ระบบประเมินที่ล้ำหน้า(offside) การบริหารจัดการและการพัฒนาที่ล้าหลัง

ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการติดตามการนำผลประเมินของ สมศ.ไปใช้ ที่มี ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นประธาน โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการนำผลการประเมินคุณภาพการศึกษาไปสู่การใช้จริงในทางปฏิบัติ ตามแนวทางนโยบายของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยได้ร่วมกันร่างข้อกำหนดในการดำเนินการเพื่อให้สถานศึกษาและต้นสังกัดของสถานศึกษาได้นำผลประเมินคุณภาพภายนอกไปใช้ในการพัฒนา ซึ่งในเบื้องต้นได้กำหนดเป็น 4 มาตรการ ดังนี้ 1. มาตรการทางสังคม ซึ่งจะมีการหาแนวทางดำเนินการด้านต่างๆ โดยใช้แนวคิดจากการที่คนไทยมักจะรักษาหน้าตาของตัวเองและสถานศึกษาในสังกัด ซึ่งหากสถานศึกษาใดไม่ได้รับการรับรองหรือไม่ผ่านก็จะรู้สึกเสียหน้า เช่น อาจจะมีการกดดัน เป็นต้น 2. มาตรการทางการบริหารจัดการ โดยเห็นว่า ศธ.ควรนำผลการพัฒนาของสถานศึกษาที่เกิดจากการใช้ผลประเมิน มาเป็นองค์ประกอบในการประเมินเพื่อขอมีหรือเลื่อนระดับวิทยฐานะ

ผอ.สมศ. กล่าวต่อไปว่า 3. มาตรการทางการเงินและงบประมาณ โดยอาจจะเสนอรัฐบาลจัดให้มีนโยบายสนับสนุนงบประมาณ พิเศษสำหรับสถานศึกษาที่ผ่านการประเมินในระดับดีมาก และอาจให้มีการลดการให้งบประมาณสนับสนุน หรือ ไม่เพิ่มเงินสนับสนุน สำหรับสถานศึกษาที่ไม่ผ่านการรับรอง หรือ อาจจะวิเคราะห์หามาตรการในการส่งเสริมด้านงบประมาณรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งต่อไป และ 4. มาตรการทางกฎหมาย โดยเฉพาะการดำเนินการกับการจัดการศึกษานอกที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษาที่มีจำนวนมากและขาดการควบคุมดูแลให้เกิดประสิทธิภาพ ด้วยการเข้าไปตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ว่าด้วยการจัดตั้งศูนย์การจัดการศึกษานอกที่ตั้ง อาทิ การเข้าไปตรวจสอบมหาวิทยาลัยบางแห่งที่มีการเปิดศูนย์นอกที่ตั้ง ว่า มีอัตราอาจารย์ ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ (รศ.) และหรือดอกเตอร์ (ดร.) ตามสัดส่วนที่กำหนดในมหาวิทยาลัยนอกที่ตั้งทุกแห่งหรือไม่ เป็นต้น อย่างไรก็ตามทั้งหมดนี้จะนำเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการติดตามฯ อีกครั้งในวันที่ 21 ก.พ.นี้.

 ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 31 มกราคม 2554

ประเด็นที่น่าสนใจ

         ไม่น่าเชื่อว่าคนที่มีการศึกษาระดับปริญญาเอกเขาคิดกันอย่างนี้  โดยมองไม่เห็นปัญหาและอุปสรรคหรือปัจจัยที่เป็นสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาเลย  การประเมินของสมศ.ไม่ใช่การประเมินเพื่อพัฒนา แต่เป็นการประเมินเพื่อแยกเกรด และไล่เบี้ยกับสถานศึกษาเท่านั้น ปัญหาที่แท้จริงที่ไม่มีใครกล้าพูดและไม่มีใครกล้าแก้ไข มาลองฟังความคิดเห็นของคนระดับปฏิบัติบ้างไหมครับ

1. โรงเรียนมีความเหลื่อมล้ำและไม่มีมาตรฐานที่เท่าเทียมกันเลยในระดับพื้นฐาน  บางโรงเรียนมีคน วัสดุอุปกรณ์ เงิน สื่อ มากมายเกินความจำเป็น บางโรงเรียนก็ขาดแคลนไปทุกเรื่อง  สมศ.ประเมินอีกกีครั้งก็ไม่ช่วยให้โรงเรียนมีมาตรฐาน มึคุณภาพได้เลย ถ้ายังไล่เบี้ยกับโรงเรียนแต่ฝ่ายเดียว และไม่ได้ประเมินนโยบายหรือการบริหารจัดการในระดับสูง เพราะหลายเรื่องมาจากการบริหารระดับบน เช่น บุคลากร การโยกย้าย บรรจุแต่งตั้ง การผลิตครู การจัดสรรงบประมาณ สิ่งเหล่านี้โรงเรียนจัดการเองไม่ได้ และสมศ.ไม่เคยประเมิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และ สพฐ. รวมทั้ง ศธ.

2. นโยบายที่เน้นโชว์ผลงานเป็นหลัก แต่ไม่คำนึงเด็กส่วนใหญ่ที่ยังขาดแคลนและขาดคุณภาพ เช่น โรงเรียนในฝัน โรงเรียนดีประจำอำเภอ ประจำตำบล ก็เลือกโรงเรียนใหญ่ โรงเรียนที่มีความพร้อมอยู่แล้ว ก็ยิ่งทุ่มงบประมาณ ทุ่มสรรพกำลังไปพัฒนาแล้วก็อ้างว่าโรงเรียนเหล่านี้ดี มีคุณภาพ  แต่โรงเรียนขาดแคลนก็ยังไม่ได้รับการดูแลเหมือนเดิม แล้วก็โทษโรงเรียนเหล่านี้ว่าไม่ดี ไม่มีคุณภาพ  การพัฒนาบางส่วน บางจุด แบบนี้ไม่ได้ทำให้โรงเรียนโดยรวมมีคุณภาพขึ้นแต่อย่างใดเลย

3. ประเทศไทยใช้การอ้างอิงผลงานจากคนเก่ง  เช่น นักเรียนที่ชนะเลิศได้รางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันระดับนานาชาติ แล้วก็อภิมานแบบมั่วๆว่าเด็กไทยเก่ง   โรงเรียนก็อ้างผลงานนักเรียนที่เก่งในโรงเรียน สนใจพัฒนาเฉพาะนักเรียนเก่งๆ แต่ละเลยนักเรียนที่ไม่เก่ง ไม่สามารถอวดใครได้  ทั้งๆที่เด็กเก่งมีเพียงน้อยนิด เหตุใดจึงไม่สนใจนักเรียนทั้งระบบ ทั้งประเทศ ทุกระดับ เพราะเขาคือประชาชน คนไทยเหมือนกัน ถ้าประชากรส่วนใหญ่ด้อยโอกาส คุณภาพชีวิตต่ำ ประเทศจะเจริญก้าวหน้าดังเช่นประเทศที่เจริญแล้วได้อย่างไร

เราแข่งขันศิลปะที่ญี่ปุ่นได้รางวัลชนะเลิศมา แล้วเราคิดว่าเด็กไทยมีคุณภาพกว่าเด็กญี่ปุ่นอย่างนั้นหรือ?????

เราแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ได้รางวัลชนะเลิศมา แล้วเราคิดว่าเด็กไทยเก่งติดอันดับโลกอย่างนั้นหรือ????

น่าเศร้าก็คือเราประท้วงกันก็แต่เรื่องปากท้อง เรื่องประชาธิปไตยจอมปลอม เพื่อคนบางคน บางกลุ่ม แต่ไม่เคยมีใครประท้วงความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษา ของเด็กไทย ของโรงเรียนไทยเลย ทั้งๆที่ประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งหลาย เขาไม่ยอมแน่ๆ ถ้าประเทศของเขาจัดการศึกษาแบบของเรา (เสียดายงบประมาณให้ผู้บริหารระดับสูงไปดูงานต่างประเทศบ้างไหม เพราะไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้เลย)

รัฐมนตรีมองเห็นเพียงผลการเลือกตั้งครั้งหน้า หรือมองเห็นอนาคตของชาติ เป็นสิ่งที่ผมสงสัยตลอดมา เพราะไม่เห็นมีใครกล้าจัดการระบบการศึกษาไทยแม้แต่คนเดียว

4. สมศ.ประเมินโรงเรียน 3 วัน ได้ผลประเมินที่ใช้อ้างอิงได้จริงหรือ รู้กระทั่งเรื่องคุณลักษณะนิสัย ความดี ความไม่ดี สรุปเป็นร้อยละได้??????   ผมเคยถามกรรมการว่า นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต ร้อยละ 82 แปลว่าอะไร แสดงว่าอีกร้อยละ 18 มันอยากเป็นโจรหรือ??? จนวันนี้ยังไม่มีคำตอบให้

ถ้าสมศ.ประเมินเก่งขนาดนั้น ต่อไปครูใช้เวลาสอนอย่างเดียวได้ไหม การประเมินให้เป็นหน้าที่ของสมศ. เพราะใช้เวลาน้อยมาก แต่รู้ลึกล้ำเหลือเกิน เพิ่มงบให้อีก (ปกติมาประเมิน 3 วัน ใช้เงินหลวง 3 หมื่น บางทีเท่ากับเงินรายหัวของนักเรียนทั้งปี)

ในสายตาผม สมศ.เป็นแค่กระบวนการคิดแบบลองผิดลองถูก พอถูกประท้วงมากๆเข้า คนเขาเห็นจุดบกพร่องก็เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการประเมิน ตัวชี้วัด ไปเรื่อยๆ

ใช่  มันต้องเปลี่ยน  แต่ก็แสดงว่าสิ่งที่สมศ.ประเมินมาก่อนหน้านี้ มีความบกพร่อง ไม่น่าเชื่อถือในหลายประเด็น และที่สำคัญ สมศ.ควรตรวจสอบ ความมีมาตรฐานของการประเมินของกรรมการชุดต่างๆว่าคนเขาเชื่อถือหรือไม่

โรงเรียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน มีผลการประเมินดี  หลายโรงเรียนที่คนในพื้นที่และโรงเรียนด้วยกันเขารับรู้อีกอย่างหนึ่งนะครับ  หลายโรงเรียนต่อมาก็โดนยุบ รวม เลิก เพราะเด็กน้อยลงเรื่อยๆ ชาวบ้านเองก็ยังไม่เชื่อถือ และเท่าที่ผ่านมาผลจาก สมศ. ไม่ได้ช่วยพัฒนาการศึกษาของประเทศมากพอเหมือนกับงบประมาณที่ใช้แบบเทียบกันไม่ได้เลย มีแต่หลักการดีเท่านั้น

ก็โรงเรียนใหญ่ๆ มีแนวโน้มว่าจะผ่านมาตรฐาน ทำไมไม่กล้ายุบ รวม เลิก โรงเรียนเล็กล่ะครับ  และถ้าคิดว่าโรงเรียนเล็กบริหารง่าย หรือไม่มีฝีมือ ทำไมไม่เอาผอ.เชี่ยวชาญที่อยู่ในโรงเรียนใหญ่ๆ มาบริหารดูบ้าง กล้าพอไหม????

ผลงานที่ชัดเจนที่สุด ของสพฐ. คงเป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมของโรงเรียนให้ดูดีขึ้น ......  ก็เท่านั้น บางทีอาจเพราะต้องการผลงานที่เป็นรูปธรรม มองเห็นได้ อวดได้ ของ รัฐบาล  แต่ไม่มีใครมองเห็นคุณภาพการศึกษาที่แท้จริงในตัวเด็กเลย

ครูใหญ่  http://nrschool.siamvip.com/default.aspx