What: การกระตุ้นให้เด็กๆ นำหนังสือมาอ่านด้วยกันที่โรงเรียน
Why: เด็กจำนวนน้อยมากที่จะรักการอ่านโดยไม่มีการกระตุ้นจากครู พ่อแม่ หรือ บรรยากาศที่เอื้อต่อการอ่าน
How: ครูจะกระตุ้นให้เด็กๆ นำหนังสือมาอ่านที่โรงเรียนได้อย่างไร
ลองมาดูกันว่าคุณครูครูม่อน – สาวิณี จิรประเสริฐกุล คุณครูนัท – นันทกานต์ อัศวตั้งตระกูลดี และ คุณครูนุ่น - พรพิมล เกษมโอภาส จะมีวิธีการอย่างไรในการกระตุ้นให้เด็กๆ นำหนังสือมาอ่านที่โรงเรียนกัน
ครูม่อน - สาวิณี แลกเปลี่ยนให้กลุ่มฟังว่า ในช่วงแรกของการเริ่มโครงการฯ นักเรียนช่วงชั้นที่ ๒ ยังอ่านหนังสือกันไม่มากนัก จึงพยายามหาวิธีกระตุ้นให้เด็กๆ ชั้น ๔ นำหนังสือมาอ่านที่โรงเรียน เวลามีหนังสือใหม่ๆ มา ครูม่อนก็จะใช้เวลาช่วงพักกลางวันแนะนำหนังสือใหม่ เช่น เวลามีหนังสือเรื่องตะลุยโจทย์คณิตศาสตร์มาก็พูดว่า ครูม่อนชอบเรื่องนี้มากเลย ใครเป็นคนเอามา และชักชวนเด็กคนอื่นๆ ว่าเรื่องที่นำมามีความน่าสนใจมาก คนที่นำหนังสือมาก็รู้สึกภูมิใจที่ครูสนใจในหนังสือของเขา และยังได้เผยแพร่ให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย พอกระตุ้นด้วยวิธีนี้แล้วทำให้ได้หนังสือที่นำมาเวียนกันอ่านเพิ่มขึ้นมาก
หลังจากนั้นเวลามีหนังสือมาครูม่อนก็จะเปิดอ่านคร่าวๆ และดึงประโยคดีๆ และทิ้งท้ายไว้ให้เด็กๆ สนใจ เช่น เมื่อดีจังนำหนังสือเรื่องเกี่ยวกับระบบสุริยะจักรวาลมา แล้วมีการเขียนว่าดาวอะไรเปรียบเสมือนเป็นเพื่อนของโลก ครูม่อนก็ใช้ประโยคนี้มาเป็นคำถามให้กับเด็กๆ คนอื่นๆ ว่า ใครอยากรู้ว่าเพื่อนของโลกคืออะไร ลองไปอ่านหนังสือที่ดีจังเอามาสิ แล้วจะรู้คำตอบ ก็จะเห็นได้ชัดว่าเด็กเริ่มอ่านหนังสือกันมากขึ้น
พอมาช่วงหลังๆ เด็กสนใจที่จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับตำนานผีญี่ปุ่น ที่มีลักษณะเป็นเรื่องเล่า ที่บางเล่มอ่านกันจนหนังสือเริ่มขาด ครูม่อนก็ให้ช่วยกันดูแล ซ่อมแซมหนังสือให้ดี
ปัจจุบันนี้ ก็ยังมีเด็กมาอ่านหนังสือในช่วงเช้า กลางวัน และตอนเย็น และจะมีประมาณ ๕ - ๖ คนที่อ่านอย่างสม่ำเสมอ คนอื่นๆ ก็อ่านบ้าง
กิจกรรมแลกเปลี่ยนหนังสือกันอ่าน ไม่ได้มีการกำหนดรอบของระยะเวลาที่แน่นอน แต่สังเกตว่าเมื่อใดที่ครูกระตุ้น ด้วยการแนะนำหนังสือ ก็จะมีหนังสือใหม่ๆ มาเปลี่ยนที่ชั้น
Key Success Factor ที่สำคัญของกิจกรรมนี้คือ ครูต้องกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง และทิ้งคำถามที่น่าสนใจไว้ให้ติดตามอ่าน
สิ่งที่ครูม่อนจะทำต่อ คือ ยกประเด็นเรื่องที่เด็กกำลังสนใจมาพูดคุยกับเด็ก เช่น เรื่องที่....เอามาเยี่ยมมากเลยนะ ใครมีหนังสือที่มีเนื้อหาคล้ายแบบนี้บ้างไหม เอามาอ่านที่โรงเรียนกัน
อ่านหนังสือมากชีวิตจะเปลี่ยน อาจารย์สุพักตร์ พิบูลย์ กล่าวไว้ในการสัมมนาทางวิจัย วันที่ 25-27 มค 54 ณ มทร. รัตนโกสินทร์ ศาลายา
ดีจังครับที่สอนเน้นการอ่าน
ประเด็นของอาจารย์ตรงกับใจ และก้าวต่อไปของคุณครูพรพิมลเลยค่ะ เพราะ "ประเด็นที่ครูนุ่นจะทำต่อไปคือให้เด็กๆ มาแลกเปลี่ยนกันว่าหลังจากที่หันมาอ่านหนังสือแล้วชีวิตของพวกเขามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างไหม" ตามที่ได้ทิ้งท้ายไว้ในบันทึกตอนที่ ๒ ของเรื่องเดียวกันนี้ :)