วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๔  พวกเรา "ยายคิม ณัฏฐ์ อ้อม และหลานโลมา" ได้มีโอกาสไปทำบุญปิดทองฝังลูกนิมิตรที่วัดบ่อทองคำ  ตำบลหัวรอ อำเภอเมือง พิษณุโลก บรรยากาศเต็มไปด้วยผู้คนล้นหลาม เบียดเสียด  แต่ละมุมจะมีเสียงจากพระนักพูดเชิญชวนพี่น้องเข้าไปร่วมทำบุญ  แต่พวกเราไม่ได้ใส่ใจกับเสียงเหล่านั้นสักเท่าไร  พวกเราเดินตรงไปตามความตั้งใจที่จะทำ  วนเวียนปิดทองไปเรื่อย ๆ ขณะที่กำลังจะไปที่มุมถวายสังฆทาน  ได้เดินผ่านโต๊ะรับบริจาคสารานุกรมพระไตรปิฏก  พระรูปหนึ่งไม่ได้พูดเชิญชวนแต่ท่านได้ยิ้มและชี้ไม้ชี้มือแทน  ฉันดีใจตรงนี้มากเพราะตั้งใจจะถวายสารานุกรมพระไตรปิฏกอยู่แล้ว  สิ้นสุดกันที่ถวายสังฆทาน  และตรงไปยังวัดอื่น ๆ อีก

        การปิดทองฝังลูกนิมิต หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการผูกพัทธสีมาเป็นการทำบุญของชาวพุทธที่มีความเชื่อว่าได้อานิสงส์มหาศาล  อันหมายถึงการกำหนดเขตแดนของสถานที่ที่ใช้สำหรับทำสังฆกรรมคือเขตพระอุโบสถ เช่น การสวดโอวาทปาติโมกข์ ปวารณากรรม และอุปสมบท เป็นต้น  

          บริเวณพระอุโบสถ จะมีใบสีมาอยู่โดยรอบ บางแห่งจะประดิษฐานอยู่ในซุ้ม และบางแห่งตั้งอยู่บนพื้นดิน   บางวัดอาจไม่มีใบสีมาปรากฏให้เห็น  ที่ใต้ใบสีมานี้เป็นที่มีลูกนิมิตฝังอยู่  

         ตามประวัติกล่าวว่าสมัยพุทธกาลที่ล่วงมาแล้วนั้น  ตอนที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสดา  บรรดาภิกษุสาวกทั้งหลาย ยังไม่มีที่อยู่อาศัย เป็นหลักแหล่ง จึงมีผู้สร้างอารามถวายในลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น เวฬุวนาราม เขตวนาราม และบุปผาราม ซึ่งถือเป็นแบบอย่างของการสร้างที่พำนักของพระสงฆ์ 

         ภายหลังเมื่อพระพุทธศาสนามีความเจริญและเผยแผ่มากขึ้น พระภิกษุสาวกจึงมีมากขึ้น และแยกย้ายไปประกาศเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามที่ต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการทำสังฆกรรม   และการทำสังฆกรรมจะต้องทำในพระอุโบสถเท่านั้น พระพุทธองค์จึงกำหนดเขตให้พระภิกษุสงฆ์กระทำกิจของสงฆ์ร่วมกันในบริเวณที่กำหนด โดยหมายเอาวัตถุบางอย่างเป็นเครื่องกำหนดเขตแดนในการทำสังฆกรรมเรียกว่า การผูกเขต หรือผูกสีมา
           คำว่า สีมา นี้แปลว่า เขตแดน และวัตถุที่บอกเขตแดนเรียกว่า นิมิต พระพุทธองค์ทรงระบุไว้ ในบาลีมีทั้งหมด ๘ ประการ คือ ภูเขา ศิลา ป่าไม้  ต้นไม้ จอมปลวก หนทาง แม่น้ำ และน้ำนิ่ง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่อยู่ตามธรรมชาติทั้งนั้น แต่แนวนิมิตไม่มีความชัดเจน ทำให้เข้าใจกันสับสน ต่อมาจึงสร้างนิมิตขึ้นมาให้เห็นเป็นคูน้ำ สระน้ำ และก้อนหิน  ซึ่งก้อนหินนี้เป็นที่นิยมกันมาก เพราะทนทาน และเคลื่อนย้ายได้ยาก และได้ทำให้ก้อนหินเป็นลูกกลม ๆ มีลักษณะสวยงาม จึงเรียกกันว่า "ลูกนิมิต"

           ปัจจุบันนี้ พระอุโบสถนอกจากจะเป็นที่ประชุมสงฆ์ เพื่อทำกิจของสงฆ์แล้ว ยังเป็นสถานที่ใช้สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาหลายอย่าง  จึงมีการสร้างและซ่อมแซมพระอุโบสถของเก่าให้สวยงามอยู่เสมอ

          การสร้างพระอุโบสถใหม่นี้เองที่ต้องมีการผูกพัทธสีมา หรือฝังลูกนิมิต ที่ทางวัดมักเชิญชวนให้ชาวพุทธไปทำบุญ โดยใช้ลูกนิมิต ๘ ลูก ฝังตามทิศทั้ง ๘ รอบพระอุโบสถ ๘ ทิศ รวมทั้งกลางพระอุโบสถอีกหนึ่งลูก รวมทั้งหมด ๙ ลูก

          การปิดทองลูกนิมิตจะเริ่มปิดตั้งแต่ลูกหน้าพระอุโบสถและวนขวาไปจนครบ ๘ลูก และปิดทองลูกที่ฝังกลางพระอุโบสถเป็นลูกสุดท้ายรวมเป็น ๙ ลูก มีผู้เปรียบว่าลูกนิมิตเหล่านี้ หมายถึง พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า

          ลูกนิมิตทั้ง ๙ ลูก จะถูกจัดไว้ตามจุดของทิศที่มีความหมายเป็นมงคลในการถวายบูชาพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์สาวกผู้ใหญ่ประจำทิศ หรือบูชาเทพนพเคราะห์ทั้ง ๙ เพื่อให้บังให้เกิดบุญและสิริมงคลแก่ตัวเองและครอบครัว แต่ละลูกมีความหมายดังนี้
๑. นิมิตลูกเอก เป็นลูกที่มีความสำคัญ ถือเป็นประธานของลูกนิมิตทั้งหมด ฝังไว้บริเวณใจกลางโบสถ์หรือเรียกว่า สะดือโบสถ์ รอบล้อมด้วยลูกนิมิตอีก ๘ ลูก เป็นการถวายการบูชาพระพุทธเจ้า ประมุขแห่งอริยสงฆ์ เป็นการอัญเชิญและบูชาพระเกตุ เทพผู้คุ้มครองสถานที่ส่วนกลางของโบสถ์
๒. ทิศตะวันออก ลูกที่อยู่ด้านหน้าของโบสถ์ถือเป็นลูกบริวารที่มีความโดดเด่นเป็นพิเศษ เป็นลูกแรกที่เปรียบเหมือนปฐมสาวก หรือ พระสาวกองค์แรกของพระพุทธเจ้า คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ การฝังลูกนิมิตไว้ด้านทิศตะวันออกเพื่อเป็นการบูชาพระอัญญาโกณฑัญญะ เป็นการอัญเชิญและบูชาพระจันทร์ เทพผู้คุ้มครองสถานที่ส่วนด้านหน้าของโบสถ์
๓.ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเป็นการบูชาพระมหากัสสปะ ซึ่งต่อมาได้เป็นประธานสงฆ์ทำสังคายนา เป็นการอัญเชิญและบูชาพระอังคาร เทพผู้คุ้มครองสถานที่อีกองค์หนึ่ง
๔.ทิศใต้ เป็นลูกนิมิต เป็นการบูชาพระสารีบุตร พระอัครสาวกฝ่ายขวา เป็นการอัญเชิญและบูชาพระพุธ เทพผู้คุ้มครองสถานที่ด้านทิศใต้ของโบสถ์
๕.ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อบูชาพระอุบาลีเถระ และเป็นการอัญเชิญและบูชาพระเสาร์ ซึ่งเป็นเทพหนึ่งในนพเคราะห์ทั้ง ๙ คือ เทพผู้ดูแลคุ้มครองสถานที่ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้
๖.ทิศตะวันตก เป็นสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายของเงา ซึ่งเปรียบได้กับพระเถระที่เป็นพุทธอุปัฏฐาก คอยเฝ้าติดตามดูแลปรนนิบัติรับใช้พระพุทธองค์เหมือนเงาตามตัว ดังนั้น การฝังลูกนิมิตทางทิศนี้ เพื่อเป็นการบูชาพระอานนท์เถระ และอัญเชิญบูชาพระพฤหัสบดี เทพคุ้มครองทิศ
๗.ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นการบูชาพระควัมปติเถระ และอัญเชิญบูชาพระราหู ซึ่งเป็นเทพประจำทิศนี้
๘.ทิศเหนือ ลูกนิมิตที่ฝังทางด้านทิศนี้ถือเป็นลูกที่มีความสำคัญอีกลูกหนึ่ง เพื่อเป็นการบูชาพระมหาโมคคัลลานะ พระอัครสาวกฝ่ายซ้ายของพระพุทธเจ้า และอัญเชิญบูชาพระศุกร์ เทพคุ้มครองรักษาประจำทิศนี้
๙.ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นสัญลักษณ์แห่งความผูกพัน มีผลทางด้านจิตใจ ถือเป็นทิศสุดท้าย เพื่อเป็นการบูชา พระราหุลเถระ ซึ่งเป็นพระโอรสของเจ้าชายสิทธัตถะ และอัญเชิญบูชาพระอาทิตย์ เทพผู้คุ้มครองรักษาประจำทิศ

