ผมเดินทางไป เยี่ยมพี่น้องลาหู่ (มูเซอ) ในงาน วันรวมวัฒนธรรมลาหู่ จัดที่บ้านห้วยเฮี๊ยะ ต.ปางมะผ้า อ.ปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน

ผมได้พบกับ “จะคือแน” หนุ่มลาหู่ วัน ๒๕ ปี กับครอบครัวเล็กๆของเขา จะคือแนมีลูก ๑ คน ช่วงก่อนผมเห็นเขาบ่อยๆที่ตัวอำเภอ เขาลงไปเรียนหนังสือ ที่วิทยาลัยชุมชน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเรียนให้จบจนได้ใบปริญญา ที่เขาวาดหวังไว้

ปัจจุบัน จะคือแน ขับมอเตอร์ไซต์ไปเรียนในเมืองแม่ฮ่องสอน เรียนที่ ม.ราชภัฎเชียงใหม่ (วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน) อีกไม่กี่ปีคงจะจบ...

 

จะคือแน ทักทายผม   เขาคงแปลกใจที่เจอผมบนดอย ท่ามกลางบรรยากาศรื่นเริงของพี่น้องลาหู่ ในครั้งนี้

เขาดูท่าทางดีใจ และชวนผมไปนั่งจิบน้ำชา ก่อนที่จะนั่งคุยกัน หลายๆเรื่อง จะคือแน หยิบกระบอกไม้ใผ่บรรจุน้ำชาอุ่นๆ ไปสองกระบอก สำหรับเขาและผม

เราสองคนเดินหลบออกจากบริเวณงาน ไปนั่งคุยตรงเชิงเขา มองตรงจุดนี้ไปไกลสุดสายตา เป็นเขตชนกลุ่มน้อยสัญชาติพม่า วิวทิวทัศน์ที่นี่สวยงามเสมอในความคิดผม

“นึกว่าพี่ไม่มาเสียแล้ว...” จะคือแน ถามเปรยๆ “ผมมีเรื่องปรึกษาหลายๆเรื่องครับ กะว่าจะลงไปในเมืองแต่ผมไม่ค่อยมีเวลา” จะคือแน ถอนหายใจเล็กน้อย

มีอะไรหรือ...? ผมถามเขาขณะที่เขายังนิ่งเงียบ

“พี่ผมไม่สบายใจเลย ที่หมู่บ้านผมมีเรื่องขัดแย้งทะเลาะกันบ่อยๆ อีกอย่าง ประเพณีลาหู่ที่พี่เห็นวันนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะมีอีกมั้ย”

เขาหยุดคุย ก่อนจะเล่าต่อ

“เด็กลาหู่เยาวชนรุ่นใหม่ไม่ค่อยสนใจ ผู้เฒ่าก็ทำพิธีพอเสร็จๆ ไม่ครึกครื้นเหมือนสมัยก่อน ผมกลัวประเพณีเก่าของลาหู่หายไปครับ...”

ผมพยักหน้า รับรู้สิ่งที่เขาเล่า...แล้วจะคือแน คิดยังไงละ?

เขานิ่งคิดสักครู่แล้วบอกกับผมว่า

“ผมอยากเก็บข้อมูล อยากเขียนไว้ กลัวมันหายไปเหมือนครั้งหนึ่งที่ผมเคยทำงานกับเครือข่ายลาหู่ปางมะผ้า แต่ตอนนี้เขาเลิกทำแล้ว...อีกหน่อยผมกลัวว่ารุ่นลูกผม จะไม่รู้ประเพณีลาหู่...”

เขาเปรยๆ สายตาล่องลอย “อีกอย่าง ชาวบ้านทะเลาะกันบ่อยๆ เรื่องเล็กๆน้อยๆ ครับ ผมอยากใช้วัฒนธรรมเก่าๆ ประสานความขัดแย้ง...” จะคือแน คิดและพูด ได้ตรงใจผม อาจเพราะเขาได้มีโอกาสร่ำเรียนและพัฒนาตัวเองบ่อยๆ เขาเคยทำงานกับเครือข่ายลาหู่ คำพูดบางคำของเขาทำให้ผมฉุกคิดหลายอย่าง ....

“มีคนบอกว่า ให้ปรึกษากับพี่ เผื่อจะได้ช่วยผมคิดว่าจะทำยังไง” จะคือแน บอกสิ่งที่เขาคาดหวัง

ผมยังไม่ตอบคำถามของเขา...ว่าจะทำยังไงต่อ...คิดอยากชวนเขาเข้าร่วม เวที”ชุมชนคนวิจัยเพื่อท้องถิ่น” แม่ฮ่องสอน

งานนี้เขาจะมีเพื่อน หลากกลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งแต่ ชาวบ้าน นักวิชาการ มารวมตัวกันคุย เรื่องงานพัฒนาที่ใช้ “วิจัย”เป็นเครื่องมือ ...เวที แบบนี้หละ ที่จุดประกายให้คนมีใจ ได้เริ่มคิดกระบวนการพัฒนาต่อในชุมชนของตนเอง

ทุกเดือน ผมมักจะชวนชาวบ้านที่ สนใจ ไปร่วมสังเกตการณ์เวทีที่ว่า...และเรามีนักวิจัยเพื่อท้องถิ่นเกิดใหม่ๆทุกเดือน

...พวกเขาเหล่านี้ ได้มีโอกาสแก้ไขปัญหาชุมชนของเขาเอง โดยมีที่ปรึกษา นักวิจัยรุ่นพี่ ให้กำลังใจ..

ต้นกล้า...แห่งปัญญา งอกงามที่แม่ฮ่องสอน ทุกเวลา

ผมนัดแนะกับ จะคือแน ถึงวันที่จะพาเขาเข้าร่วมเวที “ชุมชนคนวิจัยแม่ฮ่องสอน” ดูเขาตื่นเต้น..และมีความหวังมากขึ้น

ผมจะพาเขาไปค้นหาคำตอบ...ที่เขาต้องการรู้ ...แล้ว วันหนึ่งเขาจะค้นพบด้วยตนเอง...

ตะวันตอนนี้บ่ายคล้อย แต่ไม่ทำให้อากาศร้อนแต่อย่างใด ลมพัดมาเอื่อยๆ ทำให้บ่ายวันนี้ทั้งสดใส และอบอุ่น ...เสียงเต้นรำ เคล้าแคนฟู่ลู่ ยังดังกระหึ่มทั่วดอย

เราทั้งสองยกกระบอกไม้ใผ่ ชนแก้ว (น่าจะเรียกชนกระบอก)กัน

...ก่อนที่ผมจะลาเขา ...ลงดอยไปก่อน


 

เรื่องของจะคือแน ยังมีอีกหลายเรื่องราว ...การเดินทางของ จะคือแนยังอีกยาวไกล ผมจะนำมาเล่าให้ฟังบ่อยๆครับ

ขอบคุณสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) ที่ให้โอกาสเรา