แบบทดสอบหลังเรียนวิชาหลักภาษาไทย

เรื่อง ชนิดของคำในภาษาไทย

นักเรียนจงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุด และเลือกทำเครื่องหมาย  X   ในช่องที่นักเรียนเลือกแล้วเพียงข้อละครั้งเดียว

๑.  คำนาม

๑.  คำนามคืออะไร

                    ก.  คำที่เป็นชื่อของคน สัตว์ สถานที่ สิ่งของ

                    ข.  คำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ

                    ค.  คำที่สร้างมาจากคำกริยา โดยใช้คำว่า “การ” และ “ความ” นำหน้า

                    ง.  คำที่แสดงลักษณะของคำอื่นว่าเป็นอย่างไรรวมทั้งบอกการกระทำว่า ทำอะไร

๒.  คำที่ขีดเส้นใต้ต่อไปนี้คำใดเป็นคำนาม

                    ก.  พี่เป็นคนภาคใต้

                    ข.  เขามาอย่างรวดเร็ว

                    ค.  มยุราเดินบนถนนสายนี้

                    ง.  ภูเขาสูงแค่ไหนก็ยังวัดได้

๓.  ข้อความต่อไปนี้ข้อใดไม่มีคำนามปรากฏอยู่เลย

                    ก.  หมาวิ่งไล่แมว

                    ข.  ฉันยังจำเธอได้

                    ค.  นกตัวนี้เกาะบนกิ่งไม้

                    ง.  การกระทำเป็นเครื่องส่อเจตนา

๔.  ประโยคต่อไปนี้ประโยคใดมีคำนามมากที่สุด

                    ก.  คนเดินบนถนน

                    ข.  ฟ้ามืดท่าทางฝนจะตก

                    ค.  เดือนดาวกำลังจะลับจากฟ้า

                    ง.  สายันต์ไม่เคยลืมสัญญาของเขาเลย

๕.  ข้อความในข้อใดมีคำนามสามัญประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  เธอมาตามหาเขา

                    ข.  ความรักทำให้ลุ่มหลง

                    ค.  ถนนลื่นเพราะฝนตก

                    ง.  ใคร ๆ ก็รักคุณทองแดง

 

 

๖.  ข้อความในข้อใดมีคำนามสามัญประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  ท้องฟ้าวันนี้มีแดดอบอุ่น

                    ข.  พวกเราภูมิใจต่อคุณสมชาย

                    ค.  การเดินทำให้เขาแข็งแรงขึ้น

                    ง.  ผิดหวังทีสองที่ไม่เห็นน่ากลัวเลย

๗.  ข้อความในข้อใดมีคำนามวิสามัญประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  เรามาโรงเรียนทุกวัน

                    ข.  โรงเรียนของเราชื่อฉวางรัชดาภิเษก

                    ค.  มีพื้นที่กว้างขวางมากว่าโรงเรียนอื่น ๆ

                    ง.  เด็กนักเรียนทุกคนต้องใจเรียนเราจึงรักโรงเรียนของเรา

๘.  ข้อความในข้อใดมีคำลักษณนามประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  วันนี้อากาศดีมาก

                    ข.  ฝนไม่ตกเหมือนวันก่อนๆ

                    ค.  ท้องฟ้าสว่างไสวด้วยแสงตะวันอ่อน ๆ

                    ง.  นาน ๆ ครั้งที่เราจะพบกับบรรยากาศเช่นนี้

๙.  ข้อความในข้อใดมีคำลักษณะนามที่ใช้ตามหลังคำกริยา

                    ก.  เราสองคนเดินไปตามทางสายด่วน

                    ข.  แมวสองตัววิ่งหนีสุนัขอย่างไม่คิดชีวิต

                    ค.  หยุดอยู่ตรงนั้นตรงที่ฉันเคยเห็นเธอทุกวัน

ง.  คอยจนหลับไป  ๒  ตื่นแล้ว เพื่อนก็ยังไม่มา

๑๐.  ข้อความในข้อใดมีคำอาการนามประกอบด้วยอยู่ด้วย

                    ก.  การประปานครหลวงสั่งประกาศว่า

                    ข.  พนักงานทุกคนอย่างประท้วง

                    ค.  เพราะถ้าทำเช่นนั้น

                    ง.  ก็จะเป็นความผิดอย่างใหญ่หลวง

 

 

 

 

 

๒. คำสรรพนาม

๑๑.  คำสรรพนามคืออะไร

                    ก.  คำที่ใช้แทนคำนาม

                    ข.  คำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ

                    ค.  คำที่เป็นชื่อคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ

                    ง.  คำที่แสดงการกระทำของคน สัตว์ ว่า ทำอะไร

๑๒.  คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดเป็นคำสรรพนาม

                    ก.  พี่เป็นคนภาคใต้

                    ข.  เขามาอย่างรวดเร็ว

                    ค.  มยุราเดินบนถนนสายนี้

                    ง.  ภูเขาสูงแค่ไหนก็ยังวัดได้

๑๓.  “เค้าบอกว่าอาทิตย์หน้าจะมาเยี่ยม”

ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำสรรพนาม

                    ก.  เค้า

                    ข.  ว่า

                    ค. จะ

                    ง.  มา

๑๔.  ประโยคใดมีคำบุรุษสรรพนามประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  หนูเป็นสัตว์สกปรก

                    ข.  หนูบางชนิดนำเชื้อโรคมาสู่คน

                    ค.  คนบางกลุ่มตั้งบริษัทกำจัดหนู

                    ง.  หนูเองก็ไม่ชอบหนูเหมือนกัน

๑๕.  ประโยคใดมีคำสรรพนามถามประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  พี่กำลังอ่านอะไร

                    ข.  คนอะไรเก่งอย่างนี้

                    ค.  ไหนคนนั้นมานี่หน่อยซิ

                    ง.  อะไรงานแค่นี้ยังทำไม่ได้

 

 

 

 

๑๖.  คำในข้อใดมีคำสรรพนามชี้เฉพาะ

                    ก.  ไหนคนไหนที่สอบได้ที่หนึ่ง

                    ข.  เด็กนี่ซนจังเลยมีท่าทีว่าจะฉลาด

                    ค.  ใครเรียนโรงเรียนฉวางรัชดาภิเษกบ้าง

                    ง.  นี้โรงเรียนฉวางรัชดาภิเษกที่มีเด็กเก่ง ๆ มาก

๑๗.  “เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกใครเลย”

คำใดในประโยคนี้เป็นคำสรรพนามไม่ชี้เฉพาะ

                    ก.  นี้

                    ข.  เขา

                    ค.  ไม่ได้

                    ง.  ใคร

๑๘.  คำในข้อใดมีคำสรรพนามแยกฝ่าย

                    ก.  กันมาหาแกด้วยความคิดถึง

                    ข.  ตำรวจต้องกันตัวเขาออกเป็นพยาน

                    ค.  นักเรียนทุกคนช่วยกันทำความสะอาด

                    ง.  เราทุกคนต้องป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดโรค

๑๙.  คำสรรพนามประเภทใดที่ใช้คำเหมือนกับคำสรรพนามคำถาม

                    ก.  บุรุษสรรพนาม

                    ข.  สรรพนามชี้เฉพาะ

                    ค.  สรรพนามแยกฝ่าย

                    ง.  สรรพนามไม่ชี้เฉพาะ

๒๐.  ประโยคใดมีคำสรรพนามมากที่สุด

                    ก.  นี่เป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดในอำเภอฉวาง

                    ข.  ใครไม่ได้เรียนโรงเรียนนั่นจะต้องเสียใจ

                    ค.  เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามเรียนให้มาก ๆ เข้าไว้

                    ง.  พวกเราต่างก็เป็นนักเรียนโรงเรียนฉวางรัชดาภิเษก

 

 

 

 

 

