ในเวที SHA Conference & Contest ปีนี้ ใช้ Theme “ความงามและความหมาย...นิยามใหม่ของงานคุณภาพ” โดยสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) วันที่ ๑๕ – ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ โรงแรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพฯ
ผมมีโอกาสไปพูดคุยประเด็น “การถอดบทเรียน” เช่นเคย เพราะทำหน้าที่ผู้ถอดบทเรียน SHAให้กับ สรพ.มุมมองจนไปถึงผลผลึกของการถอดบทเรียนจึงอยู่ในความสนใจของคนทำงานว่า เมื่อถอดบทเรียนแล้ว ได้เห็นอะไรบ้าง? บทเรียนเหล่านั้นสามารถประยุกต์ใช้ในองค์กรอื่นๆได้อย่างไร?
ในเวทีที่โรงแรม อิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค ใน session “การถอดบทเรียน...สิ่งน่ารู้ในการนำองค์กรสู่ความยั่งยืน”
|
นายเเพทย์วราวุธ สุรพฤกษ์ |
นายเเพทย์สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์ |
------------------------------------------------------------------------------------------
มีผู้ร่วมเสวนา คือ นายแพทย์วราวุธ สุรพฤกษ์,ผม เเละนายแพทย์สุรชัย ปัญญาพฤทธิ์พงศ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงเศษในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนเวที ผ่านการนำเสนอ พูดคุยบนเวที
ผมคิดว่าหลายท่าน หลายโรงพยาบาลเลยทีเดียว โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่ผมมีโอกาสเข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย ได้แก่ รพ.รามัน,รพ.กะพ้อ,รพ.อุบลรัตน์ และ รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย ก็อยากจะฟังเรื่องราวของตนเองเหมือนกันว่าผู้ถอดบทเรียนจะสะท้อนอะไรบ้าง
ซึ่งส่วนหนึ่งผมก็ได้สรุปให้ฟังไปแล้วบ้างเล็กน้อยในโรงพยาบาล แต่บทเรียนที่ผ่านการสังเคราะห์ เขียน นำเสนอ ตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี เป้าหมายต่อไปก็คือ HA forum ในปีหน้า (อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้) น่าจะได้เห็นหนังสือถอดบทเรียนที่เป็นงานสังเคราะห์เพื่อให้ได้เรียนรู้กัน นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของผลงานทางด้านเอกสาร
ส่วนมุมมองที่สรุปประเด็นได้ก่อนไม่ว่าจะความรู้สึกที่ดีต่อโรงพยาบาลที่ผมมีโอกาสเข้าไปเรียนรู้ ความรู้สึกที่ดีงามกับผู้คนในโรงพยาบาลเหล่านั้น ยังคงตราตรึงอยู่เสมอๆ
ผมเคยเปรยกับคนใกล้ชิดว่า ผมอยากทำดีให้ได้เหมือนคนทำงานในโรงพยาบาลเหล่านั้น ผมโชคดีที่ได้มีโอกาสสัมผัสเรื่องราวดีงาม ได้รู้จักคนทำงานทุ่มเท พลังของความรักที่บุคลากรทางการแพทย์มีต่อคนไข้ของพวกเขา ดังนั้นเวลาที่ผมไปเรียนรู้ในแต่ละครั้ง ผมกลับมาก็ได้พลังกลับมาสานต่องานของตัวเองทุกๆครั้ง
สำหรับมุมมองการถอดบทเรียน...ในงาน SHA Conference & Contest
ผมแบ่งการนำเสนอออกเป็น ๓ ส่วน ได้แก่ “การถอดบทเรียนคืออะไร?” ประเด็นต่อมาโพกัสไปที่ “มุมมองคนนอกระบบที่มองระบบสุขภาพ” และประเด็นสุดท้าย “การก้าวต่อ ปัจจัยความสำเร็จที่ได้จากการถอดบทเรียนคืออะไรบ้าง?”
การนำเสนอจะไม่เน้นเรื่องวิธีวิทยาการถอดบทเรียนแต่ก็เกริ่นให้ผู้เข้าร่วมรับฟังได้รู้ว่า “บทเรียน”นั้นได้มาอย่างไร? กว้างๆ และผมคิดว่าประเด็นที่กว้างๆ คือ กระบวนการถอดบทเรียนมีองค์ประกอบเบื้องต้นคือ “บรรยากาศที่สร้างสรรค์ เป็นธรรมชาติ มิตรภาพ ปลอดภัย และมีความสุข” นี่เป็นกระบวนการที่เปิดให้นักถอดบทเรียนสร้างวิธีวิทยาใหม่ๆที่ดีกว่ายิ่งขึ้นไป บุคคลสำคัญในการถอดบทเรียนก็คือ คุณ FA หรือ Facilitator ที่ต้องเป็นผู้รังสรรค์บรรยากาศแห่งการเรียนรู้ทั้งหมด รวมไปถึงการ “ตั้งประเด็น เข้าสู่ประเด็น จับประเด็น คลี่คลายประเด็นและสะท้อนประเด็นกลับ” ผลของการถอดบทเรียน เราก็ได้ “บทเรียน” และบทเรียนนั้นเป็นของสดใหม่มีพลัง แต่ก็เพียงชั่วคราว บทเรียนในวันนี้ วันพรุ่งนี้อาจจะมีพลังน้อยลง ดังนั้นจำเป็นต้องมีวัฒนธรรมการถอดบทเรียนสม่ำเสมอในองค์กร
มุมมองงานพัฒนาคุณภาพผ่านสายตาคนนอกระบบสุขภาพ ตรงนี้หมายถึง มุมมองผ่านตัวผมเอง ที่มองระบบสุขภาพอย่างไร?
คน :
ต้นทุนที่มีคุณค่า คนในสายสุขภาพ ถือว่าเป็นกลุ่มที่มี IQ ค่อนข้างดี และกลุ่มนี้เองเมื่อได้มาทำงานที่เกี่ยวข้องกับชีวิต การทำงานเพื่อการ “ให้” วิถีการทำงานก็กล่อมเกลาทำให้คนในระบบเป็นบุคคลที่ถูกพัฒนาทางด้านในผ่านการทำงานตลอดเวลา พลังความรู้ กับพลังความดีจึงผสานพลังบวก
ระบบที่ซับซ้อน :
ผมมองว่าระบบใดๆก็ตามล้วนซับซ้อน และ ระบบสุขภาพก็ซับซ้อนไม่แพ้ระบบอื่นๆ ยังไม่พอในความซับซ้อนจำเป็นจัดระบบด้วยงานพัฒนาคