NewYork USA Education Columbia University

        เมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้เข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปดูแลลูกสาว  โฟโต้ http://photophoton.spaces.msn.com/ 
ซึ่งกำลังดำเนินการเรื่องเกี่ยวกับการเรียนต่อระดับปริญญาโท-เอก ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่สำนักงาน ก.พ. และการบินไทย ตามโครงการทุนการศึกษาชั้นสูงเชิงกลยุทธ์เพื่อการสร้างเครือข่ายวิจัยระดับแนวหน้า (Higher Educational Straegic Scholarships for Frontier Research Network) ประจำปี 2547 ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ซึ่งมีผูสอบผ่านตามโครงการนี้ถึง 80 คน ตามประกาศลงวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548  โดย 1. ผู้ที่สอบผ่านแล้วนี้ต้องไปสมัครเข้าศึกษาในสถานศึกษา ณ ต่างประเทศ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนด 2. ต้องทำสัญญารับทุนกับสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ทีจะกลับมาปฏิบัติงานภายหลังสำเร็จการศึกษา ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่ได้รับทราบ หรือรับหนังสือแจ้งชื่อสถาบันอุดมศึกาดังกล่าว 3. ผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องเดินทางไปศึกษาภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันประกาศรายชื่อเป็นผู้รับทุน...นับตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ เป็นเวลาประมาณ ปีเศษ นี้ ก็ต้องไปสอบ TOEFL , GRE ให้ได้คะแนนตามเกณฑ์ แล้วส่งผลคะแนนไปตาม มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่เปิดสอนตามสาขาที่ตนเองจะศึกษา เมื่อได้รับตอบรับติดต่อสัมภาษณ์กัน และยอมรับเข้าศึกษาแล้วก็ต้องมาดำเนินเรื่อง ทางด้านขอวีซ่า นำผลวีซ่าไปติดต่อกับ สำนักงาน ก.พ. ขอหนังสือรับรอง ไปออกตั๋วเครื่องบินที่จะเดินทางไปศึกษา เปิดบัญชีธนาคาร เพื่อส่งเช็คเข้าบัญชีตามกฏเกณฑ์การให้ทุน เช่น เงินค่าเตรียมตัว ทำวีซ่า ซื้อหนังสือ ซื้อคอมพิวเตอร์ และอื่น ๆ ก่อนหน้านั้นก็ต้องติดต่อกับมหาวิทยาลัย เพื่อจองหอพัก และรับทราบเกี่ยวกับโปรแกรมการเปิดเรียนควบคู่ไปด้วย ขณะนี้ ก็ได้ดำเนินการไป 90 เปอร์เซ็นต์แล้ว มีกำหนดเดินทางไปในวันที่ 17 สิงหาคม 2006 เวลา 00.40 น. โดยสายการบินไทย จาก BKK ไปลง JFK ครับ
วิชาที่จะไปศึกษาคือ Tissue engineering ซึ่งอยู่ใน The Fu Foundation School of Engineering and Applied Science, Department of Biomedical Engineering - Columbia Univesity (New York, USA) Program ที่จะไปศึกษา คือ M.S. Leading to Ph.D.  หมายความว่า เข้าเรียนในระดับ M.S. ก่อน และสามารถtransfer หน่วยกิตวิชาที่ลงเรียนแล้วไปในส่วนของ Ph.D. ได้ ดังนั้นเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว จะได้รับ2 ปริญญาคือ 1. M.S. Biomedical Engineering และ 2. Ph.D. Biomedical Engineering   ระยะในการศึกษาประมาณ 4.5 - 5 ปี

ทำไมถึงเลือกเรียนที่ปรเทศสหรัฐอเมริกา

         ผมได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง ซึ่งแจกฟรีที่สำนักงาน ก.พ. ซึ่งมีรายละเอียดและข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกาดังนี้ครับว่า  ในช่วงปีที่ผ่านมา (2004-2005) มีนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกาถึง 8,637 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่ลดลง 3 % จากปีที่แล้ว แต่อย่างไรก็ดี นักศึกษาไทยก็ยังมีจำนวนมากที่สุดเป็นอันดับที่ 10 ของจำนวนนักศึกษาต่างชาติทั้งหมดที่เข้าไปศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา

         ในปี ค.ศ. 2004 มีนักศึกษาไทยที่เดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวีซ่าแบบ F-1 เป็นจำนวนเกือบ 4,000 คน และด้วยวีซ่าแบบ J-1  อีกจำนวนเกือบ 4,000 คน  โดยหลักสูตรทางด้านธุรกิจ ในระดับบัณฑิตศึกษาก็ยังคงครองความเป็นหลักสูตรยอดนิยมในกลุ่มนักศึกษาไทยอยู่เช่นเคย และรองลงมาก็ยังคงเป็นหลักสูตรทางด้านวิศวกรรมศาสตร์  แต่อย่างไรก็ดี นักศึกษาส่วนใหญ่ก็ต้องไปเริ่มต้นการศึกษาในหลักสูตรภาษาอังกฤษเสียก่อน เนื่องจากประเทศเรามีภาษาเป็นของตนเอง ระบบการศึกษาของเราใช้ภาษาไทยในการเรียนการสอน ก่อนที่เราจะสามารถเข้าเรียนร่วมกับเขาได้ เราก็ต้องมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่ดีในระดับหนึ่ง ซึ่งจะสามารถวัดได้จากผลการสอบ TOEFL และคงเป็นเรื่องยากที่นักศึกษาไทยคนใดจะมีความสามารถด้านภาษาอังกฤษเพียงพอ สำหรับการเข้าศึกษาต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เลยโดยไม่ต้องเรียนเพิ่มเติม

..รายละเอียดอื่น ๆ จะทะยอยลงไปวันหลังครับ..