รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ "สุขสันต์วันเด็ก" คุณพยาบาล คุณหมอ ในโรงพยาบาล แห่งนี้ที่ยังไม่ลืม หนู – หนู

        สายลมแรงยามหน้าหนาวพัดมากระทบผิวกาย ทำให้รู้สึกหนาวเย็นมากขึ้นกว่าเดิมเป็นสองเท่า ช่วงปลายฤดูหนาวปีนี้ ดูเหมือนว่าจะหนาวเย็นมากกว่าปีที่ผ่านมา

        พรุ่งนี้ปีกระต่ายทอง  ก็จะเคลื่อนตัวถึงวันเสาร์ที่สองของเดือนแรกแล้ว  และวันนี้ก็เป็นวันที่เด็กๆ ทุกคนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ

                “ พ่อจ๋า.....แม่จ๋า.....วันเด็กปีนี้จะพาไปเที่ยวที่ไหนค่ะ “

                “ พ่อครับ.....แม่ครับ  วันเด็กปีนี้จะพาไปเที่ยวไหนครับ “

        ผู้ใหญ่อย่างเราๆ คงได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วแบบนี้กันเกือบทุกคน และแต่ละคนคงจะมีความทรงจำในวันเด็กที่ผ่านมาเป็นเวลานาน มาก – น้อย  แล้วแต่ว่าใครจะผ่านวันคืนมามากกว่ากัน แต่เชื่อว่าทุกคนคงไม่ลืมวันคืนอันแสนสุขใน “ วันเด็ก “ ได้อย่างแน่นนอน

 

 

        ขณะเตรียมตัวเพื่อไปขึ้นเวรดึก ข้าพเจ้าก็คิดถึงวันเด็กของตนของที่ผ่านมาเมื่อประมาณ ๒๐ กว่า  ปีก่อน  นึกแล้วก็ยังรู้สึกเหมือนว่าเรายังเด็กอยู่ เดินผ่านกระจกเห็นตัวเองจึงกลับมาสู่ความเป็นจริง แต่พอนึกถึงวันเด็กของตนแล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า คืนนี้เราไปขึ้นเวรดึก เด็กๆ ที่นอนป่วยร้องกระจองงอแงตามเตียงต่างๆ เด็กบางคนมีแม่ดูแล บางคนมียายแก่ๆ ดูแล แล้วเด็กเหล่านี้ล่ะ คงอยากจะไปเที่ยววันเด็กเหมือนเด็กคนอื่นๆ เพื่อที่จะได้เล่นเกมส์  ได้ขนมและของแจกอีกเยอะแยะเหมือนที่เคยได้ในวันเด็กปีที่แล้ว

         ก่อนจะไปขึ้นเวรดึกขณะขับรถผ่านห้างสรรพสินค้าขายส่ง Makro ข้าพเจ้าก็แวะซื้อขนม, สมุด, ดินสอ เพื่อเตรียมไว้แจกเด็กๆ ในตึกหญิงที่ข้าพเจ้าปฏิบัติงานอยู่  และไม่ลืมที่จะซื้อไปเผื่อเด็กป่วยที่ตึกชายด้วย ใช้เวลา ๔๕ นาที ข้าพเจ้าก็ได้ของแจกเด็กๆ ในจำนวนที่กำลังทรัพย์ของตนเองมี   แล้วยิ้มในใจ  เช้าวันพรุ่งนี้หลังเสร็จงานเวรดึกแล้วข้าพเจ้าจะชวนเพื่อนร่วมงานที่ขี้นปฏิบัติงานผลัดดึกด้วยกันเดินแจกของให้เด็กๆ พร้อมกับเขียนคำขวัญวันเด็กปีนี้ที่ว่า "รอบคอบ รู้คิด มีจิตสาธารณะ"   และเขียนข้อความ  "สุขสันต์วันเด็ก"  ติดไว้หน้า Nurse station เพื่อสร้างสีสันบรรยากาศให้กับวันเด็กปีนี้ หนูน้อยในตึกจะได้รู้ว่ายังมีคุณพยาบาล คุณหมอ ในโรงพยาบาล แห่งนี้ที่ยังไม่ลืม หนู – หนู นะจ๊ะ 

 

ศิริรัตน์  พุทธิษา

ตึกผู้ป่วยในหญิงและห้องคลอด