SHA.....จน.....HA

LeoQueen
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
อย่าผูกติดความสุขไว้กับเป้าหมาย...SHA

LeoQueen เพิ่งเดินทางกลับมาจากการประชุม SHA ในวันที่ 15-17 ธ.ค.53 ที่ผ่านมาที่ รร.อิมพีเรียล ควีน ปาร์ค ขอบอกว่า เป็นการประชุมที่เบามากๆ ค่ะ เบาวิชาการ แต่เสียดายวันแรกที่ประชุม ช่วงบ่ายมีอันต้องขึ้นห้องพักด้วยอาการปวดศรีษะอย่างแรงและมีไข้ อาจเป็นเพราะช่วงนี้เดินทางบ่อยมากๆ ร่างกายไม่แข็งแรง เพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายและดูแลสุขภาพเท่าไหร่นัก....

...........กลัวเหมือนกันว่า จะเสียโอกาสดีๆ ที่จะได้รับรู้และเรียนรู้สิ่งดีกลับไปบ้าง...ในที่สุด...ก็ได้คำตอบให้กับตนเองว่า...ฟังเยอะก็มีความหมาย แต่ฟังแล้วสามารถนำเอาสิ่งดีๆกลับไปทำให้หน่วยงานมีความหมายมากกว่า....เอากลับไปพัฒนาหน่วยงาน สร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับผู้คน ให้คุ้มกับที่เดินทางไปขกลับ กว่าพันกิโลเมตร ........ในการมาประชุมครั้งนี้เจออาจารย์ผู้เยี่ยมสำรวจ หลายท่าน...โดยเฉพาะอาจารย์อรวรรณ  ใหญ่มาก...เจ้าแม่ชุมชน (ฉายานี้ ท่าน ผอ.รพ.เป็นคนตั้งให้) รีบเดินเข้าไปทักทายและสวัสดี ท่านอาจารย์ และเผลอถามไปว่า..." อาจารย์ขา..จำหนู...ได้ไหมคะ" (ถามเข้าไปได้..ใครจะไปจำได้ คนตั้งเป็นพัน  อิ อิ) แต่อาจารย์ไม่ทำให้ผิดหวังเลยค่ะ อาจารย์จำได้ ถามไถ่ถึงงานที่เคยทำอยู่ว่าไปถึงไหน เป็นอย่างไรแล้ว...ว่าแล้วก็เจื้อยแจ้วจำนรรจาอยู่พอควร...สิ่งสำคัญอยากบอกอาจารย์ว่า การที่มีโอกาสได้เป็นผู้ติดตามอาจารย์สมัยอาจารย์มาเยี่ยมสำรวจที่โรงพยาบาล ได้ประโยชน์มากๆ และที่สำคัญในส่วนของงานชุมชน ...อาจารย์ได้ตั้งคำถามและสร้างแนวคิดให้เราไว้มาก...อยากขอบคุณอาจารย์ที่...คำแนะนำของอาจารย์วันนั้น...ทำให้เรามีวันนี้....คำพูดของคนที่ปราถนาดีและมีความจริงใจ...ไม่กี่คำ...ช่วยเปลี่ยนความคิดและเปลี่ยนมุมมองในการทำงานของเราได้....ขอบคุณค่ะ...อาจารย์

 

...............และแล้วคำตอบที่ได้ มันชัดเจนมากขึ้น เมื่อได้เข้าร่วมประชุม SHA ในครั้งนี้  เข้าใจแล้วว่า SHA คืออะไร ทั้งๆที่ไม่เคยจำได้ซักทีว่า มันมีกี่ S มีกี่ H และ มีกี่ A น้องๆถามทีไร LeoQueen ก็เปิดตำราทุกที แหล่ะ..แต่ LeoQueen คิดว่ามันสำคัญที่...ความหมายของ SHA ต่างหาก... 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน SHA จน HA



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

Leoqueen เคยตั้งคำถามกับตัวเอง เสมอว่า....ตอนนีเราเป็นใคร....กำลังทำอะไรอยู่...ทำไปเพื่ออะไร.............

