ค่าของคุณภาพการศึกษา ฤาเป็นได้แค่เพียงตัวเลขกระนั้นหรือ
สอนเพื่อสอบ
สอบเพื่อความอยู่รอด
การทำนาตามวิถีชีวิตของชาวนา
สิ่งที่ชาวนาทุกคนรอคอยด้วยความหวัง คือการเก็บเกี่ยวผลผลิต
การจัดการศึกษา ก็เช่นกัน เมื่อดำเนินการจัดการเรียนรู้มาตลอดทั้งปี
ย่อมมีการประเมินผลการจัดการศึกษา
สิ่งที่ทุกโรงเรียนต้องพร้อมคือการสอบของเด็ก ไม่ว่าจะเป็น
การจัดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน O – NET ซึ่งดำเนินการโดย
สทศ. สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) ทำการทดสอบ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
3 วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554
การสอบนี้จะเป็นเครื่องชี้คุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครู
และมีผลกับการขอเลื่อนวิทยฐานะทั้งผู้บริหารและครูตามเกณฑ์ใหม่
ทั้งยังมีผลกับการจัดลำดับทั้งในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและระดับชาติด้วย
จากผลการสอบ O – NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ปีการศึกษา 2550 -2552 จำแนกตามรายวิชา(คะแนนเต็ม 100
คะแนน)สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน) มปพ :
9-11)
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
วิชา
ปีการศึกษา2550
ปีการศึกษา2551 ปีการศึกษา2552
ภาษาไทย 36.6
42.0 38.6
สังคมศึกษา ยังไม่จัดสอบ
ยังไม่จัดสอบ
33.9
ภาษาอังกฤษ ยังไม่จัดสอบ
ยังไม่จัดสอบ 31.8
คณิตศาสตร์ 47.5
43.8
35.9
วิทยาศาสตร์ 49.6
51.7 38.7
สุขศึกษาและพลศึกษา ยังไม่จัดสอบ
ยังไม่จัดสอบ 64.8
ศิลปะ ยังไม่จัดสอบ
ยังไม่จัดสอบ
42.5
การงานอาชีพ ยังไม่จัดสอบ
ยังไม่จัดสอบ 51.7
จะเห็นว่าผลการสอบชั้นประถมศึกษาปีที่
6 ในปีการศึกษา 2551 คะแนนใน 3 วิชาหลักต่ำกว่าครึ่ง ปี 2551
มีภาษาไทยและวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นแต่คณิตศาสตร์กลับลดลง แต่ปีการศึกษา
2552 มีผลการทดสอบต่ำกว่า ปี2551 ทั้งสิ้น
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
วิชา ปีการศึกษา2550
ปีการศึกษา2551 ปีการศึกษา2552
ภาษาไทย ยังไม่จัดสอบ
41.1
35.0
สังคมศึกษา ยังไม่จัดสอบ
41.4
40.0
ภาษาอังกฤษ
ยังไม่จัดสอบ 32.4
20.0
คณิตศาสตร์ ยังไม่จัดสอบ
32.7 24.0
วิทยาศาสตร์ ยังไม่จัดสอบ
39.4 27.5
สุขศึกษาและพลศึกษา ยังไม่จัดสอบ ยังไม่จัดสอบ
57.5
ศิลปะ ยังไม่จัดสอบ ยังไม่จัดสอบ 32.5
การงานอาชีพ ยังไม่จัดสอบ
ยังไม่จัดสอบ 33.3
จะเห็นว่าผลการสอบชั้นมัธยมศึกษาปีที่
3 ปีการศึกษา 2551 ทุกวิชาต่ำกว่าร้อยละ 50 ส่วนปี 2552
พบว่าทุกวิชาที่จัดสอบ ปี 2551 ลดต่ำลงหมดแถมผลคะแนนยังไม่ถึง 1 ใน 3
ของคะแนนเต็มด้วยซ้ำ
(อ้างอิงจาก
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์การมหาชน)
วิกฤตการศึกษาไทย.กรุงเทพ : วิ.ที.ซี.คอมมิวนิเคชั่น,มปพ)
ปีนี้ต้นสังกัด
ตั้งเป้าหมายให้ทุกโรงเรียนยกระดับผลสัมฤทธิ์ให้สูงขึ้นจากเดิมร้อยละ
4 ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ แม้
สทศ.จะเน้นว่าการสอบเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
แต่ภาพความเป็นจริงก็คือต่างต้องการตัวเลขที่สูงๆ
เพื่อไปใช้ในประโยชน์อย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของ
ผู้ริหาร ครูและอนาคตโรงเรียน
สิ่งที่ทุกโรงเรียนกำลังทำอยู่คือสอนเพื่อเตรียมสอบที่จะมีการสอบในเดือนกุมภาพันธ์
ดังนี้
1. การสอบ O – NET ชั้น ป.6
สอบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 และ ม.3 สอบวันที่ 2
กุมภาพันธ์ 2554
2.การสอบ NT เจ้าภาพดำเนินการคือ
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กลุ่มเป้าหมายที่สอบ
จะเป็นนักเรียนชั้น ป.3 ,ป.6 ,ม.3 สอบในวันที่ 23 -24
กุมภาพันธ์ 2554 เป็นการสอบเพื่อวินิจฉัยผู้เรียน
3.
