ก่อนที่จะเริ่มทำงานในรพ.สต.เฉลิมพระเกียรติฯ ทางกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อยากให้พวกเราเข้าไปเทรนงานที่โรงพยาบาลแม่ข่าย เพื่อเรียนรู้งานแพทย์แผนไทยและทำความคุ้นเคยกับพี่อายุรเวทที่ทำงานมาก่อนเรา

      การไปแม่ข่ายสำหรับเราแล้วเป้นเรื่องน่าหนักใจพอสมควร เพราะว่าที่ทำงานเราห่างจากแม่ข่ายเกือบสิบเอ็ดกิโมเมตรเศษๆ รอมอเอตร์ไซด์ก็ไม่มี ไม่คุ้นเคยกับใครเลย ซ้ำยังพึ่งมาทำงานได้ไม่ถึงอาทิตย์เริ่มกังวลในใจจะเอายังไงดี

 

    ณ. ตอนนั้นเอง น้องสาวใจดีคนหนึ่ง ก็เสนอตัวที่จะไปส่งเราที่แม่ข่าย ด้วยรถโตโยต้า vios สีนิล......ซึ่งเจ้าตัวพึ่งจะขับรถเป็นใหม่ๆ สดๆ ร้อน ๆ (จะรอดรึเปล่าหว่า ^_^)

 

     เรากำลังพูดถึงน้องเตย .....น้องเตยเป็นน้องจพ.สาธารณสุข ที่ถือได้ว่าเป็นเจ้าถิ่นเลยก็ว่าได้ เพราะน้องเตยเกิดที่นี่ มีบ้านอยู่ที่นี่ แถมบ้านน้องเตยยังห่างจากรพ.สต.ไม่กี่ร้อยเมตร

     เตยเป็นน้องสาวที่อายุห่างจากเราสองปี บุคลิกเป็นคนคล่องแคล่ว ว่องไว ปราดเปรียว ไว้ผมหน้าม้าเต่อ เข้ากับใบหน้าที่กลมบล๊อค แต่งแต้มสีสันบนใบหน้าอยู่เป็นนิจ แต่บางครั้งขี้เกียจ เตยก็จะมาทำงานด้วยใบหน้าซีดๆ  เหมือนคนป่วยเห็นแล้วชวนหลอน

 

     นี่เองจึงเป็นที่มาของคำว่า "ผีญี่ปุ่น"

 

    น้องเตยถือได้ว่าเป็นคนที่กุมชะตาชีวิตลูกจ้างในรพ.สต. เพราะนอกจากจะจ่ายยา ฉีดยา ล้างแผลแล้ว น้องเตยยังทำงานบัญชี สิ้นเดือนทีไร....เงินเวร เงินเดือน จะออกช้าหรือเร็วก็ล้วนแล้วแต่อยู่ที่ความพอใจของน้องเตยที่จะเลื่อนออกไปไกลหรือใกล้

 

   ตอนที่เรามาทำงานใหม่ๆ เราเห็นโต๊ะน้องเตยเป็นโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสารมากมายท่าทางวุ่นวาย พอเราได้ลองมาเคลียร์งานการเงินด้วยตัวเองบ้างเราถึงรู้ว่างานการเงินเป็นงานที่ละเอียดอ่อน ชวนปวดหัว เอกสารตัวเดียวเราแก้ไปหลายสิบรอบ แต่น้องเตยทำเสร็จไปหลายชุด บ่งบอกถึงความเป็นมือโปรในงานที่ทำได้ดียิ่งกว่าคำพูด 

    น้องเตยมองเราทำงานแล้วก็ยิ้มๆ บอกว่าค่อยๆทำไป เดี๋ยวก็เก่งเอง ตอนเตยทำใหม่ๆเตยก็แทบร้องให้เหมือนกัน ฟังแล้วเราถึงได้เข้าใจและเห็นสัจธรรมบางอย่าง

.. กว่าที่คนเราจะทำงานได้ดี ได้เก่งนั้นขั้นเริ่มต้นก็ต้องติดขัด ผิดพลาดบ้างเป็นเรื่องธรรมดา...

 

      นอกเหนือจากเรื่องงาน น้องเตยจะเป็นตัวรับตัวชงมุกกับน้องติ๊กได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะมามุกใหน ทั้งคู่จะต่อกันได้ไหลลื่นและเป็นธรรมชาติ จนบางครั้งเราเคยสงสัย ว่าสิ่งที่น้องเล่นมุกรับส่งกันมันเป็นเรื่องจริงรึเรื่องพูดเล่น แต่ทุกครั้งที่ได้ฟังน้องยิงมุกไส่กันกลับทำเราฟังเพลินเพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่งจริงหรือล้อเล่น...มันไม่สำคัญเท่ากลับว่า เราเห็นความสนิทสนม รู้ใจ เท่าทันกัน ระหว่างคนทั้งคู่

     พี่นีมีอะไรให้ช่วยก็บอกเตย เตยเอ่ยประโยคนี้กับเราขณะเรานั่งมาในรถ vios สีนิล รถคันเก่งของน้องเตย เรากำลังจะไปที่โรงพยาบาลแม่ข่ายกันค่ะ น้องเตยพูดพร้อมกับยิ้มจนแก้มตุ่ย ส่งเราจนถึงที่หมาย

    วันกลับไม่รู้จะกลับยังไงก็โทรหาเตย เตยเอ่ยบอกเราอีก

   ณ. วันนั้นเรามองตามรถ โตโยต้า vios สีดำนิิลคันนั้นจนลับสายตา พร้อมความรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของน้องสาวที่พึ่งจะรู้จักกันเพียงไม่นาน แม้ ณ. เวลานี้ ความรู้สึกขอบคุณยังล้นปรี่อยู่ในอกข้างซ้าย

น้องเตยทีโต๊ะทำงานและโน๊ตบุคคู่ใจ