๓.  คำกริยา

๒๑.  คำกริยาคืออะไร

                    ก.  คำที่ใช้แทนคำนาม

                    ข.  คำที่ใช้เรียกคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ

                    ค.  คำที่เป็นชื่อคน สัตว์ สถานที่สิ่งของ

                    ง.  คำที่แสดงการกระทำและสภาพความมีความเป็น

๒๒.  คำที่ขีดเส้นใต้ข้อใดเป็นคำกริยา

                    ก.  พี่เป็นคนภาคใต้

                    ข.  เขามาอย่างรวดเร็ว

                    ค.  มยุราเดินบนถนนสายนี้

                    ง.  ภูเขาสูงแค่ไหนก็ยังวัดได้

๒๓.  “เค้าบอกว่าอาทิตย์หน้าจะมาเยี่ยม”

ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำกริยาที่มีหน่วยกรรม

                    ก.  เค้า

                    ข.  บอก

                    ค.  ว่า

                    ง.  มา

๒๔.  ประโยคใดมีกริยาที่ไม่มีหน่วยกรรมประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  หนูเป็นสัตว์สกปรก

                    ข.  หนูบางชนิดนำเชื้อโรคมาสู่คน

                    ค.  คนบางกลุ่มตั้งบริษัทกำจัดหนู

                    ง.  หนูเองก็ไม่ชอบหนูเหมือนกัน

๒๕.  ประโยคใดมีคำกริยาคุณสรรพประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  พี่กำลังอ่านอะไร

                    ข.  คนอะไรเก่งอย่างนี้

                    ค.  ไหนคนนั้นมานี่หน่อยซิ

                    ง.  อะไรงานแค่นี้ยังทำไม่ได้

 

 

 

 

๒๖.  คำในข้อใดมีคำกริยาทวิกรรมประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  ไหนคนไหนที่สอบได้ที่หนึ่ง

                    ข.  เธอส่งการบ้านให้ครูแล้วหรือยัง

                    ค.  ใครเรียนโรงเรียนฉวางรัชดาภิเษกบ้าง

                    ง.  ผู้ปกครองทุกคนชอบให้ลูกมาเรียนโรงเรียนนี้

๒๗.  “เรื่องนี้เขาไม่ได้บอกใครเลย”

ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำกริยา

                    ก.  นี้

                    ข.  เขา

                    ค.  ไม่ได้

                    ง.  บอก

๒๘.  คำในข้อใดมีคำกริยานำประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  กันมาหาแกด้วยความคิดถึง

                    ข.  ตำรวจต้องกันตัวเขาออกเป็นพยาน

                    ค.  นักเรียนทุกคนทำความสะอาดห้องเรียน

                    ง.  เราทุกคนป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดโรคร้าย

๒๙.  “อารีย์เรียนจบไปแล้ว”

คำใดเป็นคำกริยาตาม

                    ก.  เรียน

                    ข.  จบ

                    ค.  ไป

                    ง.  แล้ว

๓๐.  ประโยคใดมีคำกริยาต้องเติมเต็ม

                    ก.  นี่เป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดในอำเภอฉวาง

                    ข.  ใครไม่ได้เรียนโรงเรียนนั่นจะต้องเสียใจ

                    ค.  เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามเรียนให้มาก ๆ เข้าไว้

                    ง.  พวกเราต่างก็เป็นนักเรียนโรงเรียนฉวางรัชดาภิเษก

 

 

 

 

๔.  คำช่วยกริยา

๓๑.  คำช่วยกริยาคืออะไร

                    ก.  คำที่ใช้นำหน้าคำกริยา

                    ข.  คำที่ใช้ตามหลังคำกริยา

                    ค.  คำที่แสดงความเข้มข้นของคำกริยา

                    ง.  คำที่บอกลักษณะทางไวยากรณ์ของคำกริยา

๓๒.  คำช่วยกริยามักจะเกิดในตำแหน่งใดของประโยค

                    ก.  หน้าคำกริยา

                    ข.  หลังคำกริยา

                    ค.  หน้าบทกรรม

                    ง.  หลังบทกรรม

๓๓.  “เค้าบอกว่าอาทิตย์หน้าจะมาเยี่ยม”

ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำช่วยกริยา

                    ก.  เค้า

                    ข.  บอก

                    ค.  จะ

                    ง.  มา

๓๔.  ประโยคใดมีคำช่วยกริยาประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  หนูเป็นสัตว์สกปรก

                    ข.  หนูบางชนิดนำเชื้อโรคมาสู่คน

                    ค.  คนบางกลุ่มตั้งบริษัทกำจัดหนู

                    ง.  หนูชอบอยู่ในสถานที่ไม่ค่อยสะอาดนัก

๓๕.  ประโยคใดมีคำช่วยกริยาประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  พี่กำลังอ่านอะไร

                    ข.  คนอะไรเก่งอย่างนี้

                    ค.  อะไรงานแค่นี้ทำไม่ได้

                    ง.  ไหนคนนั้นมานี่หน่อยซิ

 

 

 

 

๓๖.  คำในข้อใดมีคำช่วยกริยาประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  ไหนคนไหนที่สอบได้ที่หนึ่ง

                    ข.  เธอเคยทำความดีอะไรมาบ้าง

                    ค.  ใครเรียนโรงเรียนฉวางรัชดาภิเษกบ้าง

                    ง.  ผู้ปกครองทุกคนชอบให้ลูกมาเรียนโรงเรียนนี้

๓๗.  “เรื่องนี้ยังไม่บอกให้ใครรู้”

ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำช่วยกริยา

                    ก.  ยัง

                    ข.  ไม่

                    ค.  บอก

                    ง.  รู้

๓๘.  คำในข้อใดมีคำช่วยกริยาประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  กันมาหาแกด้วยความคิดถึง

                    ข.  ตำรวจกันตัวเขาออกเป็นพยาน

                    ค.  เราทุกคนป้องกันตัวเองจากโรคร้าย

                    ง.  นักเรียนกำลังทำความสะอาดห้องเรียน

๓๙.  “เจ้าเก่งถูกนักเรียนรังแก”

คำใดเป็นคำช่วยกริยา

                    ก.  เก่ง

                    ข.  ถูก

                    ค.  นักเรียน

                    ง.  รังแก

๔๐.  ประโยคใดมีคำช่วยกริยาประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  นี่เป็นโรงเรียนที่ดีที่สุดในอำเภอฉวาง

                    ข.  ใครไม่ได้เรียนโรงเรียนนั่นจะต้องเสียใจ

                    ค.  เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามเรียนให้มาก ๆ เข้าไว้

                    ง.  พวกเราต่างก็เป็นนักเรียนโรงเรียนฉวางรัชดาภิเษก

 

 

 

 

๕.  คำวิเศษณ์

๔๑.  คำวิเศษณ์คืออะไร

                    ก.  คำที่ใช้ขยายคำกริยา

                    ข.  คำที่เป็นคำหลักของกริยา

                    ค.  คำที่แสดงความเข้มข้นของคำกริยา

                    ง.  คำที่บอกลักษณะทางไวยากรณ์ของคำกริยา

๔๒.  คำวิเศษณ์มักจะเกิดในตำแหน่งใดของประโยค

                    ก.  หน้าคำกริยา

                    ข.  หลังคำกริยา

                    ค.  หน้าบทกรรม

                    ง.  หลังบทกรรม

๔๓.  “นกตัวนี้บินสูง”

ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำวิเศษณ์

                    ก.  ตัว

                    ข.  นี้

                    ค.  บิน

                    ง.  สูง

๔๔.  ประโยคใดมีคำวิเศษณ์ประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  หนูเป็นสัตว์สกปรก

                    ข.  หนูบางชนิดนำเชื้อโรคมาสู่คน

                    ค.  คนบางกลุ่มตั้งบริษัทกำจัดหนู

                    ง.  หนูชอบอยู่ในสถานที่ไม่ค่อยสะอาดนัก

๔๕.  ประโยคใดมีคำวิเศษณ์สามัญประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  พี่กำลังอ่านอะไร

                    ข.  คนอะไรเก่งอย่างนี้

                    ค.  อะไรงานแค่นี้ทำไม่ได้

                    ง.  ไหนคนนั้นมานี่หน่อยซิ

 

 

 

 

๔๖.  คำวิเศษณ์ขยายเฉพาะของคำว่า “แดง” คือคำอะไร

                    ก.  ปี๋

                    ข.  อื๋อ

                    ค.  แจ๋

                    ง.  ปรี๋ด

๔๗.  คำวิเศษณ์ในประโยคใดที่แสดงการถาม

                    ก.  ใครจริงใจกับฉันบ้าง

                    ข.  ไม่มีใครจริงใจกับฉันเลย

                    ค.  ใคร ๆ มาแล้วก็ผ่านไปทุกคน

                    ง.  ถึงฉันจะช้ำแค่ไหนก็ไม่บอกใคร

๔๘.  คำในข้อใดมีคำวิเศษณ์บอกเวลาประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  เมื่อวานผมเจอเธอหน้าโรงเรียน

                    ข.  เราช่วยกันทำการบ้านที่ครูสั่งไว้

                    ค.  เมื่อทำการบ้านเสร็จเราก็ไปกินข้าว

                    ง.  เราจึงสามารถส่งการบ้านตามที่คุณครูสั่งไว้

๔๙.  “นักเรียนทุกคนรักเจ้าเก่งมาก ๆ ”

คำใดเป็นคำวิเศษณ์

                    ก.  ทุกคน

                    ข.  รัก

                    ค.  เก่ง

                    ง.  มาก ๆ

๕๐.  “เขาขยันที่สุด”

ประโยคนี้มีคำวิเศษณ์ประเภทใดประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  คำวิเศษณ์สามัญ

                    ข.  คำวิเศษณ์ขยายเฉพาะ

                    ค.  คำวิเศษณ์แสดงคำถาม

                    ง.  คำวิเศษณ์บอกเวลา

 

 

 

 

๖.  คำบอกกำหนด

๕๑.  คำบอกกำหนดคืออะไร

                    ก.  คำที่ใช้ขยายคำนาม

                    ข.  คำที่ใช้ขยายคำกริยา

                    ค.  คำที่ใช้ขยายคำอุทาน

                    ง.  คำที่ใช้ขยายคำวิเศษณ์

๕๒.  คำบอกกำหนดมักจะเกิดในตำแหน่งใดในนามวลี

                    ก.  หน้าคำนาม

                    ข.  หลังคำนาม

                    ค.  หน้าบทกริยา

                    ง.  หลังบทกริยา

๕๓.  “นกตัวนี้บินสูง”

ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำบอกกำหนด

                    ก.  ตัว

                    ข.  นี้

                    ค.  บิน

                    ง.  สูง

๕๔.  ประโยคใดมีคำบอกกำหนดประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  เราทุกคนรักโรงเรียนนี้มาก

                    ข.  เราต้องทำดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

                    ค.  นี่โรงเรียนที่ดีที่สุดในอำเภอฉวาง

                    ง.  เพื่อชื่อเสียงของโรงเรียนและตัวเรา

๕๕.  ประโยคใดมีคำบอกกำหนดประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  พี่กำลังอ่านอะไร

                    ข.  คนอะไรเก่งอย่างนี้

                    ค.  อะไรงานแค่นี้ทำไม่ได้

                    ง.  ไหนคนนั้นมานี่หน่อยซิ

 

 

 

 

๕๖.  คำใดแสดงการบอกกำหนดที่ไกลที่สุด

                    ก.  นี้

                    ข.  นั้น

                    ค.  นู้น

                    ง.  โน่น

๕๗.  คำใดที่บอกกำหนดที่ใกล้ที่สุด

                    ก.  นี่

                    ข.  นี้

                    ค.  นั่น

                    ง.  นั้น

๕๘.  คำในข้อใดมีคำบอกกำหนดบอกเวลาประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  เมื่อวานผมเจอเธอหน้าโรงเรียน

