อนาคตคือผลของปัจจุบันที่ทำไว้ ทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า "ทำทุกอย่างเพื่ออนาคต อันหมายถึงอนาคตของตนเอง อนาคตของครอบครัว และอาจมีกลุ่มหนึ่งบอกว่าเพื่ออนาคตของประเทศชาติ" หรือใครมีอย่างอื่นอีก....?????
ฉันเดินออกจากร้านหนังสือ และเป็นเวลาที่คนในวัยเรียนสมควรที่จะอยู่โรงเรียน สถานศึกษามากกว่าที่จะมาเดินเล่นในศูนย์การค้า ทั้ง ๆ ที่อยู่ในชุดนักเรียน นักศึกษา ดึงชายเสื้อหลุดลุ่ยออกจากกางเกงหรือกระโปรง อย่างไรก็ดูไม่เรียบร้อย ไม่เป็นที่ปรารถนาของครู อาจารย์ในสถาบัน ฉันเดินผ่านกลุ่มนี้ไป ความคิดของฉันยุติลง
เมื่อฉันไปที่ศูนย์อาหาร ได้พบกับอีกกลุ่มคล้ายกัน นั่งล้อมวงกันอยู่ใกล้ ๆ โต๊ะของฉัน เป็นชาย ๒ หญิง ๔ หน้าตาน่ารัก สดใส สังเกตจากเครื่องแต่งกายว่าอยู่ในระดับอาชีวศึกษา คิดว่า "ถ้าพวกเขาเป็นลูก ๆ ของฉัน คงจะภูมิใจมาก เพราะลูก ๆ จะเติบโตเป็นอนาคตของสังคม เป็นความหวังอันสวยใสงดงาม น่าภาคภูมิใจกับคนเป็นพ่อเป็นแม่"
เด็กวัยรุ่นวัยเรียนกลุ่มนี้คุยกันอย่างสนุกสนาน เพียงแต่ใช้ถ้อยคำหยาบคายและเสียงดัง ทำให้โต๊ะข้างเคียงหันมามองกันแบบไม่พอใจทั้งนั้น บ้างก็นำ BB บ้างก็นำเครื่องสำอาง หรือสิ่งของที่ซื้อมาอวดกัน แต่ละคนแข่งขันกันว่า "ได้เงินมาโดยวิธีใดบ้าง" โดยไม่แคร์ต่อความรู้สึกของคนข้างเคียง และที่สะดุดจนบาดลึกเข้าไปในหัวใจ จนฉันต้องนิ่งไปอึดใจและเกือบทานข้าวไม่ลงนั่นคือเสียงจากเด็กสาว "ม..รู้ไหมว่าพ่อ..ก...เขาจะงอกเต็มหัวอยู่แล้วโว้ยยยย เพราะ ก..กับแม่...ก...พากันรุมจิกเอาโน่นเอานี่ พ่อ..ก....บอกอะไรก็เชื่อหมดว๊อย ทำให้ ก...กับแม่...มีเงินใช้สบายแบบเนี้ย ทำไมพวก....ม...ไม่เอาอย่าง...ก...ว๊ะ" ฉันไม่ได้มองไปตามเสียงนั้นเพราะไม่อยากรู้จักเจ้าของเสียง
ส่วนโต๊ะอีกด้านหนึ่ง มีวัยรุ่นชาย ๑ หญิง ๒ นั่งทานอาหารอยู่เช่นเดียวกัน แต่วัยของคนกลุ่มนี้ ประมาณนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ไหนสักแห่ง สังเกตจากการแต่งกายและกิริยาของพวกเขา ดูสง่างามกว่าอีกด้วย
เมื่อได้เวลา "วัยรุ่นกลุ่มเสียงดัง" ได้ลุกจากโต๊ะและเดินจากไป ฉันได้ยินวัยรุ่นกลุ่มหลังพูดขึ้นมาดัง ๆ ว่า "ไปได้ก็ดี na rok กำลังรอพวกเอ็งอยู่ ไปเร็ว ๆ เลย อุบาทว์ชะมัด" แสดงว่ามีความไม่พอใจอยู่ด้วย
ความหวังของพ่อแม่ ผู้ใหญ่และคนในสังคมไทย มีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะให้เด็กและวัยรุ่น วัยเรียนได้มีสติปัญญา มีความกตัญญูต่อพ่อ แม่ และผู้มีพระคุณ มีสมองที่คิดเป็นในเรื่องที่ดี คิดเพื่อตัวเอง คิดเพื่อคนรอบข้าง คิดเพื่อสังคมและประเทศชาติบ้าง...อยากจะถามเธอเหล่านี้ว่า....เธอคืออนาคตของใคร ????? และใครจะเป็นผู้ให้คำตอบ
ทุกครั้งที่ฉันเห็นเด็กไม่ว่าเขาจะเป็นชาติใด ลูกหลานใครก็ตาม ฉันมีความสุขเสมอ เพราะมีความมั่นใจในอนาคตของสังคม ของประเทศชาติและส่วนของโลก แต่...พฤติกรรมการแสดงออกเช่นนี้ ทำให้รู้สึกเห็นใจและ...น่าสงสารที่สุด
ครูคิมครับ
เมตตาเด็กๆเถอะครับ...