การสอบเพื่อประกันคุณภาพผู้เรียน(LAS) ชั้น ป.2,ป.5,ม.2
เพื่อฝึกให้เด็กได้คุ้นเคยกับสอบ O – NET ข้อสอบจะคล้ายกัน
คงเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคม 2554
แม้จะบอกว่าเป็นการสอบเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาแต่ผู้ปฏิบัติคือโรงเรียนก็คงอยู่เฉยไม่ได้ที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นไม่ต่างกับฟุตบอลลีกที่ขับเคี่ยวกันอย่างเมามัน
พูดเรื่องสอบไหงเป็นเรื่องฟุตบอลไปได้
เป็นกำลังใจให้กันและกันใต้ฟ้านี้ไม่มีอะไรที่ครูไทยทำไม่ได้
จริงไหม
ต่างอยู่ไม่เป็นสุข...พยายามสอนเสริมกันเต็มที่
เห็นด้วยกับ ผอ.ครับว่าตัวเลขต่าง ๆ น่าจะบ่งบอกอะไรในเชิงบริหารจัดการบ้างครับ ทั้งจำนวนครูและบุคลากรที่ยังไม่สามารถจัดให้ครบเกณฑ์ และตามวิชาเอก วัสดุอุปกรณ์ สรุปแล้วโรงเรียนเล็ก ๆ ไกลหูไกลตาผู้บริหาร ก็ยังต้องก้มหน้าก้มตารับสภาพการบริหารจัดการในสภาพที่ขาดแคลน มาเป็นเวลา ๒๐-๓๐ ปี เหมือนเดิมครับ ผอ. แต่ก็ขอให้กำลังใจท่าน ผอ. ครูและบุคลากรของโรงเรียของท่าน และทั่วประเทศด้วยครับ.
โครงการนี้ดีมากครับผมไปดูงานที่พิจิตรมา นำมาฝากเผื่อมีแนวคิดช่วยเด็ก ๆ ได้เรียนต่อมากขึ้นรับ เป็นตลากดนัดของเด็กนักเรียน ผู้ปกครองและครูบางส่วน นำผลิตภัณฑ์และสินค้าต่าง ๆ เท่าที่มีนำมาขายเป็นเงินทุนสำหรับเด็กยากจน กำพร้า และขาดแคลนให้ได้รับเงินทุนเพื่อการศึกษาต่อครับ
ความเห็นที่ 2 เป็นของผมเองครับ
ผมชอบบันทึกนี้มากครับ ขอบคุณครับ
ครูพยายามติว....เท่าไร
สทศ. ก็พยายามออกข้อสอบให้พิสดารเท่านั้น
พอเจอข้อสอบ...ครูสอนภาษาไทยหมดแรง..
เพราะข้อสอบออกมาให้คิดวิเคราะห์...ไม่กี่ข้อ
ครูสอนทั้งปี ทั้งหลักสูตร ออกข้อสอบมาแนวเดียว
สอนแล้วก็สอบ พัฒนากันตาตั้งทั้งครูและนักเรียนทีเดียวค่ะท่านผอ.
พาน้องๆ ในโครงการ กล้าใหม่-ใฝ่รู้ปี ๕ มาให้กำลังใจกันในยามนี้ค่ะ..
เช่นเดียวกับมุมมองทางการศึกษาครับ ท่าน ผอ
ทุกวันนี้วิถีชีวิตของคนไทยเรา...
