การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อชุมชนเบาหวาน

 

ยาเม็ดเบาหวาน

ยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือด ในที่นี้จะเรียกต่อไปว่ายาเม็ดเบาหวาน เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของการรักษาเบาหวานชนิดที่ 2

นอกเหนือจากควบคุมอาหาร การออกกำลังกายและอินซูลิน ก่อนอื่นควรทราบถึง เบาหวานและชนิดของเบาหวาน

 เบาหวานเกิดจากความผิดปกติสำคัญของร่างกาย 2 ประการ คือ

1. ภาวะขาดอินซูลิน จากการที่ตับอ่อนหลั่งอินซูลินได้น้อยลง อินซูลินเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ระดับน้ำตาล

กลูโคสในเลือดและการใช้พลังงานของร่างกายเป็นปกติ

2. ภาวะดื้อต่ออินซูลิน ทำให้อวัยวะและเนื้อเยื่อสำคัญเช่น ตับ กล้ามเนื้อ ไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ตามปกติ

ดังนั้นการรักษาเบาหวานจึงต้องอาศัยการประเมินปัญหาและดูแลรักษาอย่างครอบคลุมครบถ้วนเพื่อให้ได้ ผลดีและป้องกัน ยับยั้ง ชะลอภาวะแทรกซ้อน ให้ดำรงชีวิตใกล้เคียงกับคนปกติให้มากที่สุด

ในที่นี้จะกล่าวถึงแต่เฉพาะการรักษาเบาหวานด้วยการใช้ยาเม็ดเบาหวาน ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ จนถึงปัจจุบันได้มีการค้นพบยาเม็ดเบาหวานกลุ่มใหม่หรือยาตัวใหม่ในกลุ่มเดิม ให้เลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับผู้ป่วยเบาหวานแต่ละราย

 

ชนิดยาเม็ดเบาหวาน แบ่งตามการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน ได้แก่

ก. ยาที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน ใช้ลดระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงปานกลางถึงมาก ได้แก่

1. ยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรีย เช่น ยาไกลพิไซด์ หรือ ชื่อการค้าตัวดั้งเดิม มินิเดียบ (minidiab) ไกลเบนคลาไมด์ หรือ ดาวนิล , ยูกลูคอน (daonil,euglucon) ไกลคลาไซด์ หรือ ไดไมครอน (diamicron) ไกลมิพิไรด์ หรือ อามาริล (amaryl) ส่วนยาคลอโพรพาไมด์ หรือ ไดอาบีนีส (diabenese) เป็นยารุ่นเก่า ออกฤทธิ์นานมาก ไม่ควรใช้

2. ยากลุ่มที่ไม่ใช่ซัลโฟนิลยูเรีย เช่น ยาเรพากลิไนด์ หรือ โนโวนอร์ม (novonorm)

3. ยาที่ทั้งกระตุ้นการสร้างและหลั่งอินซูลิน พร้อมลดปริมาณฮอร์โมนจากตับอ่อนอีกชนิดชื่อกลูคากอนที่ออกฤทธิ์ต้านอินซูลิน ได้แก่ ยาซิตากลิปติน หรือ แจนนูเวีย (januvia)

ยาบางตัวมีคุณสมบัติเสี่ยงลดลงต่อการเกิดระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ (ไกลพิไซด์ ไกลคลาไซด์ ไกลมิพิไรด์ เรพากลิไนด์ แจนนูเวีย) ยาบางตัวสามารถใช้ได้วันละครั้งเพื่อความสะดวก (ไกลมิพิไรด์ ไกลคลาไซด์ชนิดออกฤทธิ์ยาว แจนนูเวีย )

ผลข้างเคียง

1. ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างปริมาณยา เวลา อาหาร การออกกำลัง ยาอื่น โรคร่วม วิธีการใช้ ฯลฯ

วิธีใช้-รับประทานยากลุ่มซัลโฟนิลยูเรียก่อนอาหาร 30 นาที ยาเรพากลิไนด์ก่อนอาหาร 15 นาที ยาแจนนูเวียก่อน หลังอาหารวันละครั้งก็ได้ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์ตรงประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ และไม่ควรใช้ยานี้ในคนไข้โรคไตเสื่อม ตับเสื่อม

2. น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากสูญเสียน้ำตาลทางปัสสาวะลดลง เกิดการสะสมน้ำตาลและแปรเป็นโปรตีนกับไขมันเพิ่มขึ้น