                    ข.  เราช่วยกันทำการบ้านที่ครูสั่งไว้

                    ค.  เมื่อทำการบ้านเสร็จเราก็ไปกินข้าว

                    ง.  เราจึงสามารถส่งการบ้านนี้ตามที่คุณครูสั่งไว้

๕๙.  “นักเรียนคนไหนส่งงานทุกชิ้นเขาก็จะไม่ติด ร”

คำใดเป็นคำบอกกำหนด

                    ก.  คน

                    ข.  ไหน

                    ค.  ทุก

                    ง.  ไม่

๖๐.  “เด็กโรงเรียนนี้มาจากสถานที่ต่าง ๆ หลายพื้นที่”

คำใดเป็นคำบอกกำหนดไม่ชี้เฉพาะ

                    ก.  นี้

                    ข.  จาก

                    ค.  ที่

                    ง.  ต่าง ๆ

 

 

 

 

๗.  คำเกี่ยวกับจำนวน

๖๑.  คำเกี่ยวกับจำนวนคืออะไร

                    ก.  คำที่ใช้บอกเวลา

                    ข.  คำที่ใช้บอกสถานที่

                    ค.  คำที่ใช้บอกลักษณะ

                    ง.  คำที่ใช้บอกปริมาณ

๖๒.  คำเกี่ยวกับจำนวนมักจะเกิดในตำแหน่งใดในนามวลี

                    ก.  หน้าคำนาม

                    ข.  หลังคำนาม

                    ค.  หน้าคำกริยา

                    ง.  หลังคำกริยา

๖๓.  “โรงเรียนนี้มีนักเรียนพันกว่าคน”

ประโยคนี้มีคำใดเป็นคำเกี่ยวกับจำนวน

                    ก.  ตัว

                    ข.  นี้

                    ค.  พัน

                    ง.  คน

๖๔.  ประโยคใดมีคำเกี่ยวจำนวนประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  เราทุกคนรักโรงเรียนนี้มาก

                    ข.  เราต้องทำดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

                    ค.  นี่โรงเรียนที่ดีที่สุดในอำเภอฉวาง

                    ง.  เพื่อชื่อเสียงของโรงเรียนและตัวเรา

๖๕.  ประโยคใดมีคำเกี่ยวกับจำนวนประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  เด็กคนนี้เก่งที่สุด

                    ข.  ปกติจะขยันเรียน

                    ค.  รวมทั้งชอบช่วยงานโรงเรียน

                    ง.  เวลาสอบก็มักจะได้ที่หนึ่งเสมอ

 

 

 

 

๖๖.  คำใดแสดงการบอกจำนวน

                    ก.  ห้า

                    ข.  ที่ห้า

                    ค.  ราว

                    ง.  กว่า

๖๗.  ประโยคใดมีคำบอกลำดับประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  ฉันจะรักเธอเป็นคนสุดท้าย

                    ข.  แม้ว่าเธอจะดีหรือร้าย

                    ค.  ฉันก็หมายรักเธอแน่นอน

                    ง.  ถึงคนจะประณามเหยียดหยามเธอ

๖๘.  คำในข้อใดมีคำหน้าจำนวนประกอบอยู่ด้วย

                    ก.  ในโรงเรียนเรามีเพื่อนมากมาย

                    ข.  แต่ละวันมีนักเรียนราว ๆ พันคน

                    ค.  เราได้พบปะกับเขาพูดคุยและเล่นหัวด้วยกัน

                    ง.  เราจึงรักที่ได้มาโรงเรียนและเรียนในโรงเรียนนี้

๖๙.  “นักเรียนมากกว่าพันคนจะมาโรงเรียนแต่เช้า”

คำใดเป็นคำหลังจำนวน

                    ก.  มาก

                    ข.  กว่า

                    ค.  พัน