บางวันเคยถามน้องๆที่แผนกว่า.. " น้องๆกำลังทำไรอะไรอยู่...ทำเพื่ออะไร".....ปรากฏว่าคำตอบที่ได้ แทบหงายหลัง

"ทำงานที่พี่สั่งค่ะ" (5555 เป็นงัยล่ะ) แถามเธอยังมาถามต่อ " พี่มีอะไรจะใช้หนูหรือคะ".....(แหม...รพ.อุตสาห์ตามกระแส SHA น้องๆจะตามกระแสหน่อยก็ไม่ได้ ...พาซื่อตอบมาได้.. อิ อิ)

.......................มาได้คำตอบเอาก็ตอนที่ฟังธรรมทานจาก...พระคุณเจ้า พระมหานภันต์ สันติภัทโท วัดสระเกศ ที่ท่านเล่าเรื่อง " เจ้าจุก" ให้ฟัง หลายๆท่านคงได้ยินเรื่อง "เจ้าจุก" มาบ้างแล้ว Leoqueen ได้ยินมาไม่ตำกว่า 3 ครั้ง เพิ่งจะเข้าใจแก่นแท้ (คิดว่าเข้าใจ) เพิ่มขึ้น ก็วันนั้นแหล่ะ...เราเองก็เคยเป็น"เจ้าจุก " ในขณะเดียวกัน ตอนนี้ เราก็ทำตัวเป็น "หลวงตา" แถมตลอดเวลาด้วยสิ....มิน่า น้องๆ เราก็เลย เป็น "เจ้าจุก"!!!!

......................การหาความหมายของความหมาย ความดี ความงามของสิ่งทีเรากำลังทำ โดยเฉพาะในหน้าที่การงาน หากเราเองยังทำตัวเป็นหลวงตา แล้วเมื่อไหร่ "เจ้าจุก" มันจะเข้าใจ เพราะเท่าที่เราดูแล้ว "เจ้าจุก" ช่างดูไร้เดียงสา ว่าแล้วก็กลับมาสรรหา "ความหมาย ความดี และ ความงามของงานที่เราทำดีกว่า..............

เขียนเมื่อ 

ชีวิตต้องการอะไร................

กลับมาจากประชุม SHA ขณะเดินทางกลับ.. Leoqueen ถูกพี่สาวท่านนึงถามว่า.."เป้าหมายในชีวิตคืออะไร" พี่สาวท่านนี้ สงสัยว่า Leoqueen เป็นคนที่ได้รับสมญานามว่า "บ้าพลัง" ในการทำงานและ มีความอึดสูง สามารถทุ่มเททำงานได้อย่างไม่มีความเหน็ดเหนื่อย (ในสายตาของทุกคน) เป้าหมายในชีวิตของ Leoqueen หรือคะ...." อยากให้ครอบครัวมีความสุขค่ะ"...ตอบแบบไม่ต้องคิด..."อยากให้คนที่เรา..........

ขอขยายความคำตอบ นิดนึงนะคะ......คนที่เพื่อนๆ พี่ที่ทำงาน บอกว่า ทุ่มเทให้กับการทำงาน แทบจะไม่มีเวลาให้ครอบครัว ไม่มีเวลาให้กับตนเองคนนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายอย่างที่ใครๆ คิดว่าจะเป็น "นางฟ้า" สิ่งที่ Leoqueen ทำในงาน ขอเรียกมันว่า " ความสุข" ก่อนนะคะ

เวลาถามคนบ้างาน มักจะได้คำตอบของเป้าหมายว่า " ความสำเร็จของงานที่ทำ" แต่ Leoqueen ขอบอกว่า "ปล่าวค่ะ" งานที่ทุ่มเททำ คือ การเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และมันทำให้เกิด "ความสุข" ความสุขที่ว่า บางครั้งก็มาจากความล้มเหลว บางครั้งก็มาจากความสำเร็จคะ

ถามว่า เวลาทำงานทุกคนเครียดไหม...เครียดค่ะ...เหนื่อยไหม..เหนื่อยค่ะ...........ท้อไหม......ท้อค่ะ.แต่..........."เหนื่อยได้ แต่อย่าท้อ"

"ท้อได้ แต่อย่าถอย" เป็นสิ่ง ที่ Leoqueen บอกและให้กำลังใจตนเองเสมอ..ในการทำงาน

บางครั้งการทำงานถ้าเราต้องการให้คนอื่นเห็น แล้วเขาไม่เห็นเราก็คาดหวังว่าเขาจะเห็น นายจะเห็น มันก็จะไม่มีความสุข...ทำไแล้วทำไมไม่ได้สองขั้น คนไม่ทำทำไมได้..คิดแล้วมันก็เป็นทุกข์...มันไม่ใช่ความสุขแล้ว... แล้วยิ่งการทำงานแบบ Leoqueen มันเป็นงานที่ต้องปิดทองหลังพระ.เชื่อว่า พี่ๆ ที่ทำงาน "ชุมชน" ทุกคนคิดเหมือนกัน สิ่งสำคัญที่ทำให้ คนชุมชนอยู่ได้ ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ คือ การให้คุณค่ากับงานที่ทำ การหา ความดี ความงาม และ การให้คุณค่า..กับงานที่ทำอยู่ทุกวัน...แล้วก็การมีความสุขกับสิ่งที่ทำ..........

