คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง , ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่ ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ คุณได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกัน ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า เราจะต้องจากกันเมื่อไหร่
แรกพบสบใจ..มาบัดนี้ไม่เหลือเยื่อใยใดใดแล้ว..

เมื่อแรกพบสบใจใครคนหนึ่ง
เคยซาบซึ้งตรึงใจในคำหวาน
มาบัดนี้มิเหลือใยใจร้าวราน
สุดประสานมารประสพรบราวี
.
เมื่อแรกพบสบใจให้หวนหา
อาลัยฟ้าคราร้างพรางเร้นลี้
ทั้งเดือนดาวสกาวฟ้ามาราวี
จึงจรลีหนีหน้าลาฟ้าไกล
.
เมือแรกพบสบใจไออวลอุ่น
ร้อยละมุนกรุ่นรักมาผลักไส
ดังขุนแผนมีแสนรักต้องจากไกล
ดับฟอนไฟในใจเจ้าเขาหลอกลวง
.
ณ บัดนี้มิเหลือใยใดใดแล้ว
ดังดวงแก้วแววใสในขวัญสรวง
ครองธรรมามิราคีลี้เร้นลวง
ดุจดังปวงดวงประทีปทิพย์เทวี
..
กุลมาตา-Singlemom99-
๑๙ มีนา ๒๕๕๓
(แก้ไข ๘ กุมภา ๒๕๕๔)
..
ค้นกรุกลอนเก่าอีกครั้งหนึ่ง
อยากเผยแพร่และแก้ไขกลอนเก่า
ประกอบข้อคิดทางธรรมเป็นบันทึกค่ะ
ตัดสินใจเลือกกลอนรักที่จบในทางดีบทนี้
..

ดิฉันแต่งกลอนบทนี้ให้ผู้หญิงคนหนึ่ง
ที่บังเอิญได้ยินบทสนทนาของเธอกับเพื่อน
เธอพบรักกับผู้ชายในเวบ
แต่ผู้ชายหลายใจไม่ซื่อสัตย์
ขนาดเธอยังสาว สวย รูปร่างดี
เธอเศร้าโศกเสียใจมาก
แต่สุดท้ายก็คิดได้หันมาปฏิบัติธรรม
เป็นเรื่องที่น่าปิติยินดีที่ดิฉันก็เคยได้ยินมา
แม้ที่วัดที่ไปประจำก็ทราบว่า
มีคนที่หันมาปฏิบัติธรรมเพราะผิดหวังในรักบ้าง
และขอต่อด้วยเรื่องเล่าที่ให้ข้อคิดทางธรรม
เรื่องของวาสนา กับความรักที่พลัดพราก

มีชายหญิงคู่หนึ่งรักกันมาก คบกันมา 3 ปี ทั้ง 2 ตกลงจะแต่งงานกัน เมื่อกำหนดวันเรียบร้อย ฝ่ายชายเองก็รอคอยวันที่จะแต่งงาน ต่อมาไม่นานฝ่ายชายรู้ข่าวว่า คู่รักของตนแต่งงานกับคนอื่นอย่างกระทันหัน โดยฝ่ายหญิงเองก็เต็มใจ ไม่ได้ถูกบังคับแต่อย่างใด เมื่อได้ทราบข่าว เขาทั้งงงและเสียใจมาก ร้องไห้ไม่กินไม่นอน ไม่นานก็ป่วยหนักเพราะตรอมใจ
เวลาผ่านไป ฝ่ายชายป่วยหนักขึ้นเรื่อยๆไปหาหมอเท่าไหร่ก็ไม่ดีขึ้น ขณะที่นอนซมอยู่ที่บ้านนั้น มีหลวงตาแก่ๆผ่านมา เมื่อมาถึงหลวงตาหยุดอยู่ที่หน้าบ้าน แล้วมองเข้าไปในบ้านจึงเคาะประตู เด็กรับใช้ออกมาเปิดประตูพบว่าเป็นพระ จึงบอกว่าไม่ทำบุญนิมนต์ข้างหน้า หลวงตายิ้มอย่างมีเมตตาแล้วพูดว่า อาตมาไม่ได้มาบิณฑบาต ในบ้านมีคนป่วยใช่มั้ย อาตมาพอมีความรู้ทางด้านการแพทย์นิดหน่อย ไม่รู้จะพอช่วยได้รึเปล่า
