คอรัปชัน : กับขบวนการโคตรโกงในยุคทุนนิยมของสังคมไทย <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">            วันนี้  30 ก.ค. 2549 เวลา 09.00-12.30 น. ผมได้มีโอกาสได้เข้ารับฟังการอภิปรายเรื่อง การคอรัปชันทางการเมือง ณ วิทยาลัยรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  </p>

          โดยวิทยากรพิเศษ ซึ่งประกอบด้วย 1. คุณกล้าณรงค์   จันทิก 2. รศ.ดร.สังศิต   พิริยะรังสรรค์ 3. นายแพทย์นิรันดร์   พิทักษ์วัชระ และศ.ดร.บุญทัน   ดอกไธสงค์ หลังจากที่ผมได้รับฟังการคอรัปชันจากวิทยากรทั้ง 4 ท่านทำให้ผมมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นกับกระบวนการโกงที่เกิดขึ้นในสังคมบ้านเราในเวลานี้ ถือได้ว่าเป็นการโกงในระดับข้ามชาติเป็นกระบวนการโกงที่แยบยล และมีการโกงทุกระดับตั้งแต่เป็นประเทศไทยมา จนกระทั่งคนในชาติเรียกว่า ขบวนการโคตรโกง            

              ความหมายของการคอรัปชัน” (Corruption) ในด้านความหมายของคำว่าคอรัปชั่นที่นักวิชาการทั้ง 4 ท่านได้กล่าวมานั้นผมใคร่ขอสรุปเพื่อความเข้าใจตรงกันดังนี้ การคอรัปชันเป็นกระบวนการที่บุคลทางการเมือง ข้าราชการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้กระทำใด ๆ รวมทั้งการใช้ อิทธิพลส่วนตน เป็นเครื่องมือ ในการให้ได้มาซึ่งประโยชน์ส่วนตน ครอบครัว และพวกพ้องในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นการกินตามน้ำ บนน้ำ ใต้น้ำ บนดิน หรือแม้กระทั่งบนอากาศ รวมเรียกว่าการคอรัปชัน หรือเรียกว่า การทรราษฎร์       

          อย่าให้คนรวยและไร้จริยธรรมไปโกงชาติ จากที่ได้รับฟังทั้ง 4 ท่านได้นำเสนอนั้นคำพูดที่ผมประทับใจมากที่สุดคือของนายแพทย์นิรันดร์   พิทักษ์วัชระ รักษาการ สว.จังหวัดอุบลราชธานี ผมจึงใคร่ขอสรุปประเด็นของท่านมาเล่าให้พี่น้องชาว KM ฟังก่อนสำหรับท่านอื่นๆ จะได้เล่าให้ฟังในโอกาสต่อไป เพื่อท่านจะได้รู้จักรัฐบาลทักษิณได้ดียิ่งขึ้น  โดยท่านได้กล่าวว่าในยุคปัจจุบันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการโกงมากที่สุด และมีวิธีการโกงที่แยบยลทุกระดับ มีการนำสมบัติสาธารณะของชาติขายให้กับต่างชาติ เช่น  IP Star  Air Asia  ITV รวมทั้งการพยายามแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้อยู่ในรูปของบริษัทเพื่อพวกพ้องจะได้ยึดครองกิจการดังกล่าว และคุณหมอนิรันดร์ได้วิเคราะห์ต่อว่า ในกระบวนการของรัฐบาลทักษิณจึงมีวิธีการโกง 3 รูปแบบ คือ

           1. การคอรัปชันเพื่อเข้าไปมีอำนาจรัฐ   เป็นกระบวนการโกงที่ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาเป็นรัฐบาล กล่าวคือมีการโกงตั้งแต่ระดับการเลือกตั้ง มีการซื้อสิทธิ์ซื้อเสียงของพี่น้องประชาชน รวมทั้งการใช้อำนาจของรัฐทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นฐานในกระบวนการโกงโดยใช้ระบบการให้คุณให้โทษ ใครไม่สนองการได้มาซึ่งคะแนนเสียงก็จะไม่ได้รับความดีความชอบ เปลี่ยนการเมืองให้เป็นธุรกิจการเมืองและธุรกิจการตลาด รัฐบาลชุดนี้ทำทุกวิถีทางในการที่จะยึดกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้เป็นฝ่ายของตนเองซึ่งถือว่าเป็นการปล้นอำนาจรัฐ  พยายามยึดรัฐสภาหรือที่เราเรียกว่า สภาผัวเมีย คือภรรยาเป็น สว. สามีเป็น สส. หรือภรรยาเป็น สส. สามีเป็น สว. นี่แหละเรียกว่า การทรราษฎร์ประชาธิปไตย

            2. การคอรัปชันในระดับกรรมการการตรวจสอบ คือรัฐบาลชุดนี้มีการสัมปทานกรรมการการตรวจสอบทุกฝ่ายดังที่การในข้อแรกคือสามีและภรรยา ลูก หลาน อยู่ในสภาเดียวกัน ใครล่ะจะตรวจสอบ รวมทั้งองค์กรอิสระต่างๆ ทั้ง 8 องค์กรที่มีการแต่งตั้งขึ้นมาก็ล้วนเป็นการผูกขาดซึ่งรัฐบาลชุดนี้ มีเหลือแต่องค์การของศาลเท่านั้นที่เราพอจะพึ่งพาได้

           3. การคอรัปชันในระดับคุณธรรม และจริยธรรม ซึ่งรัฐบาลหรือคนของรัฐบาลชุดนี้ พยายามที่จะบอกว่าในการโกงนั้นเขาก็ทำกันมาทุกยุคทุกสมัยนั่นแหละ แต่รัฐบาลชุดนี้ทำเพื่อประชาชนมีการนำเงินมาให้ประชาชน และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แต่หารู้ไม่ว่าเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน

             นี่และครับกระบวนการโกงที่บอกว่าโคตรโกงเพราะว่าเป็นการโกงทุกระดับ และพยายามที่จะยึดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อตนเองและพวกพ้อง จนทำให้สังคมของเราเสื่อมถอยลงอย่างเห็นได้ชัด หรือที่เรียกว่า วาทกรรมทางการเมืองเป็นสิ่งทำลายความน่าเชื่อถือทางสังคม นอกจากนั้นยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และสังคมอย่างยิ่ง กล่าวคือ การความน่าเชื่อถือของประเทศลดลง การลงทุนชลอตัว เชื่อเหลือเกินว่าการจ้างงานต้องลดลงแน่นอน อันจะส่งผลถึงรายได้และความเป็นอยู่ของประชาชนจะแย่ลง ดังนั้น หากวันที่ 15 ตุลาคม 2549 เป็นวันที่มีการเลือกตั้งจริงจึงขอวิงวอนพี่น้องชาว KM ได้ช่วยขยายผลของการรับรู้ให้กับคนที่ไม่ได้อ่านบทความนี้ เพื่อจะได้ช่วยกันปกป้องไม่ให้คนไม่ดีเข้ามาบริหารบ้านเมืองเราต่อไป

ขอบคุณครับ

อุทัย   อันพิมพ์

30 ก.ค.2549

</span>