เมื่อวันที่ 7 กพ.54 ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสฟังการนำเสนอของผู้แทนวิทยาลัยชั้นนำของโลก(keble) เค้าเชิญชวนเหล่าอาจารย์แพทย์ที่บ้านผม (คนที่มีกำลังซื้อมีกำลังสนับสนุน) ให้สนใจที่จะไปพาบุตรหลานไปเรียน
โดยรวมก็คือ วิทยาลัยของเขานั้น แน่วแน่ในการแย่งชิงเด็กเก่ง ๆ หรือเรียกว่าหัวกระทิ กับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในโลกนี้ เริ่มจาก ความกระหยิ่มภาคภูมิในการฝัน
ผ่านการตั้งวิสัยทัศน์ที่ท้าทาย วางโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ อิงแอบดีไซด์ไปพร้อมกับความภูมิใจที่ก่อตั้งวิทยาลัยมานานกว่า 100 ปี
พูดถึงความเด่นเป็นสง่าเมื่อได้เข้าไปในอาณาบริเวณ
รวมทั้งผลประโยชน์ที่คุ้มค่าต่อระบบสำคัญๆ ของชีวิตความเป็นอยู่ เช่น การวางโปรแกรมที่ตอบสนองต่อความต้องการหรือสร้างผลประโยชน์อย่างคุ้มค่าโดยเฉพาะของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เป็นต้น
และที่ลืมไม่ได้ก็คือ รายนามของผู้ประสบความสำเร็จของวิทยาลัยในระดับโลก 2 ท่าน..
ในการสร้างสิ่งต่างๆ ที่ได้วางแผนไว้ เค้าใช้วิธีเดินทางเพื่อหาผู้ที่จะฝันร่วม โดยการแลกเปลี่ยนในมิติที่สร้างความภาคภูมิใจ ความเป็นผู้ก่อตั้งสิ่งที่ยิ่งใหญ่ (หากมีตังส์ก็สามารถเป็นได้ว่างั้นเถอะ)
เมื่อมาดูที่ตัวเลขของโครงการนั้น ตกใจมากทีเดียว มันมากโขอยู่ ผมเองก็คิดไม่ถึงน่าว่าคนเราจะขายฝันกันได้ขนาดนี้
ฝรั่งนี่เค้าท้าทายมากๆ ใจถึงจริงๆ คนไทยเราเองในตอนนี้ที่ไปเรียนก็มีอยู่ 62 คน แต่ที่คีเบิลไม่มีเลย...และสิ่งที่สำคัญมากๆ นอกจากมีเงินที่จะเรียนแล้ว เกรดของวิชาส่วนใหญ่จะต้องอยู่ในระดับ เอบวกด้วย...
ปรากฏว่า เงินของคนบ้านเราก็พอมี แต่เกรดระดับเอบวกนี่ซิ น่าสนใจ..
**บันทึกที่200 แล้ว..ดีใจจริงกับการเขียนที่ไม่ได้ก้าวหน้าเลย..
คนไทยคงเรียนไม่เก่งมั้ง..
สวัสดีค่ะคุณเพชร
ความภาคภูมิใจของสถานศึกษาน่าจะมีเกียรติประวัติในการ "ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน" ให้มากยิ่งขึ้น นะครับ
ตั้งเป็นรางวัลไว้ให้สูงสุดเลย
บางครั้งเราก็ต้องการก้าวไปเหมือนโลกที่ไปไกล แต่หากเรากลับมาตรองดู ภูมิปัญญาไทยหลายเรื่องที่โลกต้องเรียนรู้เช่นกัน