•                 ด้วยพี่จุดมีโอกาสอ่านรายงานเรื่อง    Drug Conference  ครั้งที่ 1 ของ ICU   ซึ่งเป็นการ ลปรร กันในกลุ่ม สหวิชาชีพ  ประกอบด้วย  อาจารย์แพทย์  พยาบาล  เภสัชกร  พี่จุดคิดว่ามีประโยชน์และน่าจะนำมาถ่ายทอดเพื่อ ลปรร กันใน บล็อก  จึงได้ขออนุญาต คุณจารุวรรณ  บุญรัตน์ หัวหน้า ICU 2 ( อายุรกรรม ) นำรายงานดังกล่าวมาเผยแพร่ ซึ่งคุณจารุวรรณ ยินดี และ เต็มใจ อย่างยิ่ง พี่จุดขอเป็นตัวแทนของผู้อ่านขอบคุณ คุณจารุวรรณ มากๆด้วยนะคะ

  1.      RI ….      เก็บใน อุณหภูมิห้องได้นาน  6 weeks   แต่เนื่องจากการ continuous drip ใน ward  มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อสูง ในการผสมแต่ละครั้ง ควร drip ให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง  จึงควร drip ด้วย syringe pump เพราะต้นทุนประหยัดกว่าใช้ Infusion pump  

2.      Streptokinase ให้ได้ใน ST elevate MI โดยให้เร็วที่สุดหลังจากวินิจฉัย 30 นาทีเป็นต้นไป  drip ให้หมด   ภายใน 1 ชั่วโมง  ให้ที่ไหนก็ได้ แต่ต้อง monitor อาจมี arrhythmia , anaphylaxis ( BP drop , laryngeal edema ) ถ้ามี anaphylaxis รุนแรงให้หยุดยาทันที  แต่ถ้ามีความดันโลหิตต่ำเล็กน้อยให้ IV แล้วดีขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องหยุดยา  หลังให้ยา 2 ชม. ไปแล้วสามารถทำ Intervention ได้  เพราะอาจเกิดแค่ local bleeding สามารถ control ได้  ยกเว้น  deep surgical (แต่ส่วนใหญ่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบอยู่แล้ว)  สามารถให้ยาซ้ำได้หลังให้ครบ 2 ปี          ประเด็น การ monitor EKG  ต้อง monitor ระหว่างให้ยาและหลัง drip แล้วอย่างน้อย 2 ชม.   ก่อนให้ยาต้องทำ EKG  12 leeds  ทำซ้ำหลังให้แล้ว  90 นาที  

3.       Clexane ใช้รักษา STEMI , unstable angina , เป็นยากลุ่ม Low molecular  weight heparine (LMWH)     ก่อนทำ Intervention ต้องหยุดยาก่อน 4 - 6 hr                เนื่องจากกลัวภาวะ bleeding แก้ไขโดยการ ให้ FFP การ monitor ฤทธิ์ clexane  ต้องเจาะ Antifactor 10 A  (ซึ่งทาง รพ. มอ. ไม่สามารถทำได้) - antidose ของ clexane คือ Protamine SO4 ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ได้แค่ 60%   

4.    Heparin   อ.รังสรรค์ นิยมใช้ heparine เนื่องจาก หลังหยุด heparin 2 hr สามารถนำผู้ป่วยไปทำ Intervention ได้   และสามารถ   monitor  ฤทธิ์ ของ heparin  จาก lab PTT         - antidose ของ heparin   คือ Protamine SO4 ซึ่งสามารถออกฤทธิ์ได้ 100%

5.    Ampho +,- lipid         -Ampho มีฤทธิ์ทำให้เกิด renal toxicity  ถ้าอยู่ใน lipid form toxicity  <  nonlipid ในกรณีที่มี renal failure แล้วให้ ampho ได้ทั้ง 2 from ไม่แตกต่างกัน ควรเลือกให้ ampho in lipid ในรายที่มี   renal insuficieancy   สำหรับ ampho  non lipid  ให้  IV 500 ml  ก่อน ให้ ampho เพื่อลด renal vasoconstriction         - ampho ตกตะกอนใน saline   ห้ามให้กับยาที่มีส่วนประกอบของเกลือโซเดียม ใช้ภายใน 24 hr        

6.    Adenosine   เป็นยาที่มี   half life สั้น  ควรฉีดในสายที่มี IV หล่อ อยู่ ขณะฉีด   ควรไล่ IV ทันทีเร็วๆ เมื่อถึง AV node ยาจะออกฤทธิ์ทันที โดยจะยับยั้ง sinus + AV node ทำเกิด AV block , sinus arrest ได้ ต้อง monitor EKG ฉีดได้สูงสุด 24 mg ( 1 amp มี 6 mg ) เริ่มฉีดที่ 6 mg ถ้าไม่  break ให้ต่ออีก 12 mg ถ้าไม่มีผลให้หยุดยา         - ออกฤทธิ์ ประมาณ 10-15 sec ไม่ได้ผลในรายที่ได้   ß - blocker  และ theophylline เป็นต้น     

  7 .  Viagra   ให้ใน 1st   pulmonary  hypertension  เนื่องจากเป็น  vasodilator  on set  เร็ว  ลด  pulmonary artery  pressure  ระวังอย่าให้ร่วมกับ  nitrate  

8.   NTG  drip   เป็น  vasodilator   ลด BP , ลด preload ,  ลด  coronary artery spasm  half life สั้น  มีผลในการ ลด pain ได้ด้วย  titrate ได้ทุก 3 5 นาที   ระวัง  BP drop   ต้อง monitor ตลอดเวลา  ต้องมี A-line เพื่อดู BP  ตลอดเวลา  Max dose  60 cc as protocol  ( 100 mg up to 250 cc)    ถ้าไม่ได้ผลให้ใช้ยาตัวอื่น  ส่วนใหญ่ให้ oral form ควบคู่กันไปด้วย  ไม่ควร drip เกิน 3 วัน  เนื่องจากมี  toxicity  การลดควร titrate

9.  Adalat     ห้ามแช่น้ำร้อน   เนื่องจากยาจะเสื่อม  ไม่นิยมให้ทางใต้ลิ้น เนื่องจากควบคุมความดันโลหิตยาก