เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 ฉันมีโอกาสได้ไปร่วมงานบุญและประเพณียี่เป็งที่จัดขึ้นในวันเดียวกันคืนเดียวกันที่บ้านดงฤาษี อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูนค่ะ

เป็นบุญจริงๆ นะคะ ที่พาวาสนาไปในงานนี้ หมายถึงว่าฉันและเพื่อนสามคน หนึ่งในนั้นเธอชื่อว่า "วาสนา" น่ะค่ะ แต่ก็นับเป็นวาสนาของฉันด้วยเหมือนกันที่มีโอกาสไปร่วมในงานพิธีกรรมพิธีการซึ่งปัจจุบันนี้อาจจะพูดได้ว่ามีเฉพาะที่แห่งนี้เพียงแห่งเดียวเท่านั้นเองค่ะที่จัดอย่างสวยงาม เต็มที่
นั่นคือ ประเพณีทานแคร่ หรือแห่แคร่เพื่อนำจุดถวายเป็นพุทธบูชา ถ้าเราสืบค้นข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตเราจะพบข้อมูลเหมือนๆ กัน (search คำว่าประเพณีแห่แคร่) แต่ในฐานะคนอยู่ใกล้ชิดติดแหล่งข้อมูลไม่ควรจะมองข้ามเนื้อหาสาระในส่วนนี้ไป แน่นอนค่ะ สำหรับท่านที่สนใจในรายละเอียดประเพณีท้องถิ่นล้านนา ห้องสมุดของฉันมีหนังสือเกี่ยวกับประเพณีล้านนาในจังหวัดลำพูนหลายเล่ม ยกตัวอย่างเช่น ลำพูนสู่มรดกโลก เรียบเรียงโดย พัชรี วิรูหญาณและคณะทำงาน เป็นต้น และข้อมูลที่กำลังนำเผยแพร่ในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวถึงประเพณีทานแคร่นี้ด้วย
แคร่ หรือแคร่ คือไต้จุดไฟให้เกิดแสงสว่างในยามค่ำคืน มีลักษณะคล้ายคบเพลิงทำจากไม้ไผ่ผ่าเป็นซี่ๆมัดรวมกัน หรือใช้ไม้เกี๊ยะ(ไม้สน) ผ่าเป็นก้านเล็กๆมัดรวมกัน เป็นท่อนยาวตั้งแต่ 1 - 3 เมตร มากน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนไม้ที่นำมามัดรวมกัน บางแห่งก็นิยมใช้ไม้ที่หาได้ง่ายและติดไฟง่าย
ประเพณีการทานแคร่เท่าที่สอบถามผู้รู้ พ่อหนานดุสิต ชวชาติ ได้ให้ข้อคิดเห็นว่าหน้าจะเป็นประเพณีของกลุ่มคนไต เพราะไม่ค่อยพบเห็นการทานแคร่ในกลุ่มคนเมือง จะมีบ้างกลุ่มคนยองในจังหวัดลำพูน(ดุสิต ชวชาติ. มัคทายกวัดชัยศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่, สัมภาษณ์, 21 พฤศจิกายน 2551) และจากการที่ผู้ศึกษาได้เดินทางสำรวจข้อมูลพบประเพณีการทานต้นเกี๊ยะในหมู่คนไทใหญ่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนช่วงหลังออกพรรษา ซึ่งประเพณีนี้ชาวไทเขินที่เชียงตุงในประเทศพม่าเรียกว่าทานต้นแปก (ต้นแปกหมายถึงต้นเกี๊ยะ) และทำในช่วงเวลาเดียวกัน
จากการสอบถามชาวบ้านแม่ริม ในเขตตำบลแม่แรม ถึงประเพณีการทานแคร่ถวายในช่วงวันเดือนยี่เป็งของชาวบ้านชาวบ้านเล่าว่า ปัจจุบันประเพณีทานแคร่จัดขึ้นโดยการสนับสนุนขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่แรม จัดทำประเพณีนี้ขึ้นเพื่อถวายแสงสว่างให้แก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยชาวบ้านจะเอาไม้แคร่มารวมกัน แล้วมัดยึดติดกันตกแต่งด้วยดอกไม้ บ้างก็แกะสลักโฟรมเป็นรูปหัวพญานาคแล้วหามแห่ด้วยฆ้องกลองเป็นขบวน ไปถึงที่วัดก็ทำพิธีถวายแคร่ จากนั้นก็จุดเป็นพุทธบูชาที่ลานหน้าวิหาร (ณรงค์ จี่หล้า. ชาวบ้านแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่, สัมภาษณ์, 21 พฤศจิกายน 2551)
