สำนักข่าว Telegraph ตีพิมพ์เรื่อง 'Popeye was right: spinach really does boost your muscles' = "ป๊อปอาย(ทำ)ถูก: ผักโขม(ปวยเล้ง)เสริมกล้ามจริง", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

การศึกษาใหม่ (ตีพิมพ์ใน Cell Metabolism) พบว่า ปวยเล้ง(ผักโขม) 300 กรัม = 3 ขีด ช่วยลดปริมาณออกซิเจนที่กล้ามเนื้อต้องการในการเผาผลาญกำลังงานได้ 3-5%

ข่าวร้ายนิดหน่อย คือ นอกจากจะต้องกินมากถึง 3 ขีด/วันแล้ว ยังต้องกิน 3 วัน จึงจะได้ผลเต็มที่

กลไกที่เป็นไปได้ คือ สารไนเทรดหรือไนเตรท (nitrates) ในผักช่วยให้โรงงานสร้างพลังงานขนาดจิ๋วภายในเซลล์ที่เรียกว่า "ไมโทคอนเดรียหรือไมโตคอนเดรีย (mitochondria)" ทำงานได้ดีขึ้น [ TFD ]

อ.ดร.เอดดี ไวซ์แบร์ก จากสถาบันคาโรลินสกา สวีเดน หัวหน้าคณะวิจัยกล่าวว่า นักวิ่งที่กินผักโขม (จากการทดลองนี้) วิ่งได้ดีขึ้นมาก

การศึกษานี้ทำโดยให้กินไนเตรท (nitrate) เทียบเท่าปริมาณที่มีในผักโขม 1 จานใหญ่ 3 วัน

ช่วงปี 1930s = 1930-1939 = พ.ศ. 2473-2482 มีการ์ตูนที่พระเอกเป็นกลาสี (sailor) ชื่อ "ป๊อปอาย (Popeye)"

ตัวเอกของเรื่องจะเปิดกระป๋องผักโขม(ปวยเล้ง)กิน เพื่อเสริมกล้ามแขน เมื่อตกอยู่ในภาวะวิกฤติ (แฟนถูกผู้ร้ายข่มเหง)

อ.ดร.ไวซ์แบร์ก กล่าวว่า แบคทีเรีย หรือเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีในร่างกายมีส่วนช่วยสร้างสารนี้ได้คล้ายๆ กับที่คนเราได้รับจากผักใบเขียว

สารไนเตรทขนาดพอดีจากผักมีส่วนทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นได้ดี ช่วยป้องกันความดันเลือดสูง ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

ทว่า... ยังไม่ทราบว่า สารนี้ไปทำให้กล้ามเนื้อมีแรงดีขึ้นได้อย่างไร
.
ขีดจำกัดอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเราออกแรง-ออกกำลังหนักได้จำกัด คือ กล้ามเนื้อจะต้องใช้ออกซิเจนในการเผาผลาญสารอาหารมากขึ้น คล้ายๆ กับถ่านแดงๆ ในเตาที่จะติดดีถ้าลมเข้าออกดี
.
ความต้องการนี้ทำให้คนเราต้องหายใจ "เร็ว-แรง-ลึก" มากขึ้น เกิดอาการหอบแฮกๆ
.
การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกเริ่ม จำเป็นต้องรอการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนหรือคัดค้านต่อไป ทว่า... บอกเป็นนัยว่า ผักมีส่วนช่วยให้แรงดีกำลังดี และอาจมีการพัฒนาสารไนเตรทไปใช้เป็นยาโด๊ปให้แรงดีขึ้นได้ในอนาคต
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

 > [ Twitter ]                             

  • Thank > Telegraph.  
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 2 กุมภาพันธ์ 2554.
  • ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.