ติดต่อ

น้ำใสใจจริง น้ำขุ่นใจมัว น้ำมิตร

  คนที่แล้งน้ำใจ มิใช่ว่าเป็นบุคคล หรือเป็นคนที่ไม่ดี  

             น้ำใสใจจริง น้ำขุ่นใจมัว น้ำมิตร การที่เป็นคนมีน้ำใจ ไม่ใช่ว่าจะเป็นคนที่มีน้ำใสใจจริง การที่แสดงออกถึง การมีน้ำใจนั้น อาจเป็นการแสดงเฉพาะสภาพของสังคมบังคับ หรือ เป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณี น้ำใจ มีทั้ง น้ำใจที่จริงบ้าง หรือ แท้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นจะเป็นน้ำใจอันจอมปลอม เป็นน้ำใจเคลือบแฝง น้ำใจตามมารยาทของสังคม การที่คนเรายังมีน้ำใจ ก็ยังดีกว่า คนที่แล้งน้ำใจ คนที่แล้งน้ำใจ มิใช่ว่าเป็นบุคคล หรือเป็นคนที่ไม่ดี ถ้าสามารถทำให้คนแล้งน้ำใจ เกิดมีน้ำใจ ก็จะเป็นน้ำใจที่ดีได้ และจะเป็นคนที่มีน้ำใจดีกว่า คนที่มีน้ำใจอันจอมปลอม หรือคนที่มีน้ำใจตามมารยาทสังคม หรือคนที่มีน้ำใจเคลือบแฝงเสียอีก แต่การที่จะทำให้คนแล้งน้ำใจเกิดมีน้ำใจได้ ก็ยากพอสมควร ถ้าบุคคลใดมีน้ำจิตได้ ก็คือ บุคคลที่มีน้ำใสใจจริงนั่นเอง มนุษย์เป็นสัตว์อันประเสริฐ สมควรที่จะเป็น บุคคลที่รู้จักแยกแยะสิ่งต่างๆได้ดี พร้อมทั้งมีเหตุและมีผล ส่วนคนนั้นก็สัตว์ที่มีนิสัยคละเคล้าปะปนคนกันไป มีทั้งดี มีทั้งชั่ว มีทั้งเลว แล้วแต่คนๆนั้นจะมีนั่นเอง

             อันน้ำมิตรนั้น มีทั้งน้ำมิตรแท้ น้ำมิตรเทียม คือ มีทั้งเพื่อนแท้ เพื่อนเทียม เพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว เพื่อนในสังคม เพื่อนร่วมงาน เพื่อนเรียน ฯลฯ ด้วยเหตุฉะนี้ เมื่อมีเพื่อน ก็ควรพิจารณาเอาเองว่า ใครคือเพื่อนประเภทใด เมื่อสามารถเข้าใจได้ และรู้จักคิดแล้ว ความสุขในตัวเองก็จะก่อเกิดได้เอง บางครั้งเอาความทุกข์ของเพื่อนบางประเภทมาใส่ตัวเอง ก็เหมือนเอาความทุกข์มาใส่ตัวเองนั่นเอง มีแต่เพื่อนแท้เท่านั้น ที่ควรจะรับรู้ ความทุกข์ของเพื่อน แต่ถ้าไม่ใช่เพื่อนแท้แล้ว เพื่อนอื่นๆ ถ้าเราทุกข์กับเพื่อนที่มิใช่เพื่อนแท้ วันใดได้รู้ว่า เพื่อนประเภทที่ไม่ใช่เพื่อนแท้ ได้ทำให้ตัวเราเจ็บใจแล้ว จะเกิดเสียความรู้สึก หรือบางทีอาจจะทำให้เราเสียกำลังใจ อย่าให้ถึงขั้นหมดกำลังใจ ซึ่งจะทำให้อนาคตของตัวเราล้ม หรือเหลว โดยใช่เหตุ

             Cultureที่นุ่มนวลอ่อนโยน ต้องใช้ น้ำใจ Cultureที่แข็งเพราะความมั่นใจ ที่ไปแขวนไว้กับ วัตถุ ความสำเร็จ อื่นๆ โดยไม่ใช่ความมั่นใจที่ออกมาจากตัวตนจริงๆ    ถ้าจะเปลี่ยน Culture อาจต้องใช้ ถึงน้ำใสใจจริง เป็น อ่อนในแข็ง แข็งในอ่อน พร้อมปรับทุกสภาพ ยืนหยัดได้ทุกสถานการณ์...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 41499, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 5, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #ปรัชญา#น้ำใจ#culture