ปรากฏการณ์ทางสังคม แบบนี้เราเห็นได้ทั่วไปครับ ผมว่ามองได้หลายเเง่มุม เเต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่า ผู้ใหญ่ควรตระหนักก็คือ ผลผลิตเหล่านี้ ก็คือผลผลิตจากผู้ใหญ่ ไม่ว่าใครก็มีส่วนในการรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ด้วยครับ
ผมมองว่า เด็กๆน่าสงสารครับ...การที่เขาได้เรียนรู้ ได้รับการกล่อมเกลาทางสังคมมาแบบนี้ เขาเลยมาเป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะมีมาจากสาเหตุใดก็ตามนะครับ
มองในส่วนของรุ่นวัย ก็เป็นไปได้ที่เขาอยากมีพื้นที่ของเขาเอง อยากเเสดงออกจามเเรงขับของการก้าวผ่านไปเป็นผู้ใหญ่ เเละเด็กที่อยู่วัยเปลี่ยนผ่านแบบนี้เองคงต้องได้พื้นที่เเละการเอาใจใส่จากผู้ใหญ่ ผมว่าละเอียดอ่อนมากเลย
เด็ก เป็นทั้งปัจจุบันเเละอนาคต...
ปรากฏการณ์แบบนี้ คงต้องเป็นประเด็นฝากผู้ใหญ่ทุกคนเเล้วครับ
โชคดีที่ไม่ค่อยเจอกับสภาพแบบนี้ นานๆเจอที
แต่ถ้าเจอก็ระคายหูเหมือนกันค่ะ แล้วส่วนมากจะหันไปมองหน้าเพราะอยากรู้ว่ามีลูกศิษย์หรือลูกหลานคนรู้จักมั่งหรือเปล่า จะได้ใช้สายตาจิกเสียเลย....
อนาคตของเขาคงไม่รุ่งแน่ถ้ายังคงทำตัวแบบนี้ สงสารคนเป็นพ่อแม่จังค่ะ...
มองอีกมุม พวกเค้าก็แทบไม่มีตัวอย่างดีดีเลยนะครับ เมื่อสังคมการสื่อสารบังคับให้เค้าต้องดูแต่ละคร โฆษณา หรือ มิวสิควีดีโอ ซึ่งละครพวกนั้น ก็เป็นภาพเดียวกับที่คุณคิมเห็นจากเด็กๆ ตัวอย่างดีดีมีเยอะครับ แต่กระแสของสื่อไม่นำพาให้เกิดกระแส ระบบการตลาดคลองประเทศ เพลงลูกทุ่งก็มีแต่พูดถึงโทรศัพท์มือถือ ...
เห็นด้วยตามประเด็นที่น้อง ปืน บีเวอร์ให้ความเห็นครับ...
ผมว่าส่วนใหญ่เราก็มองปัญหาออกนอกตัว เเละ ไม่มีเจ้าภาพในการจัดการ เเท้จริงปัญหาเหล่านั้นเราต่างก็เป็นส่วนหนึ่ง
การสร้างสังคมที่อยู่ดีมีสุข เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน ...วิพากษ์ปัญหา เเละหาทางออกของปัญหาพร้อมๆกันไปด้วย
สวัสดี ยายคิม ที่คิดถึงมากครับ
ถ้าเป็นพ่อจะบอกว่า 'คราวนี้...พ่ออโหสิ' ให้ 'แม่' แล้วนะ
'คราวนี้...พ่ออโหสิ' ให้ 'ลูก' แล้วนะ
แต่ขอให้ 'คราวนี้...พ่อขอให้ 'แม่' เป็นคนดีได้แล้วนะ
'คราวนี้...พ่อขอให้ 'ลูก' เป็นเด็กดีได้แล้วนะ...