ปัจจุบันประเพณีทานแคร่ที่จัดได้ยิ่งใหญ่ ได้แก่ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน (วีระชัย สมบัติใหม่. กลุ่มรักล้านนาบ้านโฮ่ง, สัมภาษณ์, 30 พฤศจิกายน 2551) โดยสภาวัฒนธรรมอำเภอบ้านโฮ่งร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านโฮ่งเป็นหลัก องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรเอกชน หน่วยงานราชการต่างๆ องค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานจัดงานประเพณีแห่แค่หลวง ประจำปี โดยมีกิจกรรมการประกวด “ต้นแค่หลวง” ของหมู่บ้าน ตำบล หน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชนต่างๆ ซึ่งการประกวดนั้น มีการตัดสินในเรื่องรูปแบบขบวน นางงามแค่หลวง (ธิดาแค่หลวง) ความคิดสร้างสรรค์ ความสวยงาม ฯลฯ ตลอดจนจัดให้มีการประกวดอื่นๆ เพื่อความบันเทิงและรักษาวัฒนธรรมเช่น ประกวดร้องเพลง บอกไฟดอก กระทงประดิษฐ์ แค่จำลอง เจดีย์ทราย เป็นต้น ประเพณีการแห่แค่หลวงบ้านโฮ่ง จัดขึ้นในวันเดือนยี่เป็งในทุกๆปี
ประสงค์ แสงงาม ผู้รู้ด้านประเพณีล้านนาประจำโครงการและคณะทำงานโครงการห้องสมุดที่มีชีวิต (Living Library) เพื่อพัฒนาสังคมการเรียนรู้ส่วนกิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลภาคเหนือจากสำนักหอสมุดและสำนักบริการเทคโนโลยีสารสนเทศ
กรกฎาคม 2552
ขอนำมาฝากกันค่ะขอบคุณข้อมูลดีๆ จากคุณวรารักษ์ พัฒนเกียรติพงษ์ บรรณารักษ์งานศูนย์สนเทศภาคเหนือด้วยนะคะ
และภาพเล่าเรื่องเกี่ยวกับงานประเพณีทานแคร่หรือแห่แคร่ ที่ฉันมี(เพื่อนชื่อวาสนา) พร้อมกับวาสนาของฉันพาไป ก็มีตามนี้ ไปชมภาพกันเลยค่ะ

เพื่อนฉันเล่าว่าที่บ้านดงฤาษี มีประชากรจำนวนราว 800 คน และงานประเพณีแห่แคร่ไปวัด จะมีแบ่งกันประมาณ 4 กลุ่ม ก่อนถึงเวลา ชาวบ้านแต่ละกลุ่มย่อยๆ จะช่วยกันตกแต่งต้นแคร่อย่างสวยงาม เพื่อแห่ไปประกวดจุดเผา...กันที่วัด

ในปีนี้บังเอิญพอดีที่งานทำบุญทอดกฐินประจำหมู่บ้าน เป็นวันเดียวกับงานประเพณียี่เป็ง คือวันเพ็ญเดือนสิบสอง ฉันจึงมีโอกาสได้ร่วมในงานบุญถึงสองงาน

การประกวดการจุดแคร่เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ณ วัดบ้านดงฤาษี นี้ ถ้าแคร่ของกลุ่มไหนสามารถจุดติดไฟและดับไหม้ได้ก่อนถือว่ากลุ่มนั้นชนะการประกวดไปค่ะ
สำหรับภาพในยามกลางคืนที่นำมาให้ชม อาจจะไม่ชัดเจน เพราะฉันมัวแต่ถ่ายภาพจากกล้องจริงเพลินไปหน่อย เลยได้ใช้กล้องจากโทรศัพท์มือถือถ่าย ปีหน้าหากมีวาสนามาพาไปชมจะเตรียมตัวเตรียมความพร้อมให้ดีกว่านี้นะคะ
เพียงเห็นภาพก็จับใจ หากได้ไปร่วมคงจับจิตมากๆๆ
นับเป็นวาสนาเช่นกันนะคะพี่ได้ชมภาพและอ่านเรื่องราวจากพี่ดาวสกาวใจ
ประเพณีแห่แคร่ น่านิยม และอนุรักษ์ไว้ อนุโมทนาบุญ พุทธบูชา ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
นาย วัลลภ ตังคณานุรักษ์ (ครูหยุย)
ขอบคุณค่ะอาจารย์ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้โอกาสไปชมงานประเพณีแห่แคร่อย่างใกล้ชิดเลยค่ะ
สวัสดีค่ะน้องปู
poo
ร่วมอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ
นอกจากงานบุญกฐิน งานทานแคร่ ยังมีจุดโคมลอยกันด้วยนะคะ
แล้วก็เป็นวาสนาของคนอ่านด้วยที่ได้รับทราบประเพณีดีๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน
ยินดีจ้าดนักตี้ได้ฮับฮู้ประเพณีของดีบ้านเฮาเจ้า...