เป้าหมายและความสุข

บางคนบอกว่า เป้าหมายและความสุขมันน่าจะต้องไปด้วยกัน เป็นสิ่งเดียวกัน เช่น เราวางเป้าหมายแล้ว มันสำเร็จ เราก็จะมีความสุข อ้าว แล้วถ้ามันไม่สำเร็จล่ะ จะสุขอยู่ไหม....เราอยากให้ลูกสอบแพทย์ได้..ลูกสอบได้ เราบรรลุเป้าหมาย เรามีความสุข (เป้าหมายของเรา แต่อาจไม่ใช่เป้าหมายของลูก) แต่ถ้าลูกของเรา สอบไม่ได้ ล่ะ เราจะยังมีความสุขไหม........

เพราะว่า เป้าหมายและความสุข มันคนละเรื่องเดียวกัน อยา่ปล่อยให้ "เป้าหมาย" ทำลาย "ความสุข"

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีค่ะ
  • ไปประชุมเหมือนกันค่ะ บางเบาจริงๆด้วย
  • เสียดายไม่ได้ฟังหลวงพี่ติ๊ก เพราะรีบกลับ เวลาไม่พอ
  • ยินดีมาก ที่เรา SHA เหมือนกัน :-))
  • ขอบคุณค่ะ
เขียนเมื่อ 

เพราะว่า เป้าหมายและความสุข มันคนละเรื่องเดียวกัน อย่าปล่อยให้ "เป้าหมาย" ทำลาย "ความสุข"

ในชีวิตการทำงาน โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ทำ HA เรามักจะเอาความสุขในการทำงาน ไปผูกมัดไว้กับ "เป้าหมาย " จริงๆแล้วในความเห็นของ LeoQueen ว่ามันน่าจะแยกออกจากกัน ท่านที่เคยอ่านเรื่อง "ตาจีน" ที่ LeoQueen ได้ post ไว้ คงจะจำได้ ปัจจุบัน "ตาจีน" ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย การเสียชีวิตของ "ตาจีน" ทำให้ น้องพยาบาลคนนึงที่ แผนกเศร้าและเสียใจอยู่หลายวัน แม้กระทั่งวันที่

โรงพยาบาลจัดงานมหกรรมคุณภาพ ในเรื่องเล่า และ การนำเสนอผลงาน ตอนกำลังนำเสนอเรื่องเล่า...ตาจีน...น้องคนนี้ยังร้องไห้ เวลาที่เห็นภาพ ของ "ตาจีน" เหตุเพราะเขาเอาเป้าหมาย ไปผูกไว้กับความสุข ถึงแม้เขาจะดูแลตาจีนด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์อย่างเต็มเปี่ยม

................การเสียชีวิตของตาจีน..........สำหรับเรา อาจไม่ได้แสดงความรู้สึกเสียใจ อาจเป็นเพราะตลอดเวลา 10 ปีที่ทำงาน เราผ่านการสูญเสียมาพอสมควร เห็นเป็นธรรม และธรรมชาติ เรากลับคิดว่าในช่วงเวลาหนึ่งที่ เคยได้ดูแลและช่วยน้องๆ แก้ปัญหาให้กับ "ตาจีน" มันคือช่วงเวลาที่มีความสุข น้องๆ ในทีมเสียใจและเศร้ากันอยู่หลายวัน...อาจจะแอบสงสัยว่า เราเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่ไม่ใช่หรอกค่ะ..การสูญเสียทำให้เราเศร้าเสมอ...แต่ มันอยู่ที่เราให้ความหมายของ ความตาย หรือ การสูญเสียต่างกัน

