ความรู้ไม่ใช่อำนาจอีกต่อไป ปัจจุบันเครือข่ายกลายเป็นอำนาจใหม่ไปเสียแล้ว
สำหรับผู้เขียนแล้ว เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อเลยค่ะ ที่แม้เราไม่เคยพบหน้ามาก่อน แต่เมื่อพบกันครั้งแรกก็เหมือนรู้จักกันมาก่อนแล้ว นี่... คงเป็นความมหัศจรรย์ของการสัมผัสตัวตนในโลกเสมือนสู่โลกแห่งความเป็นจริง และทุกคนก็มีหัวใจของมืออาชีพจริง ๆ "แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างสนุกสนานผ่านตัวงานที่ใคร ๆ มองว่าไม่น่าเป็นเรื่องเดียวกันแต่กลับนำมาคุยกันแบบเป็นกันเอง ไม่มีเส้นแบ่งของงานกับการสนทนาในวงน้ำชา"

ในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อการทำงานสร้างเสริมสุขภาพ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2554  ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง โดยเจ้าภาพคือ สสส ซึ่งมีทีมงาน UsableLab ของ G2K เป็นผู้ร่วมประสานงานและดำเนินการกับทีมงานเจ้าภาพ  เมื่อต้องระดมความเห็นกันแบบ Offline  นอกเวที ผู้เขียนเองก็รู้สึกเหมือนว่าเป็นทีมเดียวกันมานานแล้ว

 

ภาพอาจจะดูเหมือนเคร่งขรึมไปนิด แต่บรรยากาศที่สัมผัสได้คือความวางใจในฝีมือและความเห็นของกันและกันค่ะ ถ้าพื้นที่ใดปลอดภัย  พื้นที่นั้นย่อมเกิดการไหลเวียนของความรู้เสมือนว่ามีเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตให้มีพลัง  การพูดคุยกันไม่เยิ่นเย้อ... กระชับ ชัดเจน เป็นขั้นตอน และที่สำคัญ "ทุกคนรู้งาน รู้หน้าที่ของตน" ดีเยี่ยมเลยค่ะ

               

               เช้าวันใหม่ที่สร้างสานเครือข่ายแรงบันดาลใจ

นอกเวที เราก็มีการถ่ายรูปกัลยาณมิตรเก่า (แต่ไม่แก่)
ความเป็นกัลยาณมิตร ไม่ต้องใช้คำพูดอะไรมากมาย เพียงใช้สายตาก็ดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายคิดและอยากจะพูดออกมา  อีกทั้งเชื่อว่าฝากฝีฝากไข้ในการทำงานร่วมกันได้

  

                                 ช่วงการกล่าวเปิดโดยเจ้าภาพ สสส

 

 ในที่นี้ ก็ต้องขอขอบพระคุณเจ้าภาพที่สร้างเวทีให้ภาคีเครือข่ายมาพบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ก้าวแรกที่สวยงามนำไปสู่ก้าวต่อไปที่มั่นคงและยั่งยืนค่ะ

จากนั้น น้องมะปรางและพิธีกรป้ายแดงจาก สสส ก็ร่วมกันดำเนินรายการอย่างมืออาชีพ ไม่มีสะดุดอะไรเลย ฟังสบาย ๆ เป็นกันเอง และยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา  แล้วกล่าวเชิญชวนให้ท่านอาจารย์ ดร.จันทวรรณ ปิยะวัตน์ บรรยายเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโลกออนไลน์

คนฟังฟังกันเพลิน ไม่ดูเป็นวิชาการ เพราะผู้ถ่ายทอดอาศัยประสบการณ์จริงเล่าเรื่องแบบให้เห็นภาพทุกขั้นตอน นำไปสู่การปฏิบัติได้เลยค่ะ สิ่งที่ท่านเน้นย้ำค่ะ   ความรู้ไม่ใช่อำนาจอีกต่อไป ปัจจุบันเครือข่ายกลายเป็นอำนาจใหม่ไปเสียแล้ว ยังมีคำพูดเด็ด ๆ อีกมากมาย น่าประทับใจอย่างยิ่งค่ะ     ผู้เขียนหวังว่าจะมีคลิปภาพและเสียงของอาจารย์จันทวรรณให้ทุกท่านที่สนใจได้เห็นได้ฟังกันอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยค่ะ 

 