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (5)

  • รู้จักแต่กัลยาณมิตรครับ ทุกคนมีความจริงใจ
  • ไม่มีปากปราศัยน้ำใจเชือดคอ
  • ขอบคุณมากครับ

 

  • เห็นตรงกันกับท่านอาจารย์ขจิตครับ
  • ความมีน้ำใจไม่ว่าจะแสดงออกเพราะสภาพสังคมบังคับ หรือเป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณี ผม เห็นว่าเป็นสิ่งดีงาม มากกว่าความไม่มีน้ำใจครับ
  • ใน GotoKnow ผมพบเจอแต่กัลยาณมิตรครับ
  • ขอบพระคุณมากครับ
  • เห็นตรงกันกับอ.ขจิตและอ.บวร ค่ะ ในสังคม G2k มอบสิ่งที่ดีให้แก่กันเสมอ ๆ
ขอบคุณค่ะ เห็นด้วยกับความคิดเห็นของสมาชิกกัลยาณมิตร ทั้ง 3 ท่านค่ะ ปรัชญามีความลึกซึ้ง สามารถประเมินมุมมองของตัวเราเองได้ คนที่ใฝ่ฝันจะเป็นนักบริหารที่ดี หรือดีงาม ถ้าฝึกฝนด้วยปรัชญา ก็จะมีความละเอียด ละเอียดอ่อน ปรัชญานี้ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ ผู้เขียนจดมาอ่าน หลายครั้ง ในช่วงเวลา ที่เราฝึกเรียนรู้ เพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อทดสอบความเข้าใจตนเอง ย้อนหลังไปไม่เกิน 3-4 ปี ผู้เขียนให้เพื่อนที่ทำงานทาง คอมพิวเตอร์ ลองจดไปท่อนหนึ่ง เมื่อวานนี้ ผู้เขียนมีโอกาสได้คุยกับเขาทางโทรศัพท์ จึงขอให้เขาเอามาอ่านให้ เราจด เพื่อบันทึกถ่ายทอด สู่กัลยาณมิตร น่าแปลกใจที่ ผู้เขียนฟังน้ำเสียงถ่ายทอดของเขา นุ่มนวล มีพลัง เต็มไปด้วยอารมณ์ ความรู้สึก (ก่อนหน้านี้ เขาเป็นคนแข็ง ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องละเอียดอ่อน) จนผู้เขียนต้องแซวเขาว่า นี่เราเตือนใจอะไรกันบางอย่าง หรือเปล่า? สำหรับผู้เขียนก็จำได้หลายประโยค จนทักเขาได้ในประโยคหนึ่ง ที่เขาอ่านตกไป หนึ่งคำ "อันน้ำมิตร" เป็น "น้ำมิตร" เราทำสุนทรียสนทนากันต่อ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ทบทวน โจทย์ในอดีตของCompetency ในตัวเอง มองดูปัจจุบัน ตั้งโจทย์ ที่ต้องไปค้นคว้า เพื่อตัวของเขาเอง เพราะผู้เขียนก็ไม่รู้ของเขาทุกเรื่อง ได้แต่ช่วยขุดประเด็น มาเตือน ให้ทบทวนตั้งโจทย์เท่านั้น เราพูดคุยถึงความเปลี่ยนแปลง ในตัว... สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนเข้าใจเพิ่มขึ้นอีกแล้ว คือ ปรัชญา จะช่วยให้ เรา พูด อ่าน เขียน ได้ ลึกซึ้ง สละสลวย สมใจทีเดียว ...ขอขอบคุณ ทุกๆท่านค่ะ
สุนทรี(นุ้ย)
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ 

ยินดีที่ได้เข้ามาอ่านข้อมูลที่นี่ค่ะ(มาจากห้องโทรโข่งในพันธ์ทิพย์)ไม่ทราบว่าเป็นคนคนเดียวกันหรือปล่าวน่ะคะ