ขออนุโมทนาบุญกุศลด้วยครับพี่หม่อม ;)
มาขอแบ่งบุญ ไม่มีวาสนา ได้F2F กันเลย อะ
สวัสดีค่ะ...
สวัสดีค่ะคุณครู
krugui Chutima
ขอบคุณค่ะ ปีหน้าไปชมให้เห็นความสวยงามของประทีปด้วยสายตาของเราเองนะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
Wasawat Deemarn
ขอบคุณค่ะ
เรียนท่านอาจารย์
JJ
เราต้องปลูกต้นวาสนาไว้เยอะๆ แล้วค่ะ อาจารย์เดินสายมาเชียงใหม่อีกเมื่อไรคะ
สวัสดีค่ะคุณ
บุษยมาศ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณ
สารินี ไกรพจน์
ขอบคุณค่ะ สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะน้อง อ.ดร.ขจิต
ขจิต ฝอยทอง
อิอิอิ ไม่ได้คุยด้วยซะนาน สบายดีนะคะ ยี่เป็งปีหน้าจัดโปรแกรมมาเที่ยวกันไหมคะ
สาวน้อยจะกลับบ้านสัปดาห์หน้า + อยู่กวนใจยาวเกือบสิ้นเดือน มค. แน่ะค่ะ
ครูนาย
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณหม่อมต๋อยที่ไปค้นคว้าหาข้อมูลมาเพิ่มเติม ตัวผมเห็นประเพณีนี้มาตั้งแต่เกิดยังไม่รู้ข้อมูลแบบนี้มาก่อนเลย รู้แต่ว่าตอนเด็กๆถึงวันคืนยี่เป็งจะสนุกมาก ค่ำลงจะจุดประทีปทุกเสารั้วบ้านแล้วร่วมแห่แคร่หลวงไปจุดถวายที่วัด พอโต(แก่)ไม่ค่อยได้ไป มีอยู่ปีนึงเรากลับบ้านตรงกับยี่เป็งพอดีก็เลยบอกเจ้าอาวาสว่าจะมอบรางวัลให้ที่1หนึ่งพันที่2แปดร้อยที่3ห้าร้อยปรากฎว่าชาวบ้านแข่งกันทำใหญ่ อ้อทั้งหมดที่หมู่บ้านมี6หมวดจ้ะไม่ใช่4 แต่ละหมวดก็รวมกลุ่มช่วยกันทำโดยหาวัสดุจากพื้นบ้านเช่นฐานโคมใช้มะละกอดิบ แล้วใช้ไม้ไผ่เหลาติดกระดาษ ปักเทียนด้านในโคม แต่ละแคร่ก็ตกแต่งตามวิถีชาวบ้าน แครใครไหม้ติดไฟสวยไหม้ดีก็จะดีใจกัน
ใครอยากชมก็ไปชมไปร่วมทำบุญกันได้มีทุกปีคืนยี่เป็งครับ
ขอบคุณค่ะแดง เจ้าของหมู่บ้านมาเองเลย....เดี๋ยวขอเอาไปแก้ไขในบันทึกนะ