จากนั้นก็เป็นช่วงที่คุณเอกเป็นผู้ดำเนินรายการ     โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร. บัญชา      (ดร.ชิว)  อาจารย์พนัส   คุณนายดอกเตอร์ (ดร. ยุวนุช) และผู้เขียนเอง จึงอาจจะไม่มีภาพถ่ายประกอบ    แต่ขอสรุปสาระที่ผู้เขียนได้จากทุกท่านที่เป็นเสมือนภาพตัวแทนของพวกเราใน G2K ในโอกาสแรกนี้          โดยผู้เขียนเชื่อมั่นเหลือเกินว่าในโอกาสต่อ ๆ ไปของเวทีหน้า อีกหลาย ๆ ท่านก็เป็นตัวแทนของพวกเราได้ในหลากหลายมิติค่ะ ที่สำคัญคือเราต่างร่วมกันทำหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจให้ภาคีเครือข่ายเป็นนัก KMออนไลน์ค่ะ

 

                               
 
คุณเอกให้ภาพของการเป็นสมาชิกในสังคมออนไลน์ G2K ที่เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน โดยคุณเอกได้กล่าวถึงการเริ่มต้นและดำรงอยู่ใน G2K ที่ยาวนานอย่างเหนียวแน่น นั่นเป็นเพราะความอบอุ่น เป็นกันเอง และสังคมเครือข่ายที่มีความเป็นจิตอาสา  และในสายตาของผู้เขียน คุณเอกก็เปรียบเหมือนหมุดหนึ่งใน G2K ที่ปักยึดให้กัลยาณมิตรหลายคนมาร่วมกันทำอะไรเพื่อสังคม  สิ่งที่ผู้ฟังได้คือ "การสร้างแรงบันดาลใจให้คนมารักกัน" หรือจะเรียกว่าเป็น "นักเชื่อมใจ" ก็ได้ค่ะ  ผู้เขียนใช้คำกล่าวในเวทีเมื่อพูดถึงคุณเอกว่า "คุณเอกสามารถทำให้คนไม่รู้จักกันรักกันได้ในเวลาไม่กี่วินาที เสมือนเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจคน ๆ นั้น"

 

ดร. ชิว กูรูผู้รักในมวลเมฆ เป็นหมุดสำคัญที่ร้อยรัดกลุ่มผู้มีจินตนาการกว้างไกลไร้พรมแดนผู้ชอบแหงนดูท้องฟ้า ไม่ว่ายามทุกข์ เศร้า เหงา และรัก หากได้เห็นสิ่งสวยงามของหมู่เมฆ ต่างก็รู้สึกผ่อนคลาย ในฐานะปัจเจกชนอิ่มอกอิ่มใจได้ความรู้และความเบิกบาน  และในฐานะของผู้อยู่ในเครือข่ายก็ได้จุดร่วมกัน ที่ไม่เพียงแต่มีความสนใจสิ่งเดียวกันที่จะมาร่วมแบ่งปัน แต่ยังขยายผลไปยังกิจกรรมอื่น ๆ ที่ตามมาอีกมายมาย  สิ่งที่ผู้ฟังได้คือ "การสร้างแรงบันดาลใจในการเป็นนักสร้างเครือข่าย" ท่านเน้นย้ำถึงการมีข้อมูลเยี่ยม การนำเสนอดี และมีมิตรภาพเป็นเคล็ดลับในการเป็นนัก KM ออนไลน์ค่ะ

 

 

อาจารย์พนัส มีคำคมวาทะมากมายเรียกเสียงครื้นเครงเป็นระยะ ๆ เป็นภาพแทนความเป็นธรรมชาติของทุ่งท้องนาที่ยกมาให้พวกเราในเวทีนี้ได้ชื่นชมหัวใจของคนทำงานด้วยอุดมการณ์มุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นจิตอาสาให้นักศึกษาซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติต่อไป สิ่งที่ท่านให้กับผู้ฟังทุกคนคือ "แรงบันดาลใจในการสร้างคนด้วยอุดมการณ์ที่เข้มแข็ง" และท่านก็ถ่ายทอดเรื่องเล่าในออนไลน์ให้พลังผู้ทำหน้าที่สร้างคนทุกคนมิให้ท้อ ภาพที่เราเห็นคือการเป็นนักปฏิบัติที่มุ่งมั่นสร้างงานและสร้างคน ฝากไว้ตรงนี้ว่าหากใครมีลูกหลาน ช่วงปิดเทอมแทนที่จะพาไปเที่ยวหรือส่งไปเรียนพิเศษที่ต่างประเทศ ขอให้ส่งลูกหลานไปเข้าข่ายจิตอาสากับอาจารย์พนัส ช่วงเวลาสั้น ๆ จะเปลี่ยนชีวิตลูกหลานท่านได้ค่ะ

 

