ใกล้รุ่งของวันใหม่  ผมตื่นจากหลับแล้ว  หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว  ก็มานั่งคิดพิจารณาถึงเหตุผลที่มาอยู่ห้องหมายเลข  1  ชั้น  2  ของตึกที่พักนักศึกษา  ใน  BANARAS   HINDO   UNIVERSITY  

        เหตุผลหลักคือมาเรียน ป.เอกและต้องให้จบด้วย  สังเกตุดูรุ่นพี่หลายท่านทำไมอยู่กันนานจังวะ    บางท่าน 9 ปีบ้าง  11 ปีบ้าง  และมี  13  ปีแล้วยังไม่จบ  แต่ละท่านคงมีเหตุผลส่วนตัว 

  สำหรับผมขอไม่อยู่นานเพราะกลัวหลงเสน่ห์อินเดียครับ  ฮา ๆ เอิก ๆ  ผมค้นหาระเบียบต่าง ๆสิ่งเหล่านี้คือพระเจ้าสั่งผมให้ปฏิบัติตามแล้วจบได้ 

        การเรียน  ป. เอก  ที่นี้  จะมีคณะกรรมการวิจัยประจำคณะเป็นผู้รับผิดชอบ ( Departmental  Research  Committee )  โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาดุษฎีนิพนธ์  คอยให้คำปรึกษาแนะนำตรวจแก้อย่างใกล้ชิดจนงานนั้นเสร็จสมบูรณ์  แล้วจึงยื่นเสนอคณะกรรมการวิจัยประจำคณะเพื่อพิจารณารับรองผลงาน  

          กระบวนการให้นับจากวันแรกที่เราลงทะเบียนเป็นนักศึกษาไป  2 ปีแล้วจึงยื่นเสนอผลงานได้  เมื่อผ่านคณะกรรมการดังกล่าวแล้วเราก็ขอเข้าสอบสัมภาษณ์  ( Viva-Voce )  เพื่อจบ ป. เอก 

        ง่ายจริงตอนเราคิดแต่ติดขัดและยากจริงตอนเราลงมือทำ  ฮา ๆ เอิก ๆ อยู่อินเดียระวังตกหลุ่มความคิด  คือเราจะเกิดความคิดประหลาด ๆ 

          บางท่านมีความคิดเป็นปราชญ์เลยครับ  ด้วยความเคารพ  ท่านที่จบ ป.เอกกลับประเทศไทยแล้วทำงานระดับโลกเลยคือ  อธิการบดีมหาวิทยาลัย

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  องค์ปัจจุบันนี้ครับ 

       ท่านเคยเล่าให้ผมฟัง   ว่า  ช่วงทำ ป. เอกอยู่บางครั้งขึ้นไปอยู่ท่ามกลางหุบเขาหิมาลัย  แล้วแหงนมองเห็นเทพเจ้า 2 องค์ที่ยืนอยู่บน 2  ยอดเขานั้นกำลังกล่าวโต้ตอบปัญหาทางปรัชญากัน  เห็นมั๊ยครับ         ผมวางแผนการเพื่อจบ ป. เอก ในทันทีก่อนฟ้าสางในวันนั้นครับ  ฮา ๆ เอิก ๆ  ...แกรก..ๆๆๆๆปุ๊ก ..?   อะไรวะ ?..สงสัยมองไปตามเสียง  มันตกลงมาจากต้นไทรใหญ่ข้างห้องผมครับ  อีแร้ง...มันตีกันอยู่บนปลายกิ่งไทรบนยอดเลย ไร้ใบเพราะพวกมันมาอยู่  10  กว่าตัว  ทั้งจิก  ทั้งหักกิ่งไทรลับคมเขี้ยวของมัน  แล้วยังมีการวางมวยกันอีก  ดูพวกมันตีกันสนุกยิ่งกว่าดู  TV  เสียอีกครับ และไม่ต้องจ่ายค่าดูอีกต่างหาก  ฮา ๆ เอิก ๆ         เคยมีรุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า  ใกล้สอบ  ป. โท  ต้องท่องจำบางอย่างเขาท่องไปด้วยเดินเวียนรอบต้นไทรที่ว่านี้ไปด้วย  มีสิ่งหนึ่งตกลงมาแล้วพาดเกาะที่บ่าของท่าน  มันคือ  กระดูกแขนติดเนื้อข้าง 1  ของคนครับ  เท่านั้นและเขาก็กลับหลังหันใส่เกียร์สุนัขเลยครับ  ฮา ๆ เอิก ๆ         กลุ่มอีแร้งพวกนี้ช่วงเช้ามันบินถลาลงเฉียดหลังคาตึกที่ผมอยู่ตัวใหญ่มากครับ  มันบินไปยัง

        หาดทรายฝั่งตะวันออกของแม่น้ำคงคาเมืองพาราณสี  ที่ไร้คนอยู่อาศัย   เป็นช่วงน้ำวนพัดเอาซากศพไปกองอยู่ตรงนั้นซึ่งกลายเป็นอาหารอันโอชะของอีแร้งไงละครับ  ฮา ๆ เอิก ๆ  ผมสงสัยขอถามคุณว่า  ทำไมอีแร้งจึงมีสายตาดีจัง...?    

        โปรดติดตามตอนต่อไป 

                                                          ด้วยความปรารถนาดี 

                                                                                         จาก... umi