บุคลากรย่อมจะต้องเรียนรู้เรื่องราวการทำงานแก้จน ย่อมเกิดทักษะ สมรรถนะ อาจจะส่งผลโดยอ้อมต่อการทำให้องค์กรหรือหน่วยงานเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ เรียกว่าองค์กรเรียนรู้เป็นเป้าหมายรายทางที่เกิดขึ้น
  •  KM แก้จนเมืองนคร มองในมุมของการพัฒนาบุคลากร

  • นับแต่งานตลาดนัดความรู้กรมอนามัย 18- 20 ก.ค.มาแล้ว ผมมีงานที่จะต้องทำติดต่อกันหลายงานมาก จึงหาเวลานั่งหน้าจอเขียนบันทึกไม่ค่อยได้
  • วันนี้วันเสาร์ หยุดราชการ ได้เวลานั่งทบทวนเรื่องที่ผ่านมาว่าทำอะไรมามั่ง ก็พบบันทึกที่บันทึกไว้ทั้งที่เป็นแผ่นๆและอยู่ในสมุดบันทึกหลายเรื่อง จะหยิบยกบางเรื่องมาเล่านะครับ พยายามจะเล่าทุกเรื่องก็ทำไม่ได้มาแล้วครับ เหตุที่ทำไม่ได้เพราะว่าผมบันทึกลงบล็อกช้า ทำให้มีเรื่องรอคิวซ้อนทับกันอยู่หลายเรื่อง บันทึกได้ไม่หมด ของเก่ายังมีค้าง ของใหม่ก็เข้าเข้ามาอีก ผมว่าผมอีกนานกว่าจะรายงานสดได้ ต้องฝึกตนเองอีกมากครับ ตอนนี้ก็หยิบบางเรื่องมาเล่าไปก่อน
  • เรื่องที่อยู่ในความสนใจมากเรื่องหนึ่ง คือเรื่องงานมหกรรม KM ราชการไทยก้าวไกลสู่ LO  ซึ่งงานนี้ ก.พร.,สคส.และสถาบันเพิ่มผลฯร่วมกันจัดขึ้น เมื่อ 21 ก.ค.49 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเว็นชั่น กรุงเทพฯ

  P1010499

  • ว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว โครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนคร ไม่ได้ตั้งเป้าหมายหลักที่การพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ หรือที่การพัฒนาบุคลากรของโครงการ เป้าหมายหลักคือการแก้ไขปัญหาความยากจนของครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือการลงทุนให้กับประชาชนด้านความรู้ กระบวนการเรียนรู้ กระบวนการแก้ไขปัญหา กระบวนการประชาคม กระบวนการชุมชนเข้มแข็ง ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ว่า " เมืองแห่งการเรียนรู้ เกษตรและท่องเที่ยวน่าอยู่ สู่สังคมที่พัฒนาอย่างยั่งยืน "

P1010495

  • แต่ปรากฏว่าคณะผู้จัดงานสนใจโครงการจัดการความรู้แก้จนเมืองนครในมิติของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พัฒนาบุคลากร HRD เพราะมองเห็นว่าเครือข่ายหน่วยงานราชการจับมือร่วมกันหลายหน่วยงานรวมทั้งรัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน ปราชญ์ชาวบ้าน มาทำงานแก้จนร่วมกับชาวบ้าน บุคลากรย่อมจะต้องเรียนรู้เรื่องการทำงานแก้จน ย่อมเกิดทักษะ สมรรถนะ อาจจะส่งผลโดยอ้อมต่อการทำให้องค์กรหรือหน่วยงานเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ได้ เรียกว่าองค์กรเรียนรู้เป็นเป้าหมายรายทางที่เกิดขึ้น  
  • คุณธวัช หมัดเต๊ะ และคุณตุ่ม (ศศิธร) จาก สคส. จึงได้ติดต่อผมมาว่าท่านได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของสามหน่วยงานดังกล่าวเพื่อมา จับภาพ KM INSIDE โครงการแก้จนเมืองนคร ผมก็ประสานผู้เกี่ยวข้องให้ ทั้งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานต่างๆที่มาเป็นภาคีเครือข่ายกัน เมื่อถึงกำหนดนัดหมายท่านทั้งสองก็เดินทางมา ได้พบ สอบถาม สัมภาษณ์ผู้ว่าราชการจังหวัด พูดคุยกับคณะทำงาน และบังเอิญในวันที่มา มีกิจกรรมเสวนาพูดคุยครั้งแรกของทีมคุณอำนวยอำเภอและคุณอำนวยตำบลของอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ผมจึงพาท่านทั้งสองไปสังเกตการณ์ด้วย แต่เนื่องจากมีเวลาเหลือ เพราะเครื่องบินกลับกรุงเทพฯเที่ยวค่ำ ผมจึงพาตระเวณดูกิจกรรมแก้จนของกลุ่มอาชีพต่างๆในพื้นที่จากนั้นไม่นานนัก หลังจากที่คุณธวัช และคุณตุ่ม รายงานผลการมาจับภาพแก้จนเมืองนครให้ กพร.ทราบแล้ว  คุณธวัช หมัดเต๊ะ จาก สคส.ก็โทรศัพท์มาบอกผมว่า ก.พ.ร.เห็นว่ากรณีแก้จนเมืองนคร มองในมุมของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาบุคลากรแล้ว มีเรื่องที่น่าศึกษามาก ก.พ.ร.จึงเห็นชอบให้นำกรณีแก้จนเมืองนครเป็นกรณีศึกษา ในมหกรรม KM ราชการไทยก้าวไกลสู่ LO ครั้งนี้
  • ก.พ.ร.จึงได้เชิญตัวแทนคณะทำงานแก้จนเมืองนคร 5 ท่าน เป็นวิทยากรถ่ายทอดเรื่องราวแก้จนเมืองนคร ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านวิชม ทองสงค์ ผมในฐานะหน่วยงานเลขานุการที่ออกแบบวิธีการพัฒนาคุณอำนวย คุณพัชณี พนิตอังกูร ตัวแทนคุณอำนวย จาก พอช.คุณสมวิศว์ จู้พันธ์ คุณกิจ ประธานกลุ่มเกษรชุมชนบ้านมะขามเรียง ม.1 ตำบลบางจาก และ  พ.ต.อาคม รัตนมูณี คุณกิจ ประธานเครือข่ายเกษตรอินทรีย์อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เรื่องราวแก้จนเมืองนครจึงถ่ายทอดผ่านนิทรรศการซึ่งตั้งแสดงหน้าห้องประชุมใหญ่ มีตัวแทนคุณกิจที่เข้าร่วมโครงการแก้จนเมืองนคร 2 ท่านดังกล่าวเป็นวิทยากรให้รายละเอียดประจำบูธนิทรรศการ  และเล่าบนเวที ของห้องประชุมแกรนด์ C  ที่มีวิทยากร 3 ท่าน เป็นผู้เล่า

             P1010473               P1010481

     น้องพัชณี  คุณสมวิศว์  พ.ต.ชำนาญ รัตนมูณี        ท่านผู้ว่าฯวิชม ทองสงค์ และตัวผม
  • เรื่องเล่าบนเวที จะเป็นอย่างไร ผมจะได้เล่าย่อๆในโอกาสต่อไป ครับ สำหรับผู้ที่ไปร่วมงานนี้แล้วก็คงเห็นและทราบรายละเอียดดีอยู่แล้ว แต่ท่านอาจจะได้มุมมองของผมครับ

        29 ก.ค.49