3. ตัวเหลือง เกลือแร่โซเดียมต่ำ ทำปฏิกิริยากับยาอื่น มักพบในยาคลอโพรพาไมด์ หรือ ไดอาบีนีส ซึ่งเป็นยารุ่นเก่า

ข. ยาที่ลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ใช้ลดระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเล็กน้อยถึงปานกลาง เสี่ยงน้อยต่อการเกิดน้ำตาลในเลือดต่ำ ได้แก่

1. ยาเมตฟอร์มิน เช่น ยากลูโคฝาจ (glucophage) ออกฤทธิ์ลดภาวะดื้อต่ออินซูลินของตับ วิธีใช้- รับประทานยาหลังอาหาร

2. ยากลุ่มธัยอะโซลิดีนไดโอน เช่น ยาโรสิกลิตาโซน หรือ อะวานเดีย (avandia), ไพโอกลิตาโซน หรือ แอคโตส (actos) ออกฤทธิ์ลดภาวะดื้อต่ออินซูลินของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อไขมัน

วิธีใช้- รับประทานยาหลังอาหารวันละครั้ง การใช้ยาเมตฟอร์มินในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่อ้วน

ช่วยลดอุบัติการณ์โรคหลอดเลือดหัวใจตีบและอัตราตาย น้ำหนักตัวคงที่

ยาที่ลดภาวะดื้อต่ออินซูลินส่วนใหญ่ช่วยแก้ไขภาวะไขมันผิดปกติในเลือดด้วย

ผลข้างเคียง

ยาเมตฟอร์มิน มีผลข้างเคียงเช่น

1. คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด ท้องเสีย ขมในปาก เบื่ออาหาร

2. เลือดเป็นกรด พบน้อยมาก อาจพบกรณีมีความเจ็บป่วยรุนแรงมากร่วมด้วย หรือภายหลังได้รับการฉีดสีไอโอดีนปริมาณมาก ดังนั้นไม่ควรใช้ยานี้ในคนไข้โรคไตเสื่อม ตับเสื่อม หัวใจวาย ปอดเรื้อรัง หลอดเลือดที่ขาตีบมาก เลือดเป็นกรด ฉีดสีไอโอดีน

3. ขาดวิตามินบี 12 หรือโฟเลท ซึ่งพบน้อย

ยากลุ่มธัยอะโซลิดีนไดโอน มีผลข้างเคียงเช่น

1. ขาบวม ตัวบวม น้ำหนักเพิ่มเฉลี่ย 2-5 กก. จึงไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้ในคนไข้ไตเสื่อมคั่งน้ำ ตับแข็ง หัวใจวาย

2. ซีดลง จากการบวมน้ำ

3. ค่าเอนไซม์ตับเพิ่มขึ้น ซึ่งพบน้อย ส่วนใหญ่ทำให้ค่าเอนไซม์ตับลดลงดีขึ้น ผู้ป่วยที่เป็นหรือสงสัยมากว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบไม่ควรใช้ยาโรสิกลิตาโซน

 

ค. ยาที่ลดการดูดซึมแป้งและน้ำตาลจากทางเดินอาหาร (glucosidase inhibitor) ใช้ลดระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเล็กน้อย และลดระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร

 วิธีใช้- รับประทานยาพร้อมอาหารแต่ละมื้อ ได้แก่

1. ยาอะคาร์โบส หรือ กลูโคเบย์ (glucobay )

2. ยาโวกลิโบส หรือ เบเซ่น (basen)

ผลข้างเคียง ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นทอง ผายลม ท้องเสีย ดังนั้นไม่ควรใช้ยานี้ในคนไข้โรคไตเสื่อมมาก ตับแข็ง โรคลำไส้ ทั้งนี้ 

แพทย์ผู้ดูแลท่านจะเป็นผู้พิจารณาเลือกใช้ยาเม็ดเบาหวานให้เหมาะสมกับแต่ละราย

ผู้ป่วยเบาหวานบางรายอาจต้องได้รับยาเม็ดเบาหวานมากกว่า 1 ชนิดร่วมกัน หรือร่วมกับยาฉีดอินซูลิน หรือเปลี่ยนมาใช้แต่อินซูลินอย่างเดียว เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ได้ตามเกณฑ์

 จาก www.รพ.บำรุงราษฏร์