ค่าตอบแทนน้ำใจ


คนมีน้ำใจนั้นเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่า จะมีมุทิตา แสดงความยินดีด้วยอย่างจริงใจ

        ปิดปีใหม่ ใครๆ ที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัด ก็เฝ้ารอที่จะกลับบ้านเพื่อไปเฉลิมฉลองพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เฝ้ารอวันนี้เหมือนกัน  ดิฉันเป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ดค่ะ แต่ได้มาบรรจุทำงานอยู่ที่บุรีรัมย์  ส่วนแฟนเป็นคนจังหวัดชัยภูมิ ครอบครัวเราออกเดินทางตอนเช้าของวันที่ 31  ธันวาคม ผ่านมาทางเส้นคูเมือง พุทไธสง  เมื่อขับรถจากบุรีรัมย์ได้ไม่นาน ก็พบกับหน่วยบริการประชาชนหน่วยหนึ่งบริเวณสี่แยกไฟแดง ไม่ไกลจากตัวเมืองบุรีรัมย์เท่าไรนัก พบว่าหน่วยนี้นอกจากจะมีกาแฟและกระติกน้ำร้อนให้บริการเหมือนกับหน่วยอื่นๆแล้ว ยังมีพิเศษนอกเหนือจากนั้นอีกคือมีเจ้าหน้าที่คอยเดินเสิร์ฟกาแฟให้กับคนขับรถที่ติดไฟอยู่บริเวณสี่แยกนั้นด้วย ดิฉันกับแฟนเห็นแล้วก็เลยอดอมยิ้มไม่ได้ อย่างนี้เขาเรียกว่า น้ำใจของคนไทย สินะ

         ในสังคมปัจจุบันนี้  ดิฉันคิดว่าการอยู่ร่วมกันในสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีน้ำใจไมตรีที่ดีต่อกัน จึงจะอยู่กันได้อย่างสันติสุข ความมีน้ำใจเป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ โดยไม่ต้อง ใช้เงินทองมากมาย  เพียงแต่แสดงความเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ โดยการช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เป็นการแสดงน้ำใจได้แล้วการแสดงความมีน้ำใจจึงไม่ใช่การวัดค่ากันได้ด้วยเงิน บางทีคนมีเงินมากอาจแล้งน้ำใจก็ได้ 

         ความมีน้ำใจนั้น ตรงกันข้ามความเห็นแก่ตัว ขณะที่คนเห็นแก่ตัวมักจะคิดแต่ประโยชน์ส่วนตัวมาก่อนส่วนรวมหรือมาก่อนผู้อื่นเสมอ และความมีน้ำใจ   ยังตรงกันข้ามกับความ อิจฉาริษยา คนที่อิจฉาริษยา คนอื่น  ย่อมปรารถนาที่จะเห็นความวิบัติของผู้ที่ได้ดีกว่าตน แต่คนมีน้ำใจนั้นเมื่อเห็นคนอื่นได้ดีกว่า จะมีมุทิตาแสดง ความยินดีด้วยอย่างจริงใจ ผู้มีน้ำใจจะนึกถึงผู้อื่น และจะพยายามช่วยผู้อื่นที่ด้อยโอกาสกว่า ผู้มีน้ำใจจึงเป็นที่รักและต้องการของคนทั่วไป เป็นคนมีคุณค่าต่อสังคม และจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต

มนุษย์เราถ้าตั้งมั่นอยู่ในความดี หรืออยู่ในธรรมะแล้ว บุคคลนั้นก็จะเป็นผู้มีความสุข ดังที่หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ได้กล่าวไว้ว่า  "ธรรมะหรือคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นเป็นสากล คำว่า "เป็นสากล" หมายถึงทุกคนปฎิบัติได้และปฎิบัติอยู่ที่ไหนก็ได้ เป็นพระสงฆ์องค์เจ้าก็ปฎิบัติได้ เป็นญาติโยมก็ปฎิบัติได้ เป็นคนชาติใด ภาษาใด ถือศาสนาไหน ก็ปฎิบัติได้ ถือลัทธิอันใดก็ได้ ไม่ผิดกันเลย เพราะว่ามันมี
กายกับใจ"
     เนื่องในวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่ขอให้ทุกท่านมีความสุขตลอดปีกระต่ายนี้ และอย่าลืมแบ่งปันน้ำใจให้กับคนข้างๆ บ้างนะคะ

คำสำคัญ (Tags): #บุรีรัมย์7
หมายเลขบันทึก: 417721เขียนเมื่อ 2 มกราคม 2011 12:57 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 ธันวาคม 2012 13:36 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (7)

การให้สุขใจยิ่งกว่าการรับ โชคดีปีกระต่ายนะคะ

สวัสดีค่ะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้มีความสุข สดชื่น เบิกบานทุกวันตลอดไปนะคะ  ขอเป็นกำลังใจในการทำงานค่ะ

"น้ำใจ"  เป็นเรื่องที่ไม่ต้องลงทุน  แต่มีคุณค่ามหาศาลนะคะ  ช่วยกันค่ะสังคมไทยจะได้เป็นสุข

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่มีให้ ขอให้เมืองไทยเราเต็มไปด้วยรอยยิ้มของทุกๆคนนะคะ

สวัสดีปีใหม่ค่่ะ

อยากแสดงความคิดเห็นบ้างว่าการมีน้ำใจแม้เพียงน้อยนิด ผู้รับก็สุขใจแล้ว เช่น หากเราถือของลงจากรถมีนักเรียนตัวเล็กวิ่งมาหาแล้วพูดว่าคุณครูให้หนูช่วยถือค่ะถึงแม้ว่าเราจะมองว่าเขาไม่สามารถช่วยถือของที่เรานำมาได้เลย แต่น้ำใจของเด็กตัวเล็กนั้นทำให้เราปลื้มใจที่เขาแสดงน้ำใจกับครู ถือสิ่งใดมาแม้ว่ามันหนักแต่เราไม่ได้คิดถึงความหนักของมันแล้วแต่ว่าเราคิดถึงว่านักเรียนของเรามีจิตสำนึกที่ดี มีน้ำใจต่อเรา น้ำหนักสิ่งของนั้นมันไม่อยู่ในสมองของเราแล้วมันหายไปแล้ว เพราะน้ำใจ เหมือนเนื้อเพลง สามัคคีชุมนุมที่ว่า " ที่หนักก็จักเบาคลาย ที่อันตรายจะขจัดขัดขวาง" เพราะฉนั้น เราต้องมีน้ำใจให้ผู้อื่นก่อน แล้วน้ำใจผู้อื่นก็จะมีมาเรื่อยๆ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี