ความเป็นมา : เพราะมีสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงมี
เมื่อวันหยุดช่วงวันรัฐธรรมนูญต่อเนื่องกับเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้กลับบ้านที่เชียงใหม่ และได้ทำกิจกรรมให้เป็นรางวัลตนเองอยู่สองสามเรื่อง คือ
- ไปเดินดูงานหัตถกรรมและนั่งคุยกับ ชรวย-คำแปง ณ สุนทร (ใน ชรวย-คำแปง ณ สุนทร กับ บ้าน ๑๐๐ อัน ๑,๐๐๐ อย่าง : คู่ชีวิตผู้หมายมุ่งสู้สิ่งยากดั่งผันน้ำขึ้นโปรยอาบเขา)
- ไปทำบุญขึ้นบ้านใหม่กับพี่ที่เคารพนับถือกัน ๑ งาน
- ดายหญ้าริมถนนสาธารณะตลอดแนวหน้าบ้าน
- ไปเดินซื้อหนังสือ ร้านหนังสือสามัญชน ริมถนนเชียงใหม่-หางดง-สันป่าตอง ได้หนังสือและเห็นความเคลื่อนไหวในกิจกรรมทางปัญญาและความสร้างสรรค์ของผู้คนที่สะท้อนอยู่ในหนังสืออย่างตื่นตาตื่นใจไปหมด เลยยืนเปิดดูและอ่านพอให้ได้ความกระชุ่มกระชวยไปชุดหนึ่ง โดยเฉพาะหนังสือแปลและงานเขียนทฤษฎีทางศิลปะมากมายที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา
จากนั้นก็ซื้อเป็นรางวัลให้ตนเองอีกชุดหนึ่ง ได้ ตาคลี : น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้ งานของ 'รงค์ วงสวรรค์ ซึ่งเป็นงานแนว Live Documentary และ Participatory Observation เพื่อสะท้อนสภาวการณ์ในยุคสมัยหนึ่งของสังคม และถ่ายทอดในรูปวรรณกรรม พ๊อคเก็ตบุ๊ค ผมสนใจวิธีเข้าถึงข้อมูลและวิธีเจียรนัยการอ่านภาพสะท้อนโลกจากข้อมูลของ'รงค์ วงษ์สวรรค์ที่มีพลังมากกว่าการวิเคราะห์และเขียนรายงานแบบพื้นๆแบบทั่วไป งาน ตาคลี : น้ำตาไม่มีเสียงร้องไห้ นี้ เป็นงานที่เหมือนกับการผสมผสานงานสารคดี วรรณกรรมแนวเล่าเรื่องถ่ายทอดเหตุการณ์ การวิจัยทางมานุษยวิทยาและการวิจัยเชิงคุณภาพเข้าด้วยกัน อีกทั้งเป็นการบันทึกเรื่องราวให้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ทำให้งานเขียนมีชีวิตจิตใจ มากกว่าจะเป็นเพียงงานเขียนความรู้ที่ให้ข้อมูลทางสังคมและมานุษยวิทยาที่ผิวเผิน
อีกเล่มหนึ่ง ก็ได้งานของไมตรี ลิมปิชาติ มือวิชาการในวงการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งเป็นนักเขียนและคนหนังสือที่สำคัญท่านหนึ่งของประเทศที่ผมได้อาศัยงานท่านเป็นครูมาแต่นมนานจนจำไม่ได้แล้วว่านานมากแค่ไหน รวมทั้งเมื่อปีที่แล้วก็เพิ่งได้ลงใต้และให้บังเอิญที่ไปจอดรถกินข้าวอยู่หน้าบ้านริมถนน ซึ่งป้ายข้างประตูบ้านนั้นเขียนว่า มีชัย ลิมปิชาติ และเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ผมก็เพิ่งซื้องานเขียนของท่านที่เขียนเกี่ยวกับชีวประวัติ ความคิด ปูมชีวิต และงานของ มนุษย์ต่างดาว ที่ชื่อ ถวัลย์ ดัชนี
แต่คราวนี้เจอหนังสือของท่านเอง บนถนนหนังสือสู่ถนนศิลปะ แค่เห็นก็กระโดดเข้าใส่ เพราะในช่วง ๑๐ ปีมานี้ ผมกำลังสนใจการหันมาทำงานศิลปะของนักวิชาการ นักคิด และคนเขียนหนังสือรุ่นลายครามหลายคนที่ผมได้เห็นงานมาตลอด ว่าท่านกำลังเห็นอะไร กำลังบันทึกและไหลสายธารชีวิตอะไรไปกับงานชีวิตด้วยภาษาศิลปะ นับแต่อาจารย์ธีรยุทธ บุญมี ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล พณฯปองพล ดิเรกสาร ฯพณฯ ชวน หลีกภัย บก.เครางาม สุชาติ สวัสดิ์ศรี ของคนวรรณกรรม พอเจอหนังสือ บนถนนหนังสือสู่ถนนศิลปะ ของไมตรี ลิมปิชาติ ผมก็เลยยืนอ่านและที่สุดก็ซื้อติดมือมาด้วย ๑ เล่ม ตามด้วยหนังสือวรรณกรรม ช่อการะเกด ๕๔ อีก ๑ เล่มซึ่งเดี๋ยวนี้ได้ทำเป็นเวทีบูรณาการทางวรรณกรรม ๓ in ๑ ทั้งเป็นเวทีเรื่องสั้น ช่อการะเกด ของคนวรรณกรรม เป็น โลกหนังสือ และ ถนนหนังสือ หนังสือซึ่งเคยเป็นเวทีปัญญาวงการวรรณกรรมของไทยและของโลกสำหรับนักอ่าน
ผมพยายามจะงดอาหารเย็น เลยเอาหนังสือที่ซื้อมาเหล่านี้มานั่งอ่านคลายความหิว งานที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของผู้เขียน รวมทั้งเรื่องราวที่สำคัญทั้งของคนไทยและต่างประเทศที่ถ่ายทอดไว้ในหนังสือหลายเรื่องราวในระยะ ๔๐-๕๐ ปีที่ผ่านมา เมื่อผ่านมาถึงยุคสมัยนี้ ก็ทำให้เห็นบางสิ่งว่า ความสร้างสรรค์มากมายของสังคมไทยและสังคมโลกนั้น มักมีเรื่องราวที่น่าสนใจบนวิถีชีวิตปัจเจกอยู่ด้วยเสมอ ชีวิตเป็นบทเรียนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ทำให้ผมเกิดความอยากรู้ต่อไปอีก เลยต้องรื้อค้นหนังสือเรื่องราวและงานของหลายท่านที่กล่าวถึงข้างต้นมานั่งดู นั่งอ่านไปจนถึงชีวิตและงานของวง เดอะบีตเทิ่ล และภาพรวมของนักร้องและวงดนตรีสตริงของไทยในระยะ ๕๐ ปีที่ผ่านมาจากหนังสือรวมเล่มพิเศษ ๔๐ ปีของ I.S. SONG HIT ของคุณเล็ก วงศ์สว่าง ซึ่งเพิ่งล่วงลับก่อนที่งานชิ้นสำคัญในชีวิตของตนจะปรากฏโฉมออกมาและงานของท่านทำให้ผมเล่นกีตาร์เป็นเมื่อกว่า ๓๐ ปีก่อน
ความบันดาลใจและคำถามเพื่อเรียนรู้
ที่สุดก็สนใจเรื่อยมาจนถึงคนในยุคใหม่ โดยได้เข้าไปดูเรื่องราวบุคคลแห่งปีในยุคต่างๆของนิตยสาร Time รวมทั้งดูเรื่องราวของกลุ่มผู้นำทางความคิดในภาคประชาสังคมทั้งของสังคมไทยและสังคมโลกกลุ่มหนึ่ง คือ ดูเรื่องราวและชีวิตของคุณภาณุ อิงคะวัต ผู้เป็นแกนเคลื่อนไหวและสร้างเวที Ignite Thailand ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายเวที Ignite ในประเทศต่างๆไปทั่วโลก ดูเรื่องราวของผู้ก่อตั้ง facebook มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ผู้ซึ่งนิตยสาร Forbes จัดอันดับความเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดและเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ ๗๘๕ ของโลกและนิตสาร Time จัดให้เป็นบุคคลแห่งปี ๒๕๕๓ นี้
จากนั้น ก็เข้าไปดูเรื่องราวของผู้ที่ผมอยากจะเรียกว่ามหาจักรพรรดิ์อาณาจักรไซเบอร์ของโลกยุคโลกาภิวัตน์ทาง IT คือ บิลเกต ภรรยา และเพื่อน ซึ่งรวยจนเบื่อและเป็นบุคคลแห่งปีตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ จากนั้น ก็ถูกจัดอันดับเป็นบุคคลแห่งปีและเป็นมหาเศรษฐีของโลกต่อเนื่องกันกว่า ๑๐ ปี เป็นผู้สร้างไมโครซอล์ฟและครอบครองระบบปฏิบัติการบนวินโดว์ของทั้งโลกมากกว่า ๙๐ เปอร์เซนต์ และก่อตั้งมูลนิธิเพื่อสาธารณะซึ่งมีกองทุนประมาณ ๑.๑ ล้านล้านบาท หรือเป็นมูลนิธิและองค์กรสาธารณประโยชน์ที่มีกองทุนสูงที่สุดของโลกในปัจจุบัน
จากนั้น ก็เข้าไปดูเรื่องราวของร็อคเกอร์จอมมหัศจรรย์แห่งยุค วง U2 ซึ่งในปี ๒๕๕๑ ที่ผ่านมาเป็นวงร็อคที่มีรายได้ในรอบ ๑๒ เดือนกว่า ๔ พันล้านบาท เป็นวงที่เคลื่อนไหวด้วยการจัดแสดงคอนเสิร์ตและร่วมผลักดันแนวคิดให้ธนาคารโลกกับกลุ่มประเทศ G8 หรือกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางอุตสาหกรรมของโลก ยกเลิกหนี้ให้กับกลุ่มประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนาที่เผชิญภัยพิบัติ รวมทั้งตั้งมูลนิธิเพื่อรณรงค์การแก้ปัญหาเพื่อคนยากจนและคนทุกข์ยากทั่วโลกทางด้านทุพโภชนาการ เอดส์ การขาดการศึกษา ความยากจน การขดขี่และความอยุติธรรมทางสังคม สิ่งแวดล้อม รวมทั้ง นั่งอ่านวิธีคิดของ จิมมี่ เวลส์ ผู้ก่อตั้ง วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ซึ่งมีอุดมการณ์สร้างองค์กรที่ให้ความแตกต่างไปจากกระแสหลักของสังคมโลกโดยไม่ต้องการเลี้ยงตนเองด้วยรายได้จากการทำธุรกิจและการลงโฆษณา แต่ต้องการระดมทุนจากการบริจาคและมีส่วนร่วมทางตรงของทุกคนทั่วโลก
ผมได้เรียนรู้ประสบการณ์ชีวิต อีกทั้งได้เห็นความน่าสนใจบางประการของคนทำงานสร้างสรรค์ที่สะท้อนคลื่นความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันนั้นว่ามีลักษณะอย่างไร มีปัจจัยและองค์ประกอบต่างๆที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จต่างๆอย่างไร บ่งบอกอะไรบ้างในความเป็นสายลมและคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลง เหมือนกับเพลง Wind of Change ของ วงแมลงป่อง Scorpion ในสังคมยุคโลกาภิวัตน์ทาง IT ทั้งของสังคมโลกและของท้องถิ่น
บทเรียนและเก็บเกี่ยวเรื่องราวจากชีวิตผู้คน
เมื่อนั่งพิจารณาหลายมิติ จากหลากหลายเรื่องราว ก็เห็นสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่างด้วยกันที่อยากนำมาทำหมายเหตุและบันทึกแบ่งปันกันไว้
๑ พลังความเยาวภาพ : คุณลักษณะปัจเจกภาพของผู้นำด้วยใจยุคโลกาภิวัตน์ทาง IT
กลุ่มคนที่ผมนั่งเรียนรู้ชีวิตและเส้นทางการเติบโตในทุกเรื่องของเขานี้ จะมีการดำเนินชีวิต คิดและทำสิ่งต่างๆตามความสนใจ อย่างแตกต่างกับคนทั่วไปชนิดที่เรียกว่าสวนทางกับกระแสสังคมตั้งแต่ยังเด็กในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยรุ่นตอนต้นและวัยรุ่นตอนปลาย กล่าวคือ วงเดอะบีตเทิ่ล นั้น ก่อเกิดขึ้นมาจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนๆนักเรียนในวัยเรียนมัธยมเท่านั้น ส่วน คุณภาณุ อิงคะวัต ซึ่งในวงการ Creative และสื่อโฆษณาของไทยนั้น ให้การยอมรับว่าเป็นเสาหลัก มีความสด และมีพลังสร้างสรรค์อย่างไม่จำกัด ก็เริ่มเข้าสู่วงการความเป็นมืออาชีพเมื่อตอนย่างเข้าเบญจเพส ต่อมาก็เป็นผู้ริเริ่ม Ignite Thailand เพื่อระดมพลังเชิงบวกและเป็นช่องทางเชื่อมโยงปัจเจกทุกคนเข้ากับความเป็นสาธารณะในขอบเขตทั่วโลกผ่านพลังของสื่อ Social Network
มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ของ facebook ซึ่ง ณ เวลานี้ถือว่าเป็นมหาเศรษฐีติดอันดับโลกและเป็นสื่อเครือข่ายสังคมที่แพร่หลายที่สุดของโลกในปัจจุบันก็เช่นกัน ก็ทำ facebook เมื่ออายุ ๒๓ ปีระหว่างเรียนฮาวาร์ด ส่วน บิลเกต นั้น ก็ทำไมโครซอล์ฟและติดลมจนไม่กลับไปมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เพื่อศึกษาต่อให้จบกระทั่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับ ๑ ของโลกติดต่อกันนับสิบปี
นักร้องวง U2 ก็ดำเนินตามรอยคล้ายกับวงเดอะบีตเทิ่ล คือ เกิดจากการรวมตัวและค้นพบตนเองเมื่อตอนเป็นเด็กเรียนมัธยมเท่านั้น พลังความเยาวภาพ จึงเป็นลักษณะที่มีร่วมกัน (Common Attributes) ของผู้นำความเปลี่ยนแปลงในสังคมโลกาภิวัตน์ ทั้งของท้องถิ่นและของโลก
๒ การเรียนรู้จากการปฏิบัติและเป็นวิถีชีวิตแห่งการเรียนรู้
บิลเกต, มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก รวมทั้ง วงเดอะบีตเทิ่ล และ วง U2 นั้น กล่าวได้ว่าเป็นกลุ่มที่ไม่ประสบความสำเร็จในระบบการศึกษาที่เป็นทางการ แต่เป็นคนเรียนเก่งและล้วนมีทักษะการเรียนรู้ ทักษะการติดต่อผู้คนในขอบเขตทั่วโลก เดินเข้าหาคน รู้จักตนเอง เข้าใจชีวิตและมีความสามารถในการเรียนรู้ทางสังคมเป็นอย่างสูง
วงเดอะบีตเทิ่ลและวงยูทูนั้น หยุดเรียนกลางครันตั้งแต่เรียนมัธยม จากนั้น กลุ่มเด็กๆที่รวมตัวกันเพียง ๓-๔ คน ซึ่งต่อมาก็เป็นผู้สร้างวัฒนธรรมดนตรีของโลก รวมทั้งเป็นผู้ทำหมุดหมายประวัติศาสตร์พัฒนาการของทั้งโลกในยุคสมัยของพวกเขาเหล่านี้ ก็ไม่เคยกลับไปใช้ชีวิตการศึกษาเล่าเรียนในแบบที่เป็นทางการอีกเลยตลอดชีวิต ทว่า ในการทำงานเพลงและการทำงานดนตรีนั้น พวกเขากลับเป็นนักศึกษาค้นคว้าข้อมูลมากที่สุด
จอห์เลนนอน วงเดอะบีเทิ่ลนั้น เมื่อเขาต้องการค้นพบจุดหมายใหม่ๆของชีวิตและต้องการหาคำตอบด้วยวิธีคิดของโลกตะวันออกเพื่อถ่ายทอดทางดนตรีบ้าง ก็หยุดทำเพลงและไปเป็นฤาษี เรียนรู้ดนตรีและเข้าถึงปรัชญญาชีวิตด้วยการอยู่กับฤาษีอินเดียและระวี ชังการ์ ก่อนที่จะนำเอาชีตาร์หรือพิณอินเดีย มาบูรณาการ สะท้อนลงสู่เพลงของเขา
วงยูทู เดินเข้าหาทั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ ไอร์แลนด์ และอีกหลายประเทศเพียงเพื่อไปคุยและขอทราบข้อมูลจากต้นเรื่องไปทำเป็นเพลง หากเห็นด้วยก็จะเคลื่อนไหวสนับสนุน หากเห็นแตกต่างก็จะรณรงค์ต่อต้านในขอบเขตทั่วโลก
บิลเกตนั้นถึงกับบอกว่าหากเขาเรียนจนจบเคมบริดจ์แล้วละก็ เขาก็จะไม่สามารถค้นพบไมโครซอล์ฟวินโดว์ ส่วน มาร์ค ซักเกอร์เบิร์ก ก็เร่ร่อนขายความคิดไปกับเพื่อนนักศึกษาด้วยกัน กระทั่งลงทุนกับเพื่อนเช่าห้องและทำ facebook ด้วยเงินเพียงเล็กน้อย กระทั่งเลิกเรียนไปในที่สุด
คุณภาณุ อิงคะวัต แห่ง Ignite Thailand นั้น ทีมงานคนหนึ่งของเขาซึ่งเป็นรุ่นน้องปริญญาโทที่มหิดลคนหนึ่งของผมได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อเห็นเวที Ignite ที่จัดขึ้นแห่งใดและในประเทศใดของโลกมีความน่าสนใจ อีกทั้งต้องการไปพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคนจัดเวทีของประเทศนั้นๆเพื่อนำมาทำเวที Ignite ในประเทศไทยแล้วละก็ เขาก็จะบินไปร่วมด้วยตนเองโดยตรงเลยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและไม่คิดว่าเป็นการสิ้นเปลืองของตนเอง
การเรียนรู้จากการปฏิบัติในชีวิต(Life Long Learning), การทำงานอย่างหนักและใช้ชีวิตที่มีความคิด ซึ่งเป็นการเจริญสติภาวนาในชีวิตจริง และ การเรียนรู้อย่างบูรณาการ (Integration Learning) เหล่านี้ จึงเป็นคุณลักษณะร่วมกันอีกอย่างหนึ่งของปัจเจกและกลุ่มผู้นำด้วยใจในยุคโลกาภิวัตน์ทาง IT
๓ พลังอำนาจจากความคิดสร้างสรรค์และการสั่งสมบนการปฏิบัติที่มิได้เริ่มจากความต้องการกำไรหรือความมีชื่อเสียง
ทุกตัวอย่าง ทั้งบนความเป็นปัจเจกและกลุ่มก้อนที่นำมาศึกษานี้ แม้ในที่สุดจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจและความมั่งคั่ง แต่ก็เป็นที่น่าสนใจว่า ทุกคนไม่มีพื้นฐานของความเป็นผู้มีอำนาจในแบบที่เป็นทางการมาก่อนเลย อีกทั้งมีแบบแผนในการเริ่มต้นด้วยสิ่งจูงใจตนเองที่เหมือนกันบางประการคือ ต้องการทำในสิ่งที่รักและสนใจ ไม่ได้ต้องการเงินและไม่ได้ต้องการความร่ำรวยหรือมีกำไร แม้นมีความสามารถสูงและองค์กรที่ติดต่อต้องการให้ทำงานขายก็ไม่ต้องการทำ อีกทั้งเริ่มต้นด้วยความยากแค้นติดขัดเหมือนๆกัน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์จึงไม่ได้อยู่ที่การมุ่งความเป็นเลิศเชิงเปรียบเทียบดังในกระแสหลัก แต่มุ่งความแตกต่างและสร้างความเป็นเลิศของสิ่งที่มีความเป็นตัวของตัวเองที่สุด
วิถีปฏิบัติของกลุ่มคนเหล่านี้ มักมีลักษณะเป็นการริเริ่มและลงทุนสุดชีวิตโดยขาดการคำนวณกำไรและผลตอบแทน มีเพียงความสำนึกการทำสิ่งที่แตกต่างเพื่อวงการและสังคมที่ตนเองสังกัด กับการบุกเบิกสิ่งที่สะท้อนการตกผลึกทางความคิดของตนเองที่สุดเท่านั้น เป็นเช่นนี้ทุกคน
๔ การสั่งสมด้วยความเชื่อมั่นในตนและพลังของความเป็นเพื่อน
ทั้งหมดมีลักษณะการค้นพบสิ่งที่ผู้คนให้การยอมรับอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมาในลักษณะเดียวกัน คือ ต้องดิ้นรนด้วยตนเองเนื่องจากขาดการให้การยอมรับ ทั้งโดยมหาวิทยาลัย รัฐบาล ภาคธุรกิจ รวมไปจนถึงพ่อแม่และญาติพี่น้อง วงสังคมที่ร่วมคิดและร่วมเรียนรู้ซึ่งส่งผลมากมที่สุดคือกลุ่มเพื่อน และเป็นแรงสนับสนุนทางจิตใจกับงานความคิด ไม่ใช่ทางธุรกิจหรือพลังอำนาจทางอื่นเลย มีเพียงเจ้าของ facebook เท่านั้นที่มีแรงหนุนจากแม่อีกคนหนึ่ง แต่ก็เป็นการปฏิสัมพันธ์กันผ่านอินเทอร์เน็ต โดยลูกทำงาน facebook อยู่ชั้นบน ส่วนแม่ก็เล่นอินเทอร์เน็ตเช่นกันอยู่ชั้นล่างของบ้าน พบกันโดยตรงน้อยมาก และด้านที่แบ่งปันกันนั้น ก็เป็นการให้ความเป็นเพื่อนและที่ปรึกษาแก่กัน
๕ ผุดบังเกิดบนพลังเชิงบวกและความสร้างสรรค์ของอารมณ์ ความรู้สึก และธรรมชาติพื้นฐานมนุษย์
ดนตรีและโลก IT อันเป็นที่มาของคลื่นมหาชนทั่วโลก ที่ก่อให้เกิดกลุ่มผู้นำโดยธรรมชาติและกลุ่มผู้นำภาคสาธารณะในวิถีประชาในยุคโลกาภิวัตน์ทาง IT เหล่านี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นผลรวมของสังคมโลกและสังคมท้องถิ่นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังความเป็นมนุษย์ด้านที่เป็นอารมณ์และความรู้สึก ความมีสุนทรียภาพ ความต้องการความสะดวก ความสนุกสนาน การดูดวง กีฬา เกมส์ สิ่งบันเทิง ความต้องการผ่อนคลาย การได้เป็นตัวของตัวเองของปัจเจก ทั้งหลายเหล่านี้ ซึ่งข้อมูลการเข้าใช้อินเทอร์เน็ตและการใช้คอมพิวเตอร์ของทั้งโลกได้บ่งชี้ว่าโลกาภิวัตน์ทาง IT นั้น มีพลังการบริโภคและการสนองตอบพื้นฐานเหล่านี้ของผู้คน เป็นแรงขับเคลื่อนอันมหาศาล
ดังนั้น ผู้นำทางจิตใจ ผู้นำด้วยความรู้สึก ความละเอียดอ่อนต่อชีวิตจิตใจของมนุษย์เหนือความแยกแบ่ง ผู้นำด้วยความคิดและการทำให้สามารถเข้าถึงจินตนาการ เหล่านี้ จึงเป็นลักษณะเด่นของผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสังคมและวัฒนธรรมมหาชนของยุคโลกาภิวัตน์ทาง IT
๖ องค์กรขนาดเล็กและเป็นกิจการแบบเครือข่ายเชื่อมโยงกันด้วยหลายธุรกิจ
เมื่อสามารถก่อตั้งและดำเนินกิจการต่างๆตามแนวคิดของตนเองได้แล้ว องค์กรต่างๆที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะที่สำคัญคือ เป็นเครือข่ายทำหน้าที่ร่วมกันขนาดเล็กๆหลายกิจการ ครอบคลุมไปทั้งการทำธุรกิจและการพัฒนาทางสังคม การพัฒนาการศึกษา และใช้คนที่ทำงานอย่างเป็นทางการในจำนวนไม่มาก แต่สร้างงานและกิจกรรมชีวิตให้เกิดขึ้นกับผู้คนทั่วโลกมากมายมหาศาล facebook นั้น มีสำนักงานในปัจจุบันด้วยอาคารขนาดใหญ่เรียกเป็นวิทยาเขตการศึกษาได้ แต่ใช้คนทำงานเพียง ๒๔๐ กว่าคน
ในแง่นี้ รูปแบบของวิกิเพียเดียที่บุกเบิกด้วยจิมมี่ เวลส์กลับยิ่งน่าสนใจที่สุดเนื่องจากเขาทำงานคนเดียวและเปิดช่องทางระดมพลังจิตอาสาจากทุกประเทศทั่วโลก ภาพของการสร้างกำไรและทุนสั่งสม ให้ไปอยู่ที่การได้สร้างโอกาสแก่ผู้คนและได้สร้างสรรค์สังคม เป็นแนวโน้มอนาคตขององค์กรสมัยใหม่นี้
๗ นักบุญและผู้มีจิตสาธารณะอย่างไร้เส้นแบ่งแยก
ทั้งหมดจะมีลักษณะเป็นผู้นำทำความดีและความสร้างสรรค์ต่อสาธารณะในกรอบใหม่ๆของโลกอย่างไร้พรมแดน มูลนิธิของบิลเกตนั้น กลายเป็นเป้าหมายชีวิตใหม่ของปัจเจกที่สวนทางกับกระแสสังคม เนื่องจากในขณะที่ผู้คนต่างมุ่งแสวงหาเพื่อตนเองอย่างสูงสุดนั้น บิลเกตและภรรยากลับแสดงความต้องการหยุดบทบาทการทำงานเพื่อเศรษฐกิจเมื่ออายุ ๕๐ แล้วมุ่งทำงานมูลนิธิเพื่อสร้างสรรค์ภาคสาธารณะที่มีเครือข่ายร่วมแรงร่วมใจกันดูแลช่วยอีกทั่วโลก มีผู้ประเมินว่า มูลนิธิของบิลเกตนั้น มีกองทุนมหาศาลและจะมีบทบาทต่อสาธารณประโยชน์อีกกองทุนหนึ่งไม่น้อยไปกว่า มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์
วงเดอะบีตเทิ่ล, วงยูทู, มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก ของเว็บบล๊อกและ Social Media อย่าง facebook, จิมมี่ เวลส์ ของ วิกิพีเดีย รวมทั้ง Ignite Thailand เหล่านี้ก็มีลักษณะแบบเดียวกับบิลเกต กล่าวคือ เพียงระหว่างทางเมื่อเริ่มบรรลุจุดหมายบนความเป็นตัวของตัวเองได้บ้างเท่านั้น พวกเขาก็จะเริ่มมุ่งเคลื่อนไหวสังคมและทำสาธารณประโยชน์กับทุกสังคมทั่วโลก มิใช่มุ่งมั่งคั่งร่ำรวยอย่างไม่มีที่สิ้นสุดและไม่ต้องรอจนแก่อิ่มตัวที่จะทำสิ่งต่างๆหมดแล้ว จนกล่าวได้ว่ามีความเป็นเป็นกลไกระดมทุนเพื่อเคลื่อนไหวพลังเชิงบวกและความสร้างสรรค์ของสังคม มากกว่าจะเป็นการทำธุรกิจอย่างเอกเทศ
๘ เกิดดับในเวลาอันรวดเร็ว
เมื่อพิจารณาโดยรอบแล้ว ก็จะเห็นความน่าสนใจเพิ่มยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะในกระแสโลกาภิวัตน์ด้าน IT นั้น เมื่อไม่นานมานี้ ในประเทศไทยก็จะตื่นตัวอย่างสูงสุดต่อ สนุกดอทคอม จาก นั้นก็เป็น ทวิตเตอร์ และปัจจุบันก็เป็น facebook จะเห็นว่าการเคลื่อนไหวของสังคมที่เกิดจากความต้องการสะดวก รวดเร็ว และอยู่กับความเป็นส่วนตัวในโลกกว้างได้อย่างไม่จำกัดเหล่านี้ เกิดขึ้นและเสื่อมความนิยมไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ถึงแม้จะมีขอบเขตความเป็นสาธารณะอันกว้างขวาง ก็มีความเป็นการแข่งขันที่ต้องอาศัยสัญชาติญาณความอยู่รอดเป็นอย่างสูง มีผู้สำเร็จและเป็นผู้นำบนยอดปิรามิดด้วยจำนวนจำกัด คนส่วนน้อยจะได้เป็นผู้นำ ส่วนคนส่วนใหญ่จะเป็นผู้ตามและเป็นผู้บริโภคอย่างมีคุณภาพมากขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งเหล่านี้ นับว่าเป็นลักษณะเฉพาะของสังคมโลกาภิวัตน์ทาง IT ที่อาจจะต่างไปจากเมื่อเริ่มต้นเข้าสู่ยุคสารสนเทศและความมีบทบาทของคอมพิวเตอร์ในทศวรรษที่ ๒๕๓๐ ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าวนั้น ความรู้และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญต่อพัฒนาการทางด้านต่างๆ ทว่า หลังจากนั้น การแลกเปลี่ยนและถ่ายเทความรู้ความเชี่ยวชาญ ตลอดจนการใช้วิทยาการและเทคโนโลยีร่วมกันของสังคมต่างๆ ก็ได้เกิดขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัดไปทั่วโลก ทำให้ปัจจัยสำคัญในปัจจุบันกลับมี ๓ ลักษณะที่แตกต่างไปจากอดีต คือ ความมีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ การให้ประสบการณ์ตรงหรือการเข้าถึงความเป็นจริงทางการปฏิบัติ การมีวิธีคิดที่แตกต่างในการใช้ความรู้และความก้าวหน้าทุกด้านที่ทั้งโลกเข้าถึงได้เท่ากัน
สรุปบทเรียนและข้อคิด
ลักษณะร่วมกันเหล่านี้ของกลุ่มคนที่เป็นผู้นำคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงทั้งของสังคมไทยและสังคมโลกในยุคโลกาภิวัตน์ทาง IT จะมีหน่วยปฏิบัติการที่สำคัญที่สุดคือ ปัจเจกและการรวมกลุ่มแบบกลุ่มประชาคม ที่สำคัญก็คือ การรวมกลุ่มความสนใจ กลุ่มสมัครใจ กลุ่มเพื่อน มีวิถีเรียนรู้ด้วยความเป็นชีวิต ศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้ด้วยตนเองในชีวิต บุกเบิกและสั่งสมอยู่บนเส้นทางการดำเนินไปของชีวิตซึ่งมักเริ่มต้นด้วยความล้มเหลว เคว้งคว้าง แต่ได้ทุนชีวิตจากประสบการณ์และความเป็นเพื่อนเรียนรู้จากคนรอบข้าง
เข้าถึงความเป็นสาธารณะและเวทีการแสดงออกด้วยตนเองผ่านการปฏิบัติและริเริ่มอย่างเป็นตัวของตัวเอง ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทุกอย่างทั้งแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่เพื่อแสดงออกด้วยคุณภาพจากจินตนาการอันสูงสุดของตนเอง มีเป้าหมายชีวิตทางอุดมคติ มีความสำนึกสากล ส่วนรายได้ทางเศรษฐกิจ ความสำเร็จทางวัตถุ ความมีชื่อเสียง เป็นเพียงผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นตามมาบนเส้นทางของความทุ่มเทในขีวิต.
เรียนท่านอาจารย์ครับผมเป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบงานของคุณรงษ์ วงศ์สวรรค์ ผู้ล่วงลับครับ
และนำดอกไม้มาอวยพรด้วยครับผม
ขอคารวะท่านอาจารย์โสภณ เปียสนิทครับ
กราบขอบพระคุณในพรปีใหม่อันเป็นมงคลยิ่งครับ
ดอกกล้วยไม้สวยจริงๆเลยนะครับ
ผมก็ชอบงานของ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ครับ
แป่วๆๆพิมพ์ผิด Wind of Change
บ๊ะสายตาดีจริงเนาะอาจารย์ขจิตครับ
ได้ทราบที่อาจารย์พูดถึงการน้อมปฏิบัติไปตามข้อแนะนำของพี่ใหญ่แล้ว
ก็ทั้งอนุโมทนาสาธุการและได้เห็นความดีงามไปด้วยว่า
คนดีได้เจอกัลยาณมิตรและสภาพแวดล้อมดี ก็ยิ่งเป็นดีต่อดีนะครับ
แอบมาดู "หัวแมงป่อง" ที่อาจารย์ ขจิต ฝอยทอง มานำเสนอครับ อิ อิ
สวัสดีครับอาจารย์ Wasawat Deemarn ครับ
ดูเหมือนท่านอาจารย์ขจิตจะชวนผมคุยเรื่องเพลงนี้มาครั้งหนึ่งเมื่อปีที่แล้วหรืออย่างไรนี่แหละครับ อาจารย์สบายดี กินอิ่มนอนหลับนะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีครับ ดร.มาตายีครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับพี่คิมครับ
งานของอาจารย์เสกสรรค์นี่ให้ความรู้สึกเป็นการครุ่นคิดและทบทวนชีวิตอยู่เสมอ เหมือนกับเป็นการเรียนรู้และสื่อสะท้อนโลกทัศน์-ชีวทัศน์ บนสิ่งต่างๆที่ดำเนินไปตลอดชีวิต ชอบครับ
สวัสดีครับอาจารย์ธนิตย์ครับ
สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิรัตน์
สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดย้อนหลังนะคะ เพิ่งกลับจากการเดินทาง
ขออารธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้อาจารย์สุขภาพแข็งแรง เปี่ยมด้วยพลัง สร้างสรรค์สังคม เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ไปตลอดกาลเจ้าค่ะ :)
สวัสดีครับคุณ poo
สวัสดี ครับ อาจารย์
อ่านบันทึกนี้จบแล้ว พบว่า...การได้ฝากร่องรอยไว้ให้อาจารย์รับรู้และต่อยอดความคิดของผมบ้างก็คงจะดี
...
อาจารย์พูดถึง คุณภาณุ อิคะวัต ทำให้ผมคิดถึง คำ คำ นี้ ครับ เครือข่ายพลังบวก ที่อาจารย์พูดถึงไม่ว่าจะเป็น การรวมกลุ่มความสนใจ กลุ่มสมัครใจ กลุ่มเพื่อน วิถีเรียนรู้ด้วยความเป็นชีวิต…คุณภาณุ มีอยู่เต็มเลย เลยใช่มั้ยครับ
เพราะฉะนั้น…การเติมเต็มกลไก ที่จะขับเคลื่อนสังคมของเรานั้น เราต้องไม่ทิ้งวิถีนี้
และผมมองนะครับว่า…คำ ๆ นี้ นับวันก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
…
อึม!!
ผมไม่ทราบหรอกนะครับว่า เดือนนี้ เป็นเดือนที่อาจารย์ได้ถือกำเนิดเกิดมาบนโลกใบนี้
แต่ผมรับรู้ความรู้สึกของอาจารย์ ที่อาจารย์เคยถ่ายทอดไว้เป็นภาษาเขียน เมื่อครั้ง… ที่อาจารย์ได้เดินตามหลังและอยู่ใกล้แม่ … แม่คือความอุ่นใจในชีวิตของอาจารย์ด้วยเช่นกัน
..
ผมฝากความระลึกถึงท่านด้วยนะครับ และสุดท้าย
ขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง มีเวลาเขียนองค์ความรู้ที่มีชีวิตของอาจารย์ไว้ที่ชุมชนแห่งนี้ ไปนาน ๆ ครับ
ด้วยความรักและเคารพ
สวัสดีครับคุณแสงแห่งความดีครับ
มาอ่านบันทึกนี้อีกรอบ หลังจากน้องไปดูหนังนายมาร์ก เอฟบี มาเล่าให้ฟังแล้วคิดว่า อืม แรงผลักดันของความสำเร็จ หรือแรงบันดาลใจหนึ่ง อาจเกิดเพราะความทุกข์เศร้า อกหัก รักคุด ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย แค่อยากเอาชนะ แต่ด้วยความมุ่งมั่นจึงกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ได้เช่นกันนะคะ ...
ส่วนงานคุณรงค์ ชอบอ่านมุมมอง และทึ่งเวลาวิจารณ์ภาพนางแบบต่างๆ ที่นำเขียนได้อย่างน่าพินิจ จากภาพอิโรธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องของศิลปะ มุมแสง เงา น่าติดตาม ค้นหา เสมือนเวลาไปชมภาพนางอัปสราตรงปราสาทสถาปัตย์อิทธิพลขอมกระนั้นค่ะ
ทราบจากอนุทินของอาจารย์ว่ากำลังเจ็บไข้จากโรคหวัด..ขอให้ฟื้นตัวโดยเร็วเพื่อรับความสุขปีใหม่นี้นะคะ..