             พระสงฆ์ ๔ รูป จะเดินตรวจลูกนิมิต เริ่มตั้งแต่ ทิศตะวันออก เรียกว่า สวดทักสีมา เมื่อเสร็จแล้วจะเข้าไปในพระอุโบสถสวดประกาศสีมาอีกครั้งหนึ่ง และตัดลูกนิมิตลงหลุมและกลบ การตัดลูกนิมิตlส่วนมากจะนิยมเชิญบุคคลสำคัญมาเป็นประธานในพิธี หากเป็นวัดหลวงจะกราบบังคมทูลเชิญพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาทรงประกอบพิธี เมื่อผังลูกนิมิตและกลบแล้วก็จะสร้างเป็นซุ้มหรือทำฐาน ตั้งใบสีมา

       การปิดทองฝังลูกนิมิตนิยมใส่ สมุด ดินสอ เข็ม ด้าย ลงไปในหลุมด้วย เพราะมีความเชื่อว่า หากผู้ทำบุญเขียนข้อความที่อธิษฐานลงในสมุด จะมีความจำดี ไม่หลงลืมง่าย ส่วนเข็มมีความหมายว่าจะได้มีปัญญาเฉียบแหลม ด้าย หมายถึงความต่อเนื่องมีชีวิตที่ผาสุกยืนยาว และการปิดทองที่ลูกนิมิต เพื่อให้ผิวกายผ่องใส ในสมัยก่อน ผู้มีจิตศรัทธาจะนำของมีค่าใส่ลงในหลุมด้วย เช่น พวกเครื่องทอง นาก เงิน เพราะถือว่าเป็นการฝากไว้ในพระพุทธศาสนา แต่ปัจจุบันไม่ค่อยทำกันนัก เพราะบางครั้ง มีคนไปลักลอบขุดขึ้นมา วัดต่าง ๆ จะจัดงานผูกพัทธสีมา หรือฝังลูกนิมิตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

       อานิสงส์ในการผูกพัทธสีมาไว้ ๖ ประการ คือ ไม่มีโรคภัย ไข้เจ็บทุกชาติ ปราศจากอุปัทวะทั้งหลาย ไม่เกิดในตระกูลต่ำ หากเกิดในโลกมนุษย์จะเป็น ท้าวพระยามหากษัตริย์ หากเกิดในเทวโลกจะเป็นท้าวสักกเทวราชสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีผิวพรรณผ่องใสและอายุยืน เหล่านี้เป็นความเชื่อในเรื่องผลบุญที่กระทำ

       เรียบเรียงจาก บทความการฝังลูกนิมิตของ เบญจมาส แพทอง ในหนังสือนานาสาระทางวัฒนธรรมไทย กรมศิลปากร