เด็กรับใช้ได้ฟังก็อึ้ง แต่ก็บอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้ ต้องขอไปถามเจ้านายก่อน เด็กรับใช้เดินเข้าไปในบ้านถามเจ้านาย เจ้านายตอบอย่างตัดรำคาญว่า อยากเข้ามา ก็เข้ามา! เมื่อหลวงตาเข้าไปพบที่ห้องนอนพบว่า ชายคนดังกล่าวนอนอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียง สีหน้าซีดเซียว ร่างกายซูบผอมประหนึ่งครึ่งคนครึ่งศพ เด็กรับใช้นำน้ำมาถวายหลวงตา พร้อมจัดเก้าอี้ถวายข้างๆเตียงของชายคนนั้น หลวงตายิ้มแล้วพูดว่าอาการหนักเลยนะ
ชายคนนั้น นิ่งเงียบไม่สนใจในสิ่งที่หลวงตาพูด หลวงตาตรวจอาการพอเป็นพิธี จึงกล่าวว่า โทรมมากเลยนะ ชายคนนั้นไม่สนใจ หลวงตาบอกว่าไม่เชื่อ ลองมองที่กระจกสิ ชายคนนั้นไม่สนใจ แต่ขณะที่หางตาชายไปที่กระจกแต่งตัวในห้องนอน เขามองเห็นภาพของคนที่รักอยู่ในนั้น ไม่นานภาพของคนรักก็ค่อยๆจางหายไป กลายเป็นภาพทิวทัศน์ชายทะเล ที่ชายทะเลแห่งนั้นเงียบสงบ ไม่มีคนผ่านไปมา
ขณะที่ชายคนที่ป่วยนั้น มองภาพในกระจกด้วยความสนใจนั้น เขาพบว่า มีศพหญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่ที่ชายหาด เวลาผ่านไปสักครู่ มีชายคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพหญิงคนนั้นด้วยความรังเกียจ แล้วเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาพักใหญ่มีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา เขามองเห็นศพนั้น เขาสงสารจึงถอดเสื้อนอกออกมาคลุมร่างของหญิงคนนั้น แล้วเดินจากไป พักใหญ่ๆอีกเช่นกัน มีชายอีกคนเดินผ่านมา เขาพบคนนอนมีผ้าคลุมอยู่ จึงเปิดออกดู เมื่อพบว่า เป็นศพ ด้วยใจสงสาร จึงจะฝังให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่มีเครื่องมือจะขุด เขาจึงตัดสินใจใช้มือทั้ง 2 ข้าง ค่อยๆ กอบทรายขึ้นมา เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนเย็น พอได้หลุมใหญ่พอสมควร จึงได้ฝังศพผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้วจากไป จากนั้นภาพในกระจกก็เปลี่ยนเป็นภาพของศพหญิงคนนั้น และก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นภาพของหญิงคนรัก เขาได้เห็นก็ตกใจ พอสักพัก ก็ปรากฏเป็นภาพชายคนที่ 2 แล้วก็ค่อยๆจางหายไป เหลือแต่เงาของตัวเองในกระจก
ทันใดนั้นหลวงตาพูดว่า ทีนี้เข้าใจรึยัง ศพนั้นคือคู่รักของโยม ชายคนที่ช่วยฝังศพเธอ ผูกวาสนากับเธอหนึ่งชาติ ชาตินี้เธอเลยแต่งงานกับเขา ส่วนโยมช่วยคลุมศพเธอ จึงผูกวาสนา 3 ปี ตอนนี้ครบ 3 ปี วาสนาสิ้นแล้วก็ต้องจากกัน เมื่อชายคนนั้นฟังจบก็กระอักเลือดออกมา เด็กรับใช้ตกใจมาก หลวงตายิ้มแล้วบอกว่า โยมรอดแล้ว เมื่อกี้โยมกระอักเลือดเอาเลือดเสียออกมาแล้ว