แวะมาอีกรอบค่ะพี่คิม...
ปกติอยู่บ้านก็จะได้รับจดหมายหรืออื่นๆเป็นเรื่องธรรมดา แต่พอเมื่อวานนี้ไม่อยู่ไปทำแมมโมแกรม กลับมาถึงบ้านเอ้า...มีหมายสารจากบุรุษไปรษณีย์ว่าคุณมีของที่จะต้องไปรับจำนวนสองชิ้นเพราะเรานำส่งคุณบ่ได้ คุณบ่อยู่บ้าน..
เวลาเราอยู่เขาก็ไม่มา พอเราไม่อยู่ปุ๊บมา ( บังเอิญเพื่อนบ้านที่เคยรับแทนก็บ่อยู่อีก) ทีนี้เป็นปัญหาตรงที่รถเอาเข้าศูนย์รออะไหล่ 1 คัน ลูกสาวเอาไปทำงาน 1 คัน อีกสองคันทั้งสูงทั้งใหญ่ไม่กล้าขับ (คุณพระเอกไม่อยู่ไปดูงานเมืองนอก) จะขี่มอไซด์ไปก็กล้าๆกลัวๆ....จะปั่นจักรยานก็ไกลเกิน อิๆๆๆ
เลยจะมาขอบคุณพี่ล่วงหน้าว่าของมาถึงแล้วแต่...ยังบ่ถึงมือเจ้า...
สวัสดีค่ะพี่คิม
สวัสดีค่ะท่านเบดูอิน
สวัสดีค่ะคุณเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
สวัสดีค่ะน้องkrugui Chutima
คุณยายคิม นอนดึกจังครับ
ทำงานก็มากมาย รักษาสุขภาพด้วยนะครับ
เป็นอะไรไป อดอ่านบันทึกของคุณยายเลยพอดีครับ
สวัสดีค่ะ คุณครูคิม
ได้ยินได้ฟังแล้วหัวใจหดหู่นะคะคุณครู
เรื่องแบบนี้ มันกำลังลุกลามไปถึงเด็กประถม หนูเคยได้ยินเด็กประถมแห่งหนึ่งพูดคุยกันแล้ว ได้แต่ปลง
ได้เป็นข้อคิด สำหรับสร้างคนในครอบครัวเราค่ะ
ขอบคุณค่ะ
"เทคโนโลยีก้าวไกล เด็กก้าวไวเกินกว่าที่คิด ถ้าก้าไปในทางที่ดีก็ ดีไป ชาติไทยเจริญ แต่ถ้าก้าวไปในทางที่ตรงข้าม กลับหน้าเป็นห่วง อย่างยิ่ง คงต้องเป็นหน้าที่ของครู อย่างพวกเราๆนี่กระมัง ที่ต้องสั่งสอนอบรมให้จงหนัก เพื่อเป็นหลักแห่งอนาคตของชาติต่อไป" มาเยี่ยมเยือนเหมือนเช่นเคย ด้วยกำลังใจที่มีให้เสมอ ครูคำทศ
สวัสดีครับคุณครูคิม
เด็กรุ่นใหม่ เป็นอนาคตของชาติ
ทำให้เราไม่กล้าคิดถึงอนาคตข้างหน้าเท่าที่ควรเลย
ตอนนี้ทุกคน ทุกฝ่ายสายตาเลยมาจับจ้องอยู่ที่ครูว่าจะแก้วิกฤตินี้อย่างไร
น่าห่วงทั้งครูและเด็กครับ
ขอบคุณครับ
ขอบพระคุณเรื่องเล่าที่เป็นความจริงที่สะท้อนสังคมวัยรุ่นได้ชัดเจน
เราอาจจะเห็นจนเจนตา ชินกับภาพดังกล่าวเกินไป จนคิดว่าเป็นปกติ