วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554

 

ตามที่ผมบอกไว้จากบันทึกเมื่อกี้ คือ การแก้เคล็ด ของคนที่มีชื่อต้นด้วยอักษร ส.เสือ และ อ. อ่าง ว่า วันนี้ ผมว่าง แต่ได้ไปเลาะบ้านของชาวบ้าน และพี่ อสม. ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย รวมถึง การทำ R2R ของชาวบ้าน ซึ่งน่าจะทำก่อนผมอีกนะครับ น่าจะเป็นฐานในการทำ R2R ของตัวหมออนามัย  อสม. และชาวบ้าน เอง

 

นี้คือ  R2R ของสามัญชน...ของชาวบ้านผม "การทำฮางริน (รางน้ำ) ในการเก็บตุนน้ำฝน"

ซึ่งผมถอดบทเรียนที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณตาที่เป็นเจ้าของ R2R ที่ผมอดทึ่งมากว่า คุณตา คิดเก่งจังครับ

 

 

ปัญหา R2R แต่ก่อนคุณตาใช้แบบสำเร็จรูปซื้อมาหลายตังค์ มันเป็นสังกะสี ผุพังง่าย และได้ผมข่าวว่า ถ้าน้ำปนเปื้อนสังกะสี จะทำให้เป็นมะเร็ง

 

คำถาม R2R  มีอุปกรณ์ใดบ้างทีสามารถใช้ทดแทนสังกะสี  ไม่แพง และไม่ก่อผลเสียต่อสุขภาพมากนัก ?

 

กระบวน R2R

1. คุณตา...ลองหาอุปกรณ์ในท้องถิ่น เช่น ไม่ไผ่ แต่พบว่า ไม่คงทน ผุง่าย และเมื่อโดนฝนหนัก ๆ ก็กระจัดกระจาย กระเด็นจากปากโอ่ง ทำให้รองน้ำไม่ได้ เปื้อนบ้าน

 

2. คุณตา...เลยเปลี่ยนอุปกรณ์ คือ เห็นขวดพลาสติกน้ำอัดลมที่ตนเองเก็บไว้ขาย แล้วน่าจะแทนได้ และแก้ปัญหา ตอนแรก ๆ รอยต่อระหว่างขวดใช้ลวด

 

3. ทำแล้วดี ตอบโจทย์คุณตาได้  มีเพื่อนบ้านมาทำต่อมากมาย แต่พบว่า ลวดรอยต่อเริ่มเป็นสนิม 

 

4. คุณตา เปลี่ยนลวด มาเป็นเอ็นตกปลา ซึ่งตอนนี้ ดำเนินการมา 3 ปี คุณตา บอกว่า Work

 

สรุป R2R ขวดพลาสติกน้ำอัดลม และเอ็นตกปลาที่ใช้เชื่อมรอยต่อ...สามารถใช้ทดแทนสังกะสี ในการใช้เป็นรางน้ำเก็บตุนน้ำฝน ได้โดยแทบไม่ได้ใช้เงิน และไม่ก่อผลเสียต่อสุขภาพมากนัก

 

แนวทางขยายผมต่อ R2R   เนื่องจากขวดพลาสติกน้ำอัดลมที่ทำ เป็นแนวเส้นทาง ถ้าต้องการทำเส้นโค้ง และมีระยะไกลขึ้น ต้องมีวิธีอย่างไง คุณตาบอกว่า จะพัฒนาต่อ

 

ผมใช้เวลาที่มีถอดบทเรียนสั้น แต่ผมถือว่า เป็น R2R ที่งดงามและเรียบร้อยของผม ผมรู้สึกอายคุณตาแล้วซิครับ  ทำให้ผมต้องคิดนอกกรอบมาก ๆ คุณตาทำเรื่องง่าย ๆ แต่ถ้ามีคนคิดแบบคุณตาเยอะ ประเทศไทยเราต้องเป็นศูนย์กลาง R2R และนวัตกรรมแน่นอน

 

และแน่นอน ผมเชื่อว่า เรื่องของคุณตา คือ R2R 

และที่แน่นอนอย่างยิ่ง คือ คุณตามีการทบทวนความคิดอย่างเป็นระบบ และนำไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันของคุณตา อย่างงดงามครับ