ดร.ยุวนุช (คุณนายดอกเตอร์) ท่านมีความชัดเจนในการทำหน้าที่สะพานบุญอย่างไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ืท่านเล่าสื่อถึงบทบาทหน้าที่ของคนธรรมดาคนหนึ่งที่อยู่ร่วมกันในสังคมออนไลน์   มีอะไร หรือทำอะไรมา ก็นำมาเล่าเรื่องแบ่งปันกัน ทำให้ดึงดูดกัลยาณมิตรหลายคนให้แวะมาเยี่ยมทักทาย และได้สร้างบุญกุศลร่วมกัน ตัวอย่างที่ชัดเจนคือได้มีส่วนแนะนำให้สามีของท่านได้ไปช่วยกัลยาณมิตรท่านหนึ่งใน G2K สร้างศาลาธรรม และสามีอาจารย์นุชก็ตั้งชื่อให้ว่า "นาธรรมบ้านแพรก"  ภาพที่เราเห็นและคุ้นเคยก็คือ การเป็น    "นักสร้างสะพานบญ" สร้างแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายคนที่มองเห็นช่องทางแห่งการสร้างความดีและเชื่อมต่อมิตรภาพด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่สร้างกุศลได้ผ่านโลกออนไลน์ค่ะ

 

สำหรับผู้เขียน สิ่งที่ได้ถ่ายทอดออกมาจะเน้นในเรื่องของการเป็นนัก KM ในสังคมออนไลน์ที่มุ่งมั่นในการปฏิบัติตนไปด้วย    KM สลายโลกวิชาการที่แบ่งศาสตร์เป็นสาขาต่าง ๆ และลดชนขั้นดีกรีปริญญามาเน้นการปฏิบัติจริง  ผู้เขียนในฐานะของนักกฎหมายได้ช่วยให้คำแนะนำกัลยาณมิตรหลายท่านหลังไมค์เกี่ยวกับข้อกฎหมาย คดีความต่าง ๆ ในฐานะของวิทยากรด้าน Enneagram เพื่อการจัดการความรู้ ผู้เขียนก็ทำหน้าที่ถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้ไปจัดกิจกรรมในที่ต่าง ๆ มานำเสนอ   ในฐานะของนักบูรณาการศาสตร์ด้านสหวิทยาการ (Integrated Sciences)  ผู้เขียนก็ปรารถนาที่จะนำเสนอผลงานที่ริเริ่มสร้างสรรค์ทางวิชาการให้แก่กลุ่มท่านที่สนใจวิธีการบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน  และสุดท้าย  ในฐานะของกัลยาณมิตรในเครือข่ายออนไลน์ ก็พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแบ่งปันสิ่งดี ๆ ร่วมกัน  แต่ไม่ว่าในฐานะอะไรผู้เขียนเห็นว่าเป็นการปฏิบัติธรรมไปด้วยค่ะ  
                       
                                         ภาพประทับใจ ตากล้องมืออาชีพ
เราทุกคนในโลกออนไลน์มีอำนาจอยู่ในมือเปรียบเสมือนสื่อมวลชน สามารถเขียนเผยแพร่สิ่งใดออกไปก็ได้ ดังนั้นจำเป็นต้องมี "สติ" (consciousness) กำกับทุกครั้งในขณะที่กำลังปล่อย "ของ" ออกไป  และมีวิธีการสื่อสาร (communication) ที่สร้างความเป็นมิตร ไว้วางใจกัน รู้หน้าที่ของเราและเข้าใจผู้รับสารที่มีความหลากหลาย  สุดท้ายคือเนื้อหา (content) ที่มีความริเริ่มสร้างสรรค์จากการทำงานวิชาการ หรือจากประสบการณ์การพบเห็นและเก็บเกี่ยวมาเล่า รวมถึงจากการปฏิบัติของเราเอง หากอ้างอิงใครมาก็ต้องให้เกียรติใส่ที่มาให้ชัดเจน                         
                      ตัวอย่างเรื่องเล่านักสร้างแรบันดาลใจที่กล่าวมาแล้วนั้น
            ทุกท่านก็เป็นนักสร้างแรงบันดาลใจได้ค่ะ แง่มุมของทุกท่านแตกต่างกัน  
        เมื่อนำมาสอดประสานกันจะเป็นพลังร่วมของเครือข่ายที่เข้มแข็งและยั่งยืนค่ะ           
 

บทสรุปในช่วงเช้า ผู้เขียนเชื่อมั่นว่าหลายท่านคงได้รับแรงบันดาลใจจากวิทยากรคือท่านอาจารย์ดร. จันทวรรณ  ผู้ดำเนินรายการคือคุณเอก และทุกท่านที่มาแลกเปลี่ยนเสวนากันไม่มากก็น้อย และเรื่องเล่าในกิจกรรมครั้งนี้ที่มาถ่ายทอด ก็หวังใจว่าจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้แวะมาอ่านค่ะ มีอะไรแลกเปลี่ยนก็ยินดีอย่างยิ่งนะคะ 

              ------------------------------------------------------------------