสื่อสารใน Gotoknow ทำให้ผู้เขียนได้ติดต่อกับเครือข่ายผู้คนภายนอกได้ทันที มีทั้งเครือข่ายมิตรภาพเดิมๆที่เป็นสมาชิกอยู่ และท่านอื่นๆ

ใน Facebook และ Twitter  ก็มีการตอบสนองอีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นการเขียนสั้นๆ มีรูปแบบโครงสร้างการสื่อสารที่ง่าย เอื้อต่อการเชื่อมต่อกับผู้คนมากมาย หากมองในแง่มุมการจัดการความรู้ออนไลน์ การสื่อสารออนไลน์ทั้งสามรูปแบบ เป็นการจัดการความรู้ที่มีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกัน ในปัจจุบันมีการเชื่อมต่อถึงกันเพียงปลายนิ้วสัมผัส

 

ที่อมารี แอร์พอร์ต กรุงเทพ ในช่วงเช้า ดร.จันทวรรณ ปิยวัฒน์  ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับการจัดการความรู้ อย่างสนุกสนาน ผ่านพัฒนาการของ Gotoknow ที่มีอายุหลายขวบปี จากที่เริ่มจนถึงเติบใหญ่ และได้เกิดสิ่งดีๆมากมายมายภายใต้เครือข่ายออนไลน์นี้ ผมคิดว่าจุดสำคัญที่อยากสื่อสารคือ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ที่ต้องมีการติดต่อสื่อสารตลอดเวลา  Gotoknow เป็นทางเลือกที่คลี่คลายความจำกัดของช่องทางสื่อสาร ทำให้เกิดเครือข่ายขึ้นตลอดเวลา ความพิเศษหนึ่งของ Gotoknow นอกจากเป็นเวปที่เราคุยกันถึงประสบการณ์ความรู้จากการทำงานที่ได้ชุดความรู้ต่างๆแล้ว การปฏิสัมพันธ์กันนอกเครือข่ายผ่านการ Face2face ทำกิจกรรมร่วมกันในกลุ่มผู้มีจริตที่ไปด้วยกันได้ สร้างสรรค์คืสังคมในหลากหลายรูปแบบ

ช่วงต่อจากการบรรยายของ ดร.จันทวรรณ เป็น เวทีนั่งพูดคุยสบายๆ สไตล์พี่น้องชาว Gotoknow คราวนี้ได้ชักชวน blogger ที่เรียกได้ว่ารู้จักกันดีในแวดวง Gotoknow มานั่งเล่าเรื่องผ่านประสบการณ์ดีๆของแต่ละท่านที่เริ่มต้นจากการใช้เครือข่ายออนไลน์

ดร.ยุวนุช ทินนะลักษณ์ ประเด็น วิธีคิดของการจัดการความรู้-ภูมิปัญญาท้องถิ่น,ประสบการณ์การวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก

ดร.บัญชา ธนะบุญสมบัติ ประเด็น การสร้างสังคมออนไลน์ เพื่อการจัดการความรู้ กรณี “ชมรมคนรักมวลเมฆ”

คุณภีรัชญา วีระสุโข ประเด็น นพลักษณ์ กับการรู้ตัวเอง เข้าใจผู้อื่น การประยุกต์ใช้นพลักษณ์กับการจัดการความรู้

คุณพนัส ปรีวาสนา ประเด็น การจัดการความรู้ออนไลน์ งานกิจการนักศึกษา การสื่อสารความรู้เพื่อพัฒนากิจกรรมนักศึกษา

ส่วน ผมทำหน้าที่เป็น  Moderator ชวนพูด ชวนคุย (ช่วงหลังมักได้รับหน้าที่นี้เสมอ)

ด้วยเวลาที่จำกัดเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง ประสบการณ์แต่ละท่านน่าสนใจ หัวใจการพูดคุยคือ “แรงบันดาลใจ” สุดท้ายคือ “ผลลัพธ์” ที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผู้เข้าร่วมเพลิดเพลินและมีพลังแรงบันดาลใจ ก็คือ ความเป็นธรรมดาที่ใครก็เข้าถึงได้ หากรู้จักวิธีการใช้ประโยชน์จากสื่อออนไลน์ (แบบว่าสื่อออนไลน์ให้เราได้มากกว่าที่เราคิด) เรื่องของความเป็นธรรมดา ผมคิดว่าเป็นการเปิดประตูของความกล้าที่จะเข้ามา การสื่อสารออนไลน์เป็นเรื่องที่ใกล้ตัว เพียงแต่หลายคนยังไม่ได้เข้าไปใช้ประโยชน์จากเครือข่ายเหล่านี้

บรรยากาศการพูดคุยสบายๆในวันนั้น สนุกทีเดียวครับ ประสบการณ์ของแต่ละท่าน ทำให้การพูดคุยได้รสชาติที่แตกต่างกันไป การเริ่มต้น ประสบการณ์ที่แตกต่างล้วนแล้วแต่เห็นถึงการเติบโตของความคิด การเติบโตของความรู้ และการเติบโตของเครือข่ายที่ขยายวงออกไปทุกวัน

ทุกคนในวงสนทนาได้บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ขอบคุณ Gotoknow” ที่ทำให้พวกเราได้มาเจอกัน และสร้างสรรค์สิ่งดีๆเพื่อสังคมร่วมกัน

ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผมมองจากบนเวที เห็นแววตาประกายจากผู้ฟังในวันนั้น ...ผมรู้สึกว่า เราได้จุดประกายเล็กๆในการเชื่อมผู้คนเหล่านี้ ให้เห็นถึงช่องทางในการนำพาตนเองออกไปเรียนรู้กับผู้คน โดยผ่านประสบการณ์ของตนเองได้อย่างมั่นใจและมีความสุข

ภาคบ่าย เป็นการสนทนากับภาคีเครือข่าย สสส. ที่มีประสบการณ์จัดการความรู้ออนไลน์ โดยมีพิธีกรหญิงคู่ ดร.ยุวนุช ทินนะลักษณ์ กับ คุณภีรัชญา วีระสุโข ทำหน้าที่เป็นผู้นำการสื่อสารบนโต๊ะรับแขก กลางลานพูดคุย ที่มีบรรยากาศอบอุ่น ...วงสนทนาภาคบ่าย ทำให้เราเห็นถึงเครือข่ายออนไลน์ที่ทาง ภาคี สสส.ได้ทำ และประสบความสำเร็จส่วนหนึ่ง เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับการเริ่มต้นของภาคีเครือข่าย สสส.ที่อยู่ในที่ประชุมในวันนั้น...ข้อสรุปจากวงสนทนาภาคบ่าย คือ การบริหารจัดการบรรยากาศในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้มีผลต่อการจัดการความรู้ออนไลน์

บ่ายจัดๆ เรามีกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยแบ่งกลุ่มย่อย เพื่อนั่งสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการความรู้ออนไลน์ ของแต่ละท่าน ...บรรยากาศสบายๆในการล้อมวงคุยกัน ทำให้บ่ายวันนี้ดูกระชับและอบอุ่นขึ้นมามากกว่าช่วงเช้า เสียงหัวเราะในกลุ่มพูดคุย การแลกเปลี่ยนในกลุ่มอย่างเพลิดเพลิน เป็นสัญญาณว่า เวทีลื่นไหลตามธรรมชาติของเวทีแล้ว เราเองในฐานะผู้นำกระบวนการ ก็นั่งเฝ้าดูบรรยากาศการเรียนรู้เหล่านั้นอย่างชื่นชมและมีความสุข

ช่วงการนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนในกลุ่มใหญ่ เป็นการนำเสนอสบายๆ ตามโจทย์ที่ให้ไป ทำให้เห็นเรื่องราวหลายเรื่องที่ ภาคี สสส.ต้องนำไปคิดต่อ ส่วนหนึ่งเราก็เห็นสถานะในการเป็นนักจัดการความรู้ที่อยู่ในตัวของทุกคน เพียงแต่กำลังหาช่องทางการสื่อสารสู่สาธารณะ

พี่ชิว ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ ได้สรุปเป็นประโยคสั้นๆ ทิ้งไว้ให้ขบคิดต่อ ว่าหากจะจัดการความรู้ออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ ต้องมี “ข้อมูลเยี่ยม การนำเสนอดี มีมิตรภาพ” คำว่า “ข้อมูลเยี่ยม” ผมมองว่าแม้จะไม่ได้นำเสนอผ่านทฤษฏีต่างๆไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่เป็นข้อมูลที่มีชีวิตชีวา เป็นองค์ความรู้สดใหม่ ผ่านการปฏิบัติ  อาจเป็นชุดความรู้ง่ายๆในชีวิตประจำวัน ส่วน “การนำเสนอที่ดี” ตรงนี้สำคัญมากครับ การนำเสนอดีทำให้เราเข้าถึงความรู้ง่ายมากขึ้น น่าสนใจมากขึ้น บางทีความรู้เยี่ยมแต่การนำเสนอไม่ดี ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ในประเด็นสุดท้ายพี่ชิวบอกว่า “มีมิตรภาพ” แน่นอนว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม วิถีใดๆก็ตามที่ทำร่วมกัน ต้องมีมิตรภาพเป็นเครื่องร้อยรัดให้เครือข่าย-ผู้คน เติบโตไปด้วยกัน

เวทีที่มีเวลาเพียง ๑ วันปิดตัวลงไปอย่างเรียบง่ายแต่ดูทรงพลังผ่านคลิปสั้นๆที่คุณพนัสได้นำเสนอและสรุปจบแบบง่ายๆ นั่นคือการกลับไปสู่ความเป็นตัวของตัวเอง ความมั่นใจและความกล้าหาญในการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่เรามั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ดี ตนเองและสังคม

ขอบคุณโอกาสที่ทาง Gotoknow มอบให้ ขอบคุณพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่เราได้นำเสนอประสบการณ์เล็กๆของพวกเรา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น หากคุณความดีที่พอมีบ้างในกิจกรรมสร้างสรรค์ในสังคมครั้งนี้ ขอให้พลังความดีงาม เป็นกำลังใจให้ Blgger ทุกท่านและผู้สนใจเรียนรู้ทุกท่านครับ


ขอบคุณน้องมะปรางเปรี้ยว เเละน้องอาร์ม ที่ช่วยดูเเล ประสานงาน ที่สำคัญก็คือ การทำหน้าที่พิธีกรในงานของน้องมะปรางนั้น มืออาชีพมากครับ