มะเร็งต่อมไทรอนด์ และ มะเร็งลำไส้ใหญ่

ขอบคุณอย่างมาก การถ่ายทอดประสบการณ์การป่วยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์และมะเร็งลำไส้ใหญ่ จาการบอกกล่าวของคุณหญิง พญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส่งต่อกันใน Forward Mail เป็นวิทยาทานเพื่อผู้ป่วยโรคมะเร็งและการดูแลสุขภาพ ของทุกคน

 

                                   

" คุณหญิงพญ.พรทิพย์ โรจนสุนันท์ " ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งถูกคุกคามด้วยมะเร็งถึง 2 ครั้ง เริ่มจากมะเร็งที่ไทรอยด์ ลามไปถึงลำไส้ใหญ่  

 

        "หมอเจอมะเร็งที่แรกบริเวณไทรอยด์ ในปี 2542 ตอนอายุ 41 ย่าง 42 ปี จู่ๆ ยืนแล้วเหมือนโลกหมุนติ้ว เลยกังวลว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งหรือเปล่า เพราะคุณแม่ก็เป็นมะเร็งที่ไทรอยด์และปอด เลยไปตรวจเช็กแต่ไม่พบอะไร จนกระทั่งขอตรวจที่ต่อมน้ำเหลือง แล้วใช้เครื่องมือตรวจเผื่อไปที่ไทรอยด์ เจอติ่งเนื้อขนาด 0.6 เซ็นติเมตร ที่ส่อเค้าเป็นเนื้อร้าย แต่ยังเป็นอาการเริ่มต้น เลยผ่าตัดออก ไม่ถึงขั้นต้องให้คีโม

 

        ...ช่วงปลายปีเดียวกันก็เกิดอาการปวดท้องอย่างแรง มีอาการหน่วงๆ ปวดท้องแต่ไม่ถ่าย ไม่รู้ว่าเป็นอะไร เราเป็นหมออยู่แล้ว เลยตรวจตัวเองซะเลย โดยคลำทางทวารหนักจนเจอติ่งเนื้อ ซึ่งถ้าเป็นเนื้อลำไส้จะเป็นพื้นเรียบ แต่ตรวจคลำแล้วมีลักษณะคล้ายพรม จึงไปหาหมอตรวจอย่างละเอียด ทีแรกคุณหมอตรวจไม่เห็น แต่ก็ยืนยันกับคุณหมอว่าเป็นมะเร็ง!! จึงตรวจซ้ำจนพบว่า ตอนแรกที่ไม่เจอเพราะมันลอยสูง บริเวณลำไส้ที่เจอก้อนเนื้อมีขนาดถึง 7 เซ็นติเมตร ต้องตัดลำไส้ทิ้งไปฟุตกว่า แต่มะเร็งลำไส้ขงเราต่างจากคนอื่น เพราะเราเป็นนักกินผักตัวยง และเป็นคนดูแลตัวเองมาก เลยสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นเพราะกรรมพันธุ์ ผ่าตัดมะเร็งทั้ง 2 ที่ห่างกันแค่ปีเดียว"  

 

        ถึงแม้จะเป็นหมอมีความรู้มาก แต่เมื่อป่วยเป็นมะเร็ง ก็ต้องอาศัยธรรมะเข้าช่วยเพื่อต่อสู้กับโรคร้าย และเตือนสติตัวเอง

 

        "ตอนนั้นใจเสียเหมือนกัน แต่พยายามใช้ธรรมะเข้าข่ม บอกตัวเองว่ามะเร็งอยู่กับตัวเรา ต้องมองไปข้างหน้า พยายามคิดมุมบวก บอกตัวเองว่าเราต้องใช้ชีวิตที่เหลือสร้างความดีให้มากขึ้น ใครทำร้ายมาก็พยายามไม่พยาบาท โชคดีที่เป็นหมอผ่าศพ ได้เห็นได้ปลงมนุษย์มาเยอะ หมอเชื่อว่าคนเราเกิดมาเพราะยังไม่หมดกรรม จะหลุดจากวงจรเวียนว่ายตายเกิดได้ ก็ต้องรักษาความดี หลีกเลี่ยงการทำชั่ว เรื่องมะเร็งอยู่ที่ใจอย่างเดียว หมอยึดถือคุณแม่เป็นตัวอย่าง ตอนนั้นท่านเป็นมะเร็งปอด แล้วลุกลามไปที่สมองด้วย ซึ่งทรมานสุดๆ แต่ท่านก็ดูแลตัวเองดีมาก หมออยากเป็นคนไข้แบบคุณแม่ ท่านไม่ยอมให้ใครเดือดร้อนเพราะท่าน

 

        ...การดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้มะเร็งกลับมาเยือนอีก ก็เป็นเรื่องสำคัญมาก อย่างมะเร็งไทรอยด์ ผ่าตัดแล้วหายเลย เพราะหมอเป็นในช่วงอายุยังไม่มาก แต่มะเร็งลำไส้ทิ้งไม่ได้เลย หลังจากผ่าตัดแล้วเว้นไป 4 ปี หมอกลับไปตรวจซ้ำก็พบว่ามะเร็งกลับมาอีก ทำให้ต้องผ่าตัดครั้งที่ 2 คนที่เคยเป็นมะเร็งต้องคอยตรวจร่างกายประจำทุกปี ขณะเดียวกัน ก็ควรระวังเรื่องอาหารการกินให้มาก หมอใช้ชีวิตแบบชีวจิต หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ใหญ่ ทั้งเนื้อวัว, หมู และไก่ เน้นทานปลา หันมาออกกำลังกาย และตัดปัจจัยเสี่ยงทุกอย่าง โดยเฉพาะการสูบบุหรี่และดื่มเหล้า ส่วนเรื่องจิตใจ ต้องพยายามไม่เครียด เพราะถ้าเครียดมะเร็งจะกลับมาง่าย"

 

คำกล่าวสีชมพู เป็นคำกล่าว ต่อท้ายเรื่องมะเร็ง ของอาจารย์ เผ่าทอง ทองเจือ และคุณนงค์พงา เวียงสมุทร์ ใน FW.mail  หัวข้อว่า " มะเร็ง - ตะโกนขู่ กูตาย มึงก็ตาย "

        สู้โว้ย !! ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งทุกคน และร่วมกันรณรงค์ ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ผ่านมูลนิธิจุฬาภรณ์ฯ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ด้วยการอุดหนุน "พิงค์ ริบบิ้น" โบสีชมพู เพียงชิ้นละ 10 บาท ที่แผนก Lingerie Salon เดอะมอลล์ทุกสาขา, ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน