ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน
          การมองเห็นโอกาส ความร่วมมือความสามารถต่าง ๆ และมองเห็นช่องทางในการก่อประโยชน์ให้กับองค์กรเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดนวัตกรรม เช่น ใน ปี 1975 สะพาน Tasmanที่ใช้ข้ามไปสู่เกาะ แทสมาเนียในประเทศออสเตรเลียเกิดการทรุดตัวลง ซึ่งขณะนั้น Robert Clifford ผู้ดำเนินธุรกิจบริษัทเรือข้ามฟากขนาดเล็กได้มองเห็นโอกาสการลงทุนโดยเล็งเห็นว่าจะต้องมีความต้องการใช้บริการเรือข้ามฟากมากขึ้นและเขายังบริการจำหน่ายเครื่องดื่มให้กับลูกค้าด้วย ด้วยความที่เป็นคนช่างคิดและมีชั้นเชิงต่าง ๆ ในการลงทุนทำให้เขาลงทุนก่อตั้งบริษัท Incat ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกโดยการออกแบบเรือแบบใหม่ที่ทำให้เขาได้แบ่งส่วนทางการตลาดของเรือข้ามฟาก ได้กว่าครึ่งในตลาดโลก การลงทุนพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องนี้ทำให้บริษัทสามารถสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับโลกได้

         องค์กรหลาย ๆ องค์กรประสบความสำเร็จและอยู่รอดได้เพราะการสร้างนวัตกรรมโดยองค์กรรวบรวมความรู้  ทักษะทางเทคโนโลยีและประสบการณ์ต่าง ๆ ในการสร้างสรรค์และนำเสนอสิ่งแปลกใหม่ นวัตกรรมก่อให้เกิดประโยชน์หลาย ๆ ด้านและในปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารสถานศึกษาและครูจะต้องทำความเข้าใจกับการจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ เพื่อที่จะนำความรู้ในการจัดการสถานศึกษาให้สามารถพัฒนาด้วยรูปแบบที่ทันสมัยและก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วได้ในที่นี้ ก่อนจะไปรู้จักกับสิ่งดังกล่าวจะขอเกรินนำให้เข้าใจเฉพาะในเรื่อง  "นวัตกรรมทางการศึกษา"

         นวัตกรรมทางการศึกษา  ( Educational  Innovation ) หมายถึงการนำเอาสิ่งใหม่ซึ่งอาจจะอยู่ในรูปของความคิดหรือการกระทำรวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ก็ตาม เข้ามาใช้ในระบบการศึกษาเพื่อมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่มีอยู่เดิมให้ระบบการจัดการศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้ผู้เรียนสามารถเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว เกิดแรงจูงใจในการเรียนและช่วยให้ประหยัดเวลาในการเรียน เช่น การสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ การใช้วีดีทัศน์เชิงโต้ตอบ สื่อหลายมิติ และอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

         ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลอย่างมาก ต่อวิธีการศึกษา ได้แก่แนวคิดพื้นฐานทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป อันมีผลทำให้เกิดนวัตกรรมการศึกษาที่สำคัญ ๆ พอจะสรุปได้ 4 ประการ คือ

         1. ความแตกต่างระหว่างบุคคล  การจัดการศึกษาของไทยได้ให้ความสำคัญในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคลเอาไว้อย่างชัดเจนซึ่งจะเห็นได้จากแผนการศึกษาของชาติให้มุ่งจัดการศึกษาตามความถนัดความสนใจและความสามารถของแต่ละคนเป็นเกณฑ์ ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนได้แก่ การจัดระบบห้องเรียน โดยใช้อายุเป็นเกณฑ์บ้าง ใช้ความสามารถเป็นเกณฑ์บ้าง นวัตกรรมที่เกิดขึ้นเพื่อสนองแนวความคิดพื้นฐานนี้เช่น การเรียนแบบไม่แบ่งชั้น  แบบเรียนสำเร็จรูป  เครื่องสอน  การสอนเป็นคณะ  การจัดโรงเรียนในโรงเรียน  เครื่องคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

         2. ความพร้อม  เดิมทีเดียวเชื่อกันว่าเด็กจะเริ่มเรียนได้ก็ต้องมีความพร้อม ซึ่งเป็นพัฒนาการตามธรรมชาติ แต่ในปัจจุบันการวิจัยทางจิตวิทยาการเรียนรู้ ชี้ให้เห็นว่าความพร้อมในการเรียนเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นได้ ถ้าหากสามารถจัดบทเรียนให้พอเหมาะกับระดับความสามารถของเด็กแต่ละคน วิชาที่เคยเชื่อกันว่ายากและไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็ก ก็สามารถนำมาให้ศึกษาได้ นวัตกรรมที่ตอบสนองแนวคิดพื้นฐานนี้ได้แก่ ศูนย์การเรียน การจัดโรงเรียนในโรงเรียน  การปรับปรุงการสอนสามชั้น

         3. การใช้เวลาเพื่อการศึกษา แต่เดิมมาการจัดเวลาเพื่อการสอนหรือตารางสอนมักจะจัดโดยอาศัยความสะดวกเป็นเกณฑ์ ถือหน่วยเวลาเป็นชั่วโมงเท่ากันทุกวิชาทุกวัน นอกจากนั้นก็ยังจัดเวลาเรียนเอาไว้แน่นอนเป็นภาคเรียน เป็นปี ในปัจจุบันได้แนวความคิดในการจัดเป็นหน่วยเวลา สอนให้สัมพันธ์กับลักษณะของแต่ละวิชาซึ่งจะใช้เวลาไม่เท่ากัน บางวิชาอาจใช้ช่วงสั้น ๆ แต่สอนบ่อยครั้ง การเรียนไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในโรงเรียนเท่านั้น นวัตกรรมที่สนองแนวความคิดพื้นฐานนี้ ได้แก่ การจัดตารางสอนแบบยืดหยุ่น มหาวิทยาลัยเปิด แบบเรียนสำเร็จรูป การเรียนทางไปรษณีย์

        4. ประสิทธิภาพในการเรียน การขยายตัวทางวิชาการและการเปลี่ยนแปลงของสังคมทำให้มีสิ่งต่าง ๆ ที่คนจะต้องเรียนรู้เพิ่มขึ้นมาก แต่การจัดระบบการศึกษาในปัจจุบันยังๆไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอจึงจำเป็นต้องแสวงหาวิธีการใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทั้งในด้านปัจจัย เกี่ยวกับตัวผู้เรียนและปัจจัยภายนอก นวัตกรรมในด้านนี้ที่เกิดขึ้นเช่น มหาวิทยาลัยเปิด  ชุดการเรียน การเรียนทางไปรษณีย์  แบบเรียนสำเร็จรูป