................คนไข้ คนนึง น้องๆ ให้ความหมายว่า เป้าหมายในการดูแล คือ " การหายป่วย และ การมีชีวิต" แต่ LeoQueen มองว่า " เป้าหมายของผู้ป่วย คือ การให้คุณค่ากับเวลาที่เหลืออยู่" ก่อนที่ "ตาจีน" จะเสียชีวิต วันอาทิตย์ น้องในทีม โทรตามว่า "พี่พาหนูไปดูคนไข้ที่ อาการแกท่าจะไม่ดี " ไปถึง ตาจีนปวดท้องและมีอุจาระไหลซึมตลอดเวลา แผลที่ก้นกบ ก็เปื้อนอุจจาระนั้นไปด้วย ......ถึงแม้จะผ่านการทำแผลใหม่ๆ จาก พี่ อสม. ที่แวะมาทำให้ทุกวัน...สิ่งเล็กๆที่เราทำ เราอาจซึมซับกับมันได้ และมีความสุข... วันนั้น คือ เราทำให้ ภรรยาของตาจีน ทำแผลให้สามีได้ ครั้งแรกในชีวิต ....ตาจีนเองแกก็คงดีใจและมีความสุขไม่ต่างไปจากเรา ...ที่ผ่านมา ภรรยาตาจีนไม่ยอม หรือ ไม่กล้าทำ เราก็ไม่แน่ใจ ได้ทราบข้อมูลจากน้องๆว่า ภรรยาแกกลัว ...กลัวอาการลมชักกำเริบเวลาทำแผล ...จริงๆแล้วน่าจะมาจากความไม่มั่นใจมากกว่า...วั้นนั้น ภรรยาตาจีนทำแผลให้สามีเป็นครั้งแรก แต่ก่อนทำแผลไอ้ที่แกปวดท้องน่ะ ไม่ได้เป็นอะไรหรอก Impact Feces ล้วงแล้วก็หาย

..................ตอนที่ภรรยาแกทำแผล แกจะนอนนิ่งๆ แทบจะกลั้นหายใจ แต่แววตาของแกมันบอกว่า แกดีใจ และมีความสุข เพราะทุกวัน อสม.ในหมู่บ้านจะมาทำแผลให้แก แต่วันนี้ ภรรยาแกลงมือทำมันด้วยตนเอง ........เอ.....ถ้าเราเป็น "ตาจีน" เราอยากให้ ใครทำแผลให้นะ.....(แอบคิดไปพลางๆ) ...พอภรรยาแกทำแผลเสร็จ ภรรยาตาจีนก็ คุยว่า " แม่ดูมานานแล้ว แม่ทำได้อยู่".... (น่าน คุยด้วยความภูมิใจ) เออนะ...เราคงมองข้ามอะไรไป.....น้องพยาบาลที่ไปด้วย ถามว่า " พี่ทำได้อย่างไร หนูลองให้แกทำมาหลายเดือน แกไม่ยอม แกบอกไม่กล้าทำ" คำตอบของ ที่ให้น้องไป คือ LeoQueen "ทำให้ดู" ไปแล้ว

...................สิ่งที่เล่า อยากบอกว่า เรามีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ได้ ถึงแม้ว่าเราจะมีเป้าหมายที่ไกล และ ไปยาก เป้าหมายในการดูแลตาจีน คือ แผลหาย ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน และ แกมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ เป้าหมายมันไม่สำเร็จในความรู้สึกของน้องๆ คือ แกเสียชีวิต มันเป็นเหตุสุดวิสัย และ มันเป็นไปตามธรรมชาติ เราก็เลยมองว่าเป้าหมายยังไม่สำเร็จ..เราก็เลยทุกข์ จริงๆแล้วเราน่าจะมีความสุขในช่วงเวลาในความทรงจำที่ เราได้หยิบยื่นน้ำใจและ ความดีงามให้กับเวลาที่เหลืออยู่ของ "ตาจีน" และ ครอบครัว

...................แค่คนที่เขาหนาวสั่น เพราะเป็นไข้....เราให้ยา เช็ดตัวลดไข้ คอยพยาบาลด้วยความห่วงใย....เขาอาการดีขึ้น เราก็น่าจะมีความสุข......คนแก่คนนึงเดินมา ...เดินมาแล้วหน้ามืดเป็นลม....เพราะนั่งรถมาหลายชั่วโมง มาเฝ้าที่ลูกชายที่ประสบอุบัติเหตุ...เสียค่ารถแต่ไม่มีเงินค่าข้าว.....เราซื้อข้าวให้ ช่วยส่งเงินค่ารถ....เราก็น่าจะมีความสุข.....วันที่เราเหนื่อยๆมากๆ คนไข้ยุ่งทั้งวัน....ก่อนลงเวร...มีคนไข้จะกลับบ้าน เดินมา ยกมือไหว้ท่วมหัว (ทั้งที่เราอายุน้อยกว่าท่านมาก) ...."แม่กลับแล้วนะคะคุณหมอ"....เราก็น่าจะมีความสุข.....

อ้าว...ถึงเวลาขึ้นเวร....ก็คือ เป็นเวลาที่จะไปหาความสุขใส่ตัว...กันได้แล้ว หรือยัง..............

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ...pa_daeng

ยินดีค่ะที่ได้รู้จัก SHA รุ่นพี่ด้วยค่ะ ไปอ่าน Blog pa_daeng แล้วค่ะ

คงต้องใช้เวลาเรียนรู้สิ่งดี ...อีกหลายวัน...ขอบคุณค่ะ