ใต้ฟ้าเมืองไทย
ช่วงก่อนปีใหม่ ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนญาติต่างอำเภอ ญาติคนนี้เป็นเกษตรกรที่สู้ชีวิตโดยแท้ ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา ล้มลุกคลุกคลานกับวัฏจักรของการเกษตรมาตลอด แต่ก็ไม่เคยยอมยกธงขาว ทำให้ชาวบ้านหลาย ๆ คนเกิดแรงบันดาลใจ สู้กับชีวิตจนโชคชะตาเป็นฝ่ายต้องยอมแพ้ไปโดยปริยาย
ไปพบปะกันคราวนี้ ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของญาติคนนี้ไปในทางที่ดีหลาย ๆ อย่าง ชีวิตดีขึ้น มีอะไร ๆ ใหม่ ๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง แต่ ไม่เกี่ยวกับกระทกรกที่จะเขียนต่อไปนี้สักเท่าใดนัก
เมื่อไปถึงได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี เชิญชวนให้กินฃ้าวเที่ยงด้วยกัน แม่บ้านที่เป็นเจ้าของบ้านเข้าครัว โขลกน้ำพริกกะปิ และบอกให้ลูกสาวไปเก็บผักที่หลังบ้าน มาเป็นผักน้ำพริก
ผักที่ว่านี้คือ " ยอดกระทกรกป่า กับ ผลอ่อน ๆ " เอามาลวกน้ำมัน ราดกะทิ รสชาติหวานอร่อยอย่าบอกใครเชียว มีปลาหมอนาย่างแนมด้วย เพิ่มความอร่อยให้มากยิ่งขึ้น
ตบท้ายด้วยของหวาน (เปรี้ยวมากกว่า) เป็น " น้ำเสาวรส" ที่ไม่เคยกินที่ไหนมาก่อน เพราะ เป็นน้ำ + เนื้อ + เมล็ด ของเสาวรส หรือกระทกรกฝรั่งใส่มาในถ้วย เติมน้ำเชื่อม + น้ำปลา (ขอย้ำว่า เป็นน้ำปลา ไม่ใช่เกลือ) รสชาติอร่อยมาก แต่พอกิน ๆ เริ่มเข็ดฟันต้องเว้นช่วงในการกิน คือต้องกินไปเรื่อย ๆ
เสาวรสหรือกระทกรกฝรั่ง เป็นไม้ที่มีประโยชน์ของทุกส่วน อีกทั้งยังจัดเป็นสมุนไพรอีกด้วย เนื้อไม้กระทกรก เป็นยาควบคุมธาตุ ที่ใช้ประโยชน์ในการถอนพิษเบื่อเมาได้ทุกชนิด นอกจากนั้นยังใช้รักษาบาดแผล ราก ใช้ต้มน้ำดื่มแก้ไอ แก้กามโรคได้ ส่วนใบตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาน้ำดื่มเป็นยาเบื่อ เพื่อขับพยาธิ ดอกทานใช้ขับเสมหะ แก้ไอ ส่วนลูกกระทกรก ส่วนลูกกระทกรกท่านบอกว่าสามารถใช้แก้ปวด นอกจากนั้นยังมีประโยชน์อีกมาก
นอกจากนี้ คุณค่าทางอาหารโดยตรงจากกระทกรกฝรั่ง หรือเสาวรสก็ยังมีอีกมาก เพราะกระทกรกฝรั่ง มีวิตามินเอค่อนข้างสูง โดยเฉพาะสารแคโรทีนอยด์ จึงช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ และยังมีวิตามินซีค่อนข้างสูง คือ 39.1 mg/100 g ของน้ำเสาวรส ซึ่งมากกว่าที่พบในมะนาวและพบสาร albumin-homologous protein จากเมล็ดของผลเสาวรส ซึ่งสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ และยังมีสรรพคุณ ช่วยแก้อาการนอนไม่หลับ ลดไขมันในเส้นเลือด และโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
ผลของกระทกรกฝรั่ง หรือเสาวรส เป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก เพราะน้ำคั้นจากเนื้อเสาวรสมีกลิ่นหอมและ มีกรดมาก ใช้ผสมเป็นเครื่องดื่ม หรือใช้ผสมกับน้ำผลไม้ชนิดอื่น เช่น น้ำแอปเปิ้ล น้ำส้ม น้ำสับปะรด เป็นต้น โดยอัตราการผสมน้ำเสาวรส ประมาณ 5 หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติที่ดี ซึ่งเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ
นอกจากทำให้เครื่องดื่มมีกลิ่นและรสชาติที่ดีขึ้นแล้ว ยังมีคุณค่าทางอาหารสูงอีกด้วย และน้ำเสาวรสยังสามารถนำไปใช้แต่งกลิ่นและรสชาติของไอศกรีม ขนมเค้ก เยลลี่ เชอร์เบท พาย ลูกกวาด และไวน์
เสารสเป็นพืชที่ปลูกได้ไม่ยาก และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่เกษตรกรไทย ยังปลูกเสาวรสเป็นอาชีพน้อย เสาวรสจึงนับเป็นพืชที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรอีกชนิดหนึ่ง
..........................................
ขอขอบคุณข้อมูลในการนำเสนอ
..... จาก .....
http://www.kamalul.com/index.php/a/101-passionfruit.html
http://www.oknation.net/blog/somchoke101/2008/10/30/entry-1
....... และ ......
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก google
........................................................................









สวัสดีท่าน
ขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงสำหรับภาพสวย ๆ ขอให้ท่านและครอบครัวจงประสบความสุข ความเจริญตลอดปี 54 และตลอดไป
แบบนี้เคยเห็นเมื่อ 40 ก่อน เพิ่งทราบว่ากินได้
เคยแต่เก็บมาเล่นทำกับข้าวขายตอนเด็กๆ
แล้วจะไปหาต้นที่ไหนมาปลูกได้คะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณมะเดื่อ
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
เคยเห็นแต่ไม่เคยกินค่ะ แต่เคยทราบจากสรรพคุณตามคำบอกเล่ามาบ้าง
รู้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปัน
สุขสันต์วันปีใหม่ด้วยค่ะ
สวัสดีคุณ
พบกันอีกครั้ง ดีใจที่คุณเข้ามาพูดคุย ภูมิปัญญาไทย วิถีชีวิตแบบไทย ๆ มีคุณค่าต่อชีวิตคนไทยเสมอ ขอบคุณอีกครั้ง
สวัสดีปีใหม่เช่นกัน
ดีใจและขอบคุณที่คุณครูเข้ามาพูดคุย และขอบคุณในคำอวยพร ขอให้คุณครูและครอบครัวพบกับความสุข ความเจริญตลอดไปเช่นกัน
***********อ้อ**************ฉับโผง บ้านเราเอง*****
นาย"มะเดื่อ"
สวัสดีคุณ
มากับคำแปลก ๆ หมายความว่าอย่างไรหรือ ?
สวัสดี นาย "มะเดื่อ" "กระทกรกฝรั่ง" ทางใต้เขาเรียก "ฉับโผง" ครับสมัยเด็ก ๆ เคยกินครับ เปรี้ยว ๆ ไม่นึกว่าเป็นอาหารชั้นยอด ครับ ที่เล่ามา บรรยายเสียเรียบ...รสชาดคล้ายผลไม้ฝรั่ง แต่ราคาถูก แสนถูก มีผลไม้ไทยหลายอย่างที่ราคาถูก แต่รสชาติ คล้ายผลไม้ฝรั่งครับ...
สวัสดีคุณ
แถวบ้านคุณเรียกกะทกรกว่า ฉับโผง คนละภาคกันนะ ภาษาถิ่นแตกต่างกัน กะทกรกที่มีผลเล็ก ๆ เป็นกะทกรกป่า แต่ที่ผลโต ๆ เขาเอาน้ำของมันมาทำประโยชน์ได้หลาย ๆ อย่างนั่นเรียกว่า กะทกรกฝรั่ง หรือ เสาวรส หรือ เรียกเป็นภาษาประกริตว่า Passionfruit (มีคนแปลเป็นภาษาตรง ๆ ว่า "ผลไม้แห่งความปรารถนา"
สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณมะเดื่อ
มาชมค่ะ ที่บ้านมีแต่กระทกรกป่า ไม่เคยลองทานเพราะกลิ่นมันไม่ชวนรับประทาน
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลนะคะ
มาชมค่ะ ที่บ้านมีแต่กระทกรกป่า ไม่เคยลองทานเพราะกลิ่นมันไม่ชวนรับประทาน
ขอบคุณที่ให้ข้อมูลนะคะ
สวัสดีคุณ
ได้อีกหนึ่งความรู้สำหรับภาษาถิ่น คุณดอกรักบอกว่า ทางใต้เรียกว่า " ฉับโผง" สำหรับคุณยาย (เดาว่าทางอีสานนะ ) เรียก "หมากตำลึง" สงสัยว่า แล้วทางเหนือ ทางตะวันออก จะเรียกว่าอะไรหนอ ??.....
ขอบคุณมาก ๆ
สวัสดีคุณ
กะทกรกป่าจะมีขนตามเถา ตามใบ มีกลิ่นไม่ค่อยชวนดม แต่ผลอ่อนกับยอดอ่อน นำไปลวกน้ำแล้วราดกะทิ เป็นผักจิ้ม จะได้รสชาติอร่อยมาก ๆ
ขอบคุณที่กรุณาเข้ามาพูดคุยในบันทึกนี้
สวัสดีคุณ
ขอบคุณที่มาพูดคุย น้ำกะทกรก หรือเสาวรสหาดื่มได้ทั่วไป มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ถ้าดื่มเพียว ๆ เปรี้ยวจนเข็ดฟันนะ