เคยคิดกันไหมครับว่าครูผู้ได้ชื่อว่าเป็นแม่พิมพ์ของชาติไทยนั้น ใครกันหนอเป็นคนออกแบบลวดลายรูปแบบของแม่พิมพ์ ใครกันที่บรรจงลงมือแกะสลักแม่พิมพ์เหล่านี้ออกมา? คิดไปคิดมาผมว่างานแกะสลักนั้นก็ถือเป็นงานศิลปะประเภทหนึ่ง ซึ่งก็คงสืบสาวหาต้นตอได้จากงานศิลปะแขนงอื่นๆ ที่เราคุ้นเคยกัน ผมเลยออกเดินทางแกะรอยต้นแบบงานแกะสลักแม่พิมพ์ชิ้นนี้จากศิลปะแขนงใกล้เขียนในบ้านเรา

เริ่มจากงานภาพยนตร์กันดีไหม? ลองย้อนหลังกลับไป เรามีภาพยนตร์ต้นแบบครูอย่าง ครูบ้านนอก (2521)(2553) และมีซีเควลในปีถัดมาคือ หนองหมาว้อ (2522) ในภาคแรกนั้นเป็นเรื่องราวของครูปิยะ ซุปเปอร์ครูผู้อัดแน่นด้วยอุดมการณ์ทั้งในและนอกห้องเรียน ในขณะที่เพื่อนรุ่นเดียวกันเฮฮาปริญญาปาร์ตี้ ครูปิยะตัดสินใจเลือกชีวิตครูอีสานบ้านหนองหมาว้อ ซึ่งนอกจากจะทุ่มเทชีวิตให้กับนักเรียนแล้ว ครูปิยะยังปฏิบัติภารกิจลับจับไม้เถื่อน จนได้ค่าตอบแทนก้อนสุดท้ายเป็นลูกตะกั่ว!

แม่พิมพ์ครูปิยะที่ทุ่มเทและเสียสละนั้นมีครูคำหมาน คนไค (ผู้เขียนนิยาย) และคุณสุรสีห์ ผาธรรม (ผู้กำกับ) ร่วมกันแกะสลักครับ (ส่วนเรื่อง ครูวิบาก ในปี 2524 และ ครูดอย ในปี 2525 โดยคุณสุรสีห์ ผาธรรมคนเดิมนั้นผมหาข้อมูลไม่ได้จริงๆ)

ในปลายทศวรรษนั้นคนไทยก็ได้รู้จัก ครูสมศรี (2529) ที่ท่านมุ้ยสลักเรื่องราวของครูสลัมที่เป็นผู้นำการต่อสู้อำนาจมืดเพื่อปกป้องชุมชนสลัมถิ่นเกิด และได้รับค่าจ้างก้อนสุดท้ายไม่ต่างจากครูปิยะ

ทศวรรษต่อมาหนังสะท้อนชีวิตครูก็ยังคงมีให้ชมกันอยู่ หัวหอกครูอุดมคติก็พี่แหม่มจินตราที่เหมาบทแม่พิมพ์ของชาติไปถึงสามเรื่องสองรส ได้แก่ ครูจันทร์แรมประทีปแห่งแม่น้ำสาย (2535) ม.6/2 ห้องครูวารี (2537) และซีเควล ม.6/2 ห้องครูวารี เทอม 2 - 6 เดือนไม่ขาดเพื่อนสักวัน (2539) แต่ในทศวรรษนี้ครูไทยคนอื่นๆ ก็เริ่มเปลี่ยนสถานะจากพิมพ์ใหญ่กลายเป็นพิมพ์เล็กเมื่อกระแสภาพยนตร์วัยรุ่นมาแรง และก็ได้พี่แหม่มนี่ละครับที่กลายร่างมาเป็นนักเรียนมัธยมปลายในภาพยนตร์สะท้อนสิทธิสตรีอย่างส.อ.ว.ห้อง 2 รุ่น 44 (2533) และอีกเรื่องที่จะลืมไม่ได้คือ กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้ (2534) ภาพยนตร์ยุคบุกเบิกของหนังวัยรุ่น

ทศวรรษ ’40 ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ นั้นวงการภาพยนตร์ไทยยกเอาวัยรุ่นเป็นศูนย์กลาง (หรือกระแส child centered!) ครูในภาพยนตร์เลยกลายเป็นตัวประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะวัยรุ่นน่ารัก เกิร์ลเฟรนด์ 14 ใสกำลังเหมาะ (2545) วัยรุ่นรักเพื่อนและรักดนตรีอย่าง ซีซันส์เชนจ์ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย (2549) หรือแม้แต่วัยรุ่นสับสนค้นหาตัวเองอย่าง รักแห่งสยาม (2550)

เมื่อลองมองกลับไปในสามทศวรรษแม่พิมพ์ของชาติที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม ภาพยนตร์แนวเชิดชูคุณครูดูจะเป็นที่นิยมในยุค ’20 จนมาถึงปลายยุค ’30 กระแสเริ่มจะหันเหไปทางนักเรียนทั้งระดับประถมและมัธยม บทบาทของครูในภาพยนตร์เลยลดความสำคัญลงไปตามลำดับ ผมเดาเอาว่าน่าจะเกิดจากสาเหตุใหญ่ๆ สองประการ ประการแรกคือครูหลายคนหันมาทำร้ายตัวเองและเพื่อนร่วมวิชาชีพด้วยการบิดเบือนความหมายของคำว่าครูที่ว่า “เฝ้าแนะเฝ้าเน้นมิได้อำพราง” อย่างที่เราได้ยินในเพลงพระคุณที่สาม เพราะครูกลุ่มนี้มักจะอำพรางความรู้บางส่วนเอาไว้เพื่อจะได้ไปเน้นตอนสอนพิเศษ ไม่ว่าจะตอนเย็นหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมเคยเห็นขนาดที่ว่าเด็กทั้งห้องที่เรียนต้องตามไปเรียนพิเศษกับครูคนเดิมอีกก็มี! ปรากฎการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นความเสื่อมของทุนทางสัญลักษณ์ที่ครูเคยมีอยู่ ส่วนประการที่สองนั้น ผมคิดเอาว่าวิกฤตต้มยำกุ้งนั้นน่าจะมีส่วนเร่งปฏิกริยาความเสื่อมนี้อีกทาง อย่างที่เรารู้กันว่าต้นทศวรรษ ’40 นั้นธุรกิจโรงเรียนกวดวิชาเติบโตสวนกระแสเศรฐกิจที่ซบเซา เข้ามายึดพื้นที่ธุรกิจอื่นๆ ที่ล้มหายตายจากไปโดยเฉพาะบริเวณสยามสแควร์ บทบาทครูในโรงเรียนเลยถูกแทนที่ด้วยครูพิเศษ ที่ดูจะทันสมัยและตอบโจทย์ของการศึกษาบ้านเราได้ดีกว่าด้วยการส่งให้น้องๆ นักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี มหาวิทยาลัยดัง งานครูตามโรงเรียนเลยกลายเป็นงานที่ไม่ค่อยเท่ห์และสังคมเองก็ไม่เรียกร้องหาอุดมการณ์ครูมากเหมือนเมื่อก่อน จุดสนใจก็เปลี่ยนจากครูไปสู่นักเรียนทั้งวัยเด็กและวัยรุ่นในทศวรรษที่ผ่านมาเพื่อสนองนโยบายกระทรวงศึกษาในระบบการสอนแบบมีเด็กเป็นศูนย์กลาง แม้นโยบายของกระทรวงเสมาจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย แต่ผมเชื่อว่ากระแสเด็กเป็นศูนย์กลางในภาพยนตร์ไทยก็คงจะแรงต่อเนื่องในทศวรรษนี้

ลองหันมาดูลวดลายงานสลักในบทเพลงกันบ้าง เพลงคุณครูในบ้านเรานั้นเนื้อหาค่อนข้างจะคงที่ครับ ออกไปทางสำนึกบุญคุณ เทิดทูนบูชาครู โดยมีเพลงระดับคลาสสิกอย่าง พระคุณที่สาม, แม่พิมพ์ของชาติ, ครูบนดอย  และเพลงเพื่อชีวิต ที่นี่ไม่มีครู (แฮมเมอร์) จนมาถึงเพลงครูยุคใหม่อย่าง คุณครูกระดาษทราย (ทราย เจริญปุระ), เรือจ้างกลางใจ (เท่ห์ อุเทน และ ปนัดดา เรืองวุฒิ) และซีรีย์เพลงครูของพี่ไมค์ ภิรมย์พร อย่าง ตามรอยไม้เรียว, นักสู้ครูไทย, และครูในดวงใจ

แม้ความหมายของครูโดยรวมนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลงในเนื้อเพลง แต่กลุ่มผู้บริโภคที่เชื่อในความหมายเหล่านี้เปลี่ยนไป เห็นได้จากพื้นที่ของครูไทยในเพลงนั้นเขยิบออกห่างเมืองหลวงออกไปเรื่อยๆ เพลงไทยสากลที่พูดถึงครูนั้นแทบจะไม่มี (นึกได้ก็แค่เพลง คุณครูครับ ของน้องพลับ ฮา!) ผมเดาเอาว่าน่าจะเกิดจากความสัมพันธ์ของครูกับนักเรียนในเมืองที่เปลี่ยนไป จากที่เคยเป็นแม่แบบและเป็นผู้อบรมบ่มนิสัยกลายเป็นนักธุรกิจบริการความรู้เพื่อส่งนักเรียนเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาเป็นหลัก โดยไม่ต้องรับผิดชอบในมิติอื่นๆ ความซาบซึ้งในบทบาทของครูในเมืองก็ลดลงไปตามลำดับ ความหมายในสองด้านของครู (หนึ่งคือวิชาชีพ สองคือแนวคิดอุดมคติ) ก็ดูจะถูกถ่างให้ห่างจากกันมากขึ้นทุกขณะ ครูในความคิดของหลายๆ คนจึงตัดขาดจากคำว่าโรงเรียนโดยสิ้นเชิง ดังที่ครูเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ว่าไว้

ใครคือครูครูคือใครในวันนี้      ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่าครูอาจารย์       ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน

ถ้าผมจะตอบคำถามที่ตั้งเอาไว้ตอนต้นที่ว่า ใครเป็นผู้ลงมือสลักแม่พิมพ์ของชาติ? ผมว่าน่าจะเป็นสำนึกร่วมของสังคม และในหลายทศวรรษที่ผ่านมาลวดลายของแม่พิมพ์อันนี้ก็ถูกปรับไปตามความคาดหวังที่แปรเปลี่ยน และคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าลวดลายที่บ่งบอกถึงทุนทางสัญลักษณ์ของครูก็ค่อยๆ จางลงทุกที จนผมสงสัยว่าในปัจจุบันสำนึกร่วมของสังคมที่มีต่อครูนั้นเป็นอย่างไร? ในเมื่อภาพความเป็นครูที่สื่อศิลปะแขนงอื่นสะท้อนออกมานั้นเริ่มถอยห่างจากความเป็น “ครู” ในอุดมคติ ครูไทยก็พบว่าตัวเองตกอยู่ในสภาพเดียวกับเด็กไทย

ที่สังคมให้ความสำคัญ… แค่วันเดียว

ข้อมูล
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=383052
http://th.wikipedia.org/wiki/ครูบ้านนอก
http://movie.sanook.com/movie/movie_16472.php
http://krugarn.exteen.com/20090310/entry
http://th.wikipedia.org/wiki/ครูสมศรี
http://th.wikipedia.org/wiki/เกิร์ลเฟรนด์_14_ใสกำลังเหมาะ
http://th.wikipedia.org/wiki/ซีซันส์เชนจ์_เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
http://th.wikipedia.org/wiki/รักแห่งสยาม
http://www.oknation.net/blog/butsabong/2008/05/23/entry-5 แม่พิมพ์ของชาติ (2501)
http://th.wikipedia.org/wiki/ส.อ.ว.ห้อง_2_รุ่น_44
http://th.wikipedia.org/wiki/ม.6/2_ห้องครูวารี
http://th.wikipedia.org/wiki/ม.6/2_ห้องครูวารี_เทอม_2_ตอน_6_เดือนไม่ขาดเพื่อนสักวัน
http://www.thaifilmdb.com/th/tt00348 ครูจันทร์แรมประทีปแห่งแม่น้ำสาย (2535)

ภาพยนตร์เกี่ยวกับครูที่ไม่ได้กล่าวถึงในบทความนี้ (และยังมีเรื่องอื่นๆ ที่ผมพลาดไป)
ครูเสือ (2527)
ครูไหวใจร้าย (2532)
แบบว่าโลกนี้มีน้ำเต้าหู้และครูระเบียบ (2537)
มอ ๘ (2549) http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/newmovie/mor8/m8.html
หนึ่งใจ..เดียวกัน (2551) http://th.wikipedia.org/wiki/หนึ่งใจ..เดียวกัน
http://www.thaifilmdb.com/th/tt04173 พลเมืองจูหลิง (2552)

(ปล. ด้วยความที่อาชีพอย่างเป็นทางการของผมคืออาจารย์มหาวิทยาลัย ผมเชื่อว่าสังคมก็ไม่ปล่อยให้ผมลอยนวลออกไปจากอุตสาหกรรมแม่พิมพ์นี้ ผมคิดและเขียนบทความนี้ก็เพราะอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมออกแบบแม่พิมพ์ใน ทศวรรษนี้และทศวรรษหน้าครับ)