ยามบ่ายคล้อยตะวันลอยลดลงต่ำ ๆ แต่แสงแดดที่เจิดจ้าร้อนระอุเสียจริงละ...
พึ่งกลับจากการไปร่วมรับประทานอาหารเที่ยงวันกันที่ริมทะเลเมืองสงขลามองเห็นเกาะหนูเกาะแมวได้ช้ดเจน...กินไปคุยกันไปเป็นบรรยากาศที่สบาย ๆ ครับ
จากจุดเริ่มต้นที่มีการสอบวิทยานิพนธ์ของนิสิต ป. โท สาขาไทยคดีศึกษา ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม. ทักษิณ
เมื่อวันวานใน ม. ทักษิณถ่ายภาพเอาดอกไม้สีเหลืองเต็มต้นมองไกล ๆ เห็นภูเขารูปช้าง
ยูมิถ่ายภาพกับศาสตราจารย์เดชา วราชุน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ( ภาพพิมพ์และสื่อผสม )กำลังเตรียมพร้อมสอบนิสิต ป. โท
ที่เห็นในภาพคือ ศาสตราจารย์อำนวย ยัสโยธา...ศาสตราจารย์เดชา วราชุน...และยูมิ
คณะกรรมการครบแล้วพร้อมให้นิสิตนำเสนอวิทยานิพนธ์ได้...
เรื่องนี้...มี ศ. เดชา วราชุน เป็นประธานที่ปรึกษาและยูมิเป็นกรรมการร่วม...
นิสิตผู้นำเสนอเพื่อจบ ป. โท
เหมือนกับจบแล้วเพียงไปแก้ไขตามมติที่คณะกรรมการเสนอแนะไว้แล้วไปรับประทานอาหารริมทะเลอ่าวไทยเมืองสงขลา...มีมะพร้าวเนื้ออ่อนใส่อาหารข้างในดังภาพ...
แกงส้มปลา...อร่อย ๆ
ในบรรยากาศเป็นกันเองของท่านอาจารย์ ( ศ. เดชา วราชุน )...ท่านอาจารย์กล่าวทำนองว่า...แม่ผมทำเองทุกอย่าง พึ่งตนเอง คุณแม่พึ่งจากไปในวัยเก้าสิบกว่า...ผมเลยได้ต้นแบบคิดเองทำเองสร้างบ้านเอง...เป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัว...เป็นคนไม่ชอบพูด ชอบทำให้ดูเป็นอยู่ให้เห็น...ไม่ต้องการเงินทองของนอกกายมากมาย แค่มีอยู่ก็ใช้ไม่หมดแล้วเพราะใช้จ่ายรู้จักพอดี
เวลาคนเขาพูดถึงใครเขามักถามว่า...ไอ้หมอนี้มันดีรึเปล่า..? ไม่ใช่ถามว่ามันรวยไหม..? มันมีตำแหน่งเป็นอะไร..? ท้ายสุดคนเราก็ฝากความดีนี้ละเอาไว้ในโลกา...จะดิ้นรนไปหาความทุกข์กายทุกข์ใจทำไม..?
จงทำดีที่สุดในเนื้องานที่เราทำ...งานเขียนศิลป์ของผมไม่ได้ทำเพื่อเงินเพื่อขาย แต่ผมทำเพราะผมชอบที่จะทำ ทำด้วยใจผมรักอย่างนี้มันออกมาจากกึ๋นในตัวตนของเรามันจึงมีพลัง เพราะเราไม่ได้จดจำของใครมา...เราทำของเราเอง เราเดินตั้งแต่ตินเขาจนถึงยอดเขาเราจึงรู้ทุกอย่างที่ผ่านพบ ไม่ใช่เรากระโดดลงตรงยอดเขาแล้วจะรู้หมด
เมื่อร่างกายมันสบายนักก็แกล้งให้มันลำบากบ้าง...อิ อิ อิ
ป่านนี้ท่านศาสตราจารย์เดชา วราชุน กำลังบินลัดฟ้าผ่านเมืองสงขลาเพื่อไปลงสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ตอนนี้
การแกล้งร่างกายอย่างหนึ่งก็เลยออกกำลังกายไงละ...อิ อิ อิ.
สวัสดีครับ คุณครูแป๋ม
สิ่งที่คุยกันนั้นมีมายมาก ยกมาเป็นบางส่วนเสี้ยวเท่านั้นเอง
ชีวิตบางคนเหมือนคำโบราณท่านว่า...เรือล่มเมื่อจอด ตาบอดเมื่อแก่...
กรณี...วิถีชีวิตคนมาหักเหในบั้นปลายชีวิตนั้นแล...
ขอบคุณครับ