เล่นกีฬาเพื่อ..ชนะเลิศได้เหรียญทอง
หรือเล่นกีฬาเพื่อ..ให้ได้สุขภาพกายใจที่แข็งแรง
ขอบคุณครับ
คนทำงานด้าน ที่เป็นซับเจกส์ สร้างข้อสอบให้คนสอบ ตรวจและตรีตรา ก็ง่ายมาก ๆ
คนทำงานด้าน ที่เป็นซับเจกส์ ตรวจสอบการทำงาน หรือมาตรฐานของ ผู้อื่น ทำง่ายมาก ๆ
คนทำงานด้าน ที่เป็นซับเจกส์ สร้างวิชาการแบบวิจารณ์คนอื่น ก็ทำไ้ด้ง่ายมาก ๆ เช่นกัน
คนทำงานด้าน ที่เป็นซับเจกส์ สร้างนโยบาย กำหนดแนวให้คนอื่นทำ ก็ทำได้ง่ายมาก ๆ
แต่ คนทำงานกับพื้นที่เป็นออกเจกส์ ทำยาก เหตุปัจจัยเยอะ ล้มเหลวได้ง่าย
ส่วนใหญ่ เมื่อเกิดความล้มเหลวก็ทางเดินใหม่ ก็ขึ้นไป
ทำงานแบบซับเจกส์ อย่างข้างบนที่ทำง่ายกว่า
แกล้งวิจารณ์สักเรื่องสองเรื่อง แล้วเสนอโปรเจคส์ของบประมาณ
หากตำแหน่งซับเจค พร้อมเงินงบประมาณ ยิ่งออบเจ็คส์ ทำงานล้มเหลวเท่าไร
ตนเองยิ่งมีความสำคัญและรับงบประมาณ มากขึ้น ๆ ๆ ๆ เท่านั้น
การสอบนั้นแม้แต่นักเรียนที่เก่งที่สุดในการสอบระัดับประเทศ ก็ยังต้องติววิธีทำข้อสอบ
ทำให้เกิด ติวเตอร์ ที่รู้กลลวงการออกข้อสอบ และทำให้ธุรกิจติวเตอร์ขยายตัว
ผลที่ได้ไม่ต้องเรียนในห้องก็ได้ เพียงแต่ไปติวกับติวเตอร์ก็สามารถสอบผ่านได้
นั้นแสดงว่าความรู้ที่มีอยู่ในหลักสูตรนั้น ไม่ทันต่อ
กลลวง ของนักเทคนิคการศึกษา
ซึ่งนับวันก็พัฒนาความเชี่ยวชาญในการสร้างกลลวง
ดูข้อสอบแบบ ผกผัน ที่ใช้สอบในปัจจุบันก็แล้วกัน
กลัวว่า นักเรียนจะทำได้
ผลก็ืคือทำให้ธุรกิจติวเตอร์เฟื่องฟู ชนชั้นกลางและคนรวย
เท่านั้นที่จะเข้าถึงบริการเช่นนี้ได้
...
สาเหตุที่ผลมันต่ำจน "ไม่น่าเชื่อถือ" มาจาก
1.) ผู้ประเมิน(รวมถึงวิธีการประเมิน)มีมาตรฐาน ผู้ถูกประเมินมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน(มาก)
2.) ผู้ประเมิน(รวมถึงวิธีการประเมิน)ด้อยมาตรฐาน ผู้ถูกประเมินมีคุณภาพตามมาตรฐาน
3.) ผู้ประเมิน(รวมถึงวิธีการประเมิน)ด้อยมาตรฐาน และผู้ถูกประเมินก็มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน
จากประสบการณ์ ผมจะตัดข้อ 1. ออกไปครับ
ตราบใดที่ยังไม่มีวิธีการตรวจสอบคุณภาพของผู้ประเมิน (ผู้ทดสอบ) ผลก็ยังคงเป็นแบบนี้และจะแย่ลงเรื่อยๆ
..กรรมก็ตกไปอยู่กับเด็กกลุ่มที่อยู่ห่างไกลจากสำนักประเมิน(ทดสอบ)ตลอดกาลนั่นแหละครับ
ด.ช.เอกลักษณ์ ธิมาชัย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 63 (ชุมชนบ้านคำแดง)
ด.ช.เอกลักษณ์ ธิมาชัย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 63 (ชุมชนบ้านคำแดง)
สวัสดีครับ ผ.อ.พรชัย ผมชื่อ ด.ช.อนุชา ธิมาชัย ชื่อเล่น พานุ ครับ ผมกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๖๓ (ชุมชนบ้านคำแดง) ผ.อ.เป็นคนที่ใจดี ขี่เล่นกับเด็กๆมาก และนักเรียนก็ชอบและรัก ผ.อ.พรชัย
สวัสดีค่ะผอ.พรชัย หนูชื่อด.ญ.วันวิสา หงษ์ทอง ชื่อเล่นด้าค่ะ
หนูกำลังเรียนอยู่ชั้ประถมศึกาาปีที่ 4 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา63
สวัสดีค่ะผอ.พรชัย หนูชื่อด.ญ.สิรินยา แสนจันทร์
กำลังเรียนอยู่ชั้ประถมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 63 (ชุมชนบ้านคำแดง)
หนูอยากจะบอกผอ.ว่า ผอ.เป็นคนดีและชอบเล่นกับเด็ก
สวัสดีค่ะผอ.พรชัย หนูชื่อด.ญ.มณฑิตา ธรรมแท้ ชื่อเล่นต่ายค่ะ
หนูเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่4 โรงเรียนไทยรัฐวิทยา63
สวัสดีครับผ.อ.ผมชื่อด.ช.ระพี ศรีบุตร เรียนอยู่ชั้นป.4 เลขที่ 1
สวัสดีครับผอ.ผมชิตตะวัน เจริญผิวเรียนอยู่ชั้นป.4ครับ