ต่อมาไม่นานชายคนนั้นก็ได้ออกบวชในที่สุด
คนเราเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อ , แม่ , พี่ , น้อง , ญาติ , เพื่อน , ศัตรู , คนรัก ฯลฯ ไม่ใช่ของเลื่อนลอย เมื่อมีวาสนา ไม่ต้องเรียกร้อง ถึงเวลาก็มาเจอกัน เมื่อสิ้นวาสนา ก็ต้องจากกัน รั้งยังไงก็ไม่อยู่ ในตอนที่ยังไม่จากกันนี้ คุณได้ทำดีต่อคนของคุณหรือยัง เพราะถึงเวลาที่ต้องจากกัน ไม่ว่าคุณจะมีเงินหรืออำนาจล้นฟ้า ก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้ ทำดีต่อกันไว้ดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้ว่า เราจะต้องจากกันเมื่อไหร่
มางดเศร้า..เริ่มที่เข้าพรรษา แล้วค่อยเขยิบงดเศร้าตลอดปีนะคะ
สวัสดีค่ะ
คุณคิม ค.ห.๑
ขอบคุณค่ะพี่คิม เป็นข้อคิดที่ดีจริงๆ เห็นด้วยอย่างยิ่ง
ในอดีตก็ผ่านกันมาแล้ว เรื่องผิดหวังในรัก
เห็นคนในวง และนอกวงที่ไม่รู้เท่าทัน
เร่าร้อน ยื้อแย่งรัก ทุกข์ตรมเศร้า ทำอะไรผิดๆ
นอกจากทำร้ายตัวเองแล้ว ยังทำร้ายคนอื่น และสังคมด้วยค่ะ
การปฏิบัติธรรมให้มุมมองของชีวิตที่กว้าง และมีความหมายมากขึ้น
การมองเห็นธรรม เท่ากับเห็นพระพุทธองค์...
การเห็นพระพุทธองค์...เป็นวาสนาของชีวิต เช่นกัน
..
ขอบคุณมากนะครับ
ได้อ่านเรื่องวาสนากับความรักที่พลัดพรากได้ข้อคิดเยอะเลยค่ะ
อาร์มเองได้หันมาสวดสมาทานศีลเกือบทุกคืน และแผ่เมตตา รู้สึกใจสงบและหลับสบายในทุกคืนเลยค่ะ
คุณแสงแห่งความดี ค.ห.๒
ขอบคุณมากค่ะคุณแสงแห่งความดี
ชื่นชมและนับถือคนที่มีความทุกข์ มีปัญหา
แล้วหันเข้ามาปฏิบัติธรรม รักษาใจตัวเองมากค่ะ
ตัวเองก็เช่นกัน เลือกที่จะเข้าวัด พาลูกเข้าวัด
เมื่อมีทุกข์ มีปัญหาในชีวิตค่ะ
คุณอาร์ม ค.ห. ๓
ยินดีค่ะดีใจที่ได้เจอผู้หญิงทางธรรมอีกคนหนึ่งค่ะ
ได้ข้อคิดดีๆ จากเรื่องนี้เช่นกันค่ะ
ถ้ารักให้เป็นและรักให้ถูกก็จะเกิดความทุกข์น้อยนะคะ
ขอบคุณกับบันทึกที่ให้ข้อคิดทางด้านความรักและการทำความดีต่อกัน
เพื่อจะจากกันด้วยดีและ...มีสติ
สวัสดีค่ะ
คุณkrugui Chutima ค.ห.๔
ขอบคุณคุณครูชุติมาเช่นกันค่ะ
ที่มาให้ความคิดเห็นดีๆ
แม้ทำยาก ที่จะทำดีกับคนรักที่ลาจาก
แต่ควรพยายามทำอย่างยิ่งค่ะ
ดิฉันอ่านแล้วเห็นธรรมค่ะ
คุณยาย ค.ห.๕
ขอบคุณคุณยายสำหรับภาพกุหลาบงาม
มีภาพกุหลาบงามมาฝากคุณยายด้วยค่ะ
จากงานเกษตรแฟร์..