ดวงตาตามดวงใจไปมองเห็น สิ่งซ่อนเร้นมากมายคลายสงสัย เห็นทะลุปรุโปร่งทุกโยงใย เรื่องน้อยใหญ่ก็มิอาจคลาดสายตา
ดวงตาตามดวงใจ ไปมองเห็น
สิ่งซ่อนเร้น มากมายคลายสงสัย
เห็นทะลุ ปรุโปร่งทุกโยงใย
เรื่องน้อยใหญ่ ก็มิอาจ คลาดสายตา
เห็นเบื้องหลัง เบื้องหน้า เต็มตาชัด
มุมอึดอัด มืดดำมุมคร่ำคร่า
ก็แจกแจง จาระไน ได้ทุกครา
ราวกับมุ่งตามล่า หาความจริง
ในหุบเหว เลวร้าย ทั้งหลายแหล่
ใครย่ำแย่ ก็ยังรู้ไม่อยู่นิ่ง
คอยตั้งข้อ ตำหนิ คอยติติง
เอาทุกสิ่ง ที่มองเห็น เป็นอารมณ์
เห็นคนโน้น คนนั้น มีปัญหา
เห็นด้วยว่า สิ่งใด ไม่เหมาะสม
อยุติธรรม อยู่ตรงไหน ในสังคม
ทุกเงื่อนปม ลึกลับ ไม่อับจน
เห็นจุดเล็ก จุดน้อย จุดด้อยต่าง
คนอยู่ห่าง อยู่ใกล้ หนีไม่พ้น
แต่ละข้อ บกพร่อง ของผู้คน
ก็ขุดค้น นำพา ขึ้นมามอง
ดวงตาตาม ดวงใจ เห็นไปทั่ว
ยกเว้นตัว เองกับ ความอับหมอง
จะชั่วโฉด โหดร้าย เป็นก่ายกอง
ก็ไม่เคย หันมอง เห็นมันเลย

สันติสุข สันติศาสนสุข ΩΩ


ตามองไป ไกลเกิน เมินข้างหน้า
มองไกลกว่า จะเห็น เช่นของใกล้
มองคนอื่น ผิดพ้น อยู่เรื่อยไป
เพราะว่าใจ มองออก ไปนอกตัว
"ดวงตามองจ้องที่เห็นเป็นภายนอก
มายาหลอกกลอกกลิ้งสิ่งที่เห็น
หากย้อนมองภายในใจตนเป็น
ธรรมารมณ์ร้อนเย็นเห็นใจเรา"
..
กุลมาตา
๒ กุมภา ๒๕๕๔
มาอ่านบทกวีไพเราะงามคิด
และแต่งต่อค่ะ..
และเห็นทุกข์มากมายจากตาที่ส่ายแส่ เปลี่ยนมุมใหม่
เลือกมองตัวเองมากขึ้น มองคนอื่นน้อยลง สังคมย่อมร่มเย็นนะคะ
คุณครู ป. 1ครับ
มาเยี่ยมมาอ่านและนำภาพมาฝากด้วยครับ ณ ชายหาดแม่รำพึง 11-12 มค 2554
คุณกุลมาตา ครับ
เพ่งมองใน ใจตนจนหยุดนิ่ง
จะมองเห็นความจริง บางสิ่งว่า
คลื่นอารมณ์ขุ่นข้นปนอัตตา
คือต้นเหตุแห่งปัญหา ของตัวเรา
---------------------------------- เขียนกลอนได้น่าอ่านมาก ขอบคุณครับที่แวะมาคุยด้วย
คุณธรรมทิพย์ ครับ
สวัสดีค่ะคุณสันติสุข
อาจารย์โภณ ครับ
คุณวิไลวรรณ ใจแก้ว ครับ