ใช้สำหรับการขอมีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ ทุกสายงาน
การประเมินให้มีและเลื่อนวิทยฐานะเชิงประจักษ์
จากการที่มีข่าวเกี่ยวกับการจ้างทำผลงาน ทางวิชาการ คัดลอกหรือลอกเลียนผลงานทางวิชาการ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อใช้ในการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะอยู่เป็นระยะๆ และมีการกล่าวกันว่าครูที่มีเทคนิคและวิธีการสอนที่ดี มีจิตวิญญาณความเป็นครู มุ่งมั่นในการจัดการเรียนการสอนพัฒนาและสร้างให้นักเรียนประสบความสำเร็จใน ชีวิต ไม่มีเวลาในการทำผลงานทางวิชาการ หรือเข้าข่ายสอนเก่งแต่เขียนหรือเรียบเรียงไม่เก่ง ทำให้ครูเหล่านี้ไม่ได้รับการเลื่อนวิทยฐานะและขาดขวัญกำลังใจเป็นอย่างมาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ) ในฐานะประธาน ก.ค.ศ. จึงมีนโยบายที่จะสร้างขวัญกำลังใจให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในการขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะโดยไม่ต้องทำผลงานทางวิชาการเต็มรูปแบบ จึงมอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปยกร่างหลักเกณฑ์และวิธีการในการประเมินวิทยฐานะแนวใหม่มานำเสนอต่อ ที่ประชุม ก.ค.ศ. ซึ่งเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2554 ที่ประชุม ก.ค.ศ.ได้เห็นชอบในแนวคิดและหลักการในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้า ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จเป็นที่ ประจักษ์ มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ ดังนี้
1.หลักเกณฑ์และวิธีการในการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้มีผลงาน ดีเด่นที่ประสบความสำเร็จเป็นที่ประจักษ์ มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะนี้ ใช้สำหรับการขอมีและเลื่อนเป็นวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ ทุกสายงาน
2.ส่วนราชการต้นสังกัดเป็นผู้เสนอขอ
3.ผู้ที่จะได้รับการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และวิธีการนี้ ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานวิทยฐานะมีภาระงานการสอน/การปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ส่วนราชการต้นสังกัดกำหนด ปฏิบัติงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ 2 ปีติดต่อกัน ได้รับเงินเดือนต่ำกว่าขั้นต่ำไม่เกิน 1 ขั้น(รายละเอียดการได้รับเงินเดือนจะมีการปรับเปลี่ยนเมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.เงินเดือนฯ อย่างเป็นทางการ) และต้องมีผลงานดีเด่นที่เกิดจากการปฏิบัติงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบ ซึ่งแสดงถึงความเป็นผู้มีความสามารถพิเศษ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และผลงานเป็นแบบอย่างที่ดี มีคุณภาพตามมาตรฐานวิทยฐานะเป็นที่ยอมรับในวงวิชาชีพโดยต้องมีผลงานดีเด่นใน ระดับชาติ หรือระดับนานาชาติ หรือเป็นที่ยอมรับจากส่วนราชการต้นสังกัดระดับกรมขึ้นไปและมีผลการพัฒนา คุณภาพผู้เรียนที่สอดคล้องกับผลงานที่ดีเด่นนั้น
4.ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อไม่ต้องจัดทำผลงานทางวิชาการในรูปแบบเอกสารเต็ม รูปแบบ โดยให้เขียนรายงานเกี่ยวกับผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จนั้น ตามหัวข้อคือ ปัญหาคืออะไร ปฏิบัติอย่างไร ผลเป็นอย่างไรต่อไปจะทำอะไร ไม่เกิน 50 หน้า กระดาษเอ 4
5.ต้องผ่านการประเมิน 3 ด้าน จากกรรมการ 2 ชุด คือ ชุดที่ 1 กรรมการ 3 คนประเมินด้านที่ 1 และด้านที่ 2 และชุดที่ 2 กรรมการ5 คนประเมินด้านที่ 3 ณ สถานที่ปฏิบัติงาน
6.ใช้เกณฑ์การตัดสินเช่นเดียวกับการประเมินตาม ว 17 ซึ่งการประเมินทั้ง 3 ด้าน ไม่สามารถพัฒนาหรือปรับปรุงได้ เว้นแต่รายงานเกี่ยวกับผลงานดีเด่นที่ประสบผลสำเร็จสามารถปรับปรุงให้ สมบูรณ์ได้
โดย ศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการ ก.ค.ศ.
เรียน คุณครูจ่อย ผมน้องใหม่ผมอยากให้คุณฝากแนวคิดให้ผมบ้าง และอยากมีดพื่อร่วมคิดชาวอีสาน เป็นพระคุณยิ่งครับ
•ขอบคุณครับคุณประทีป วัฒนสิทธิ์
•สำหรับมิตรภาพ
•ยินดีที่ได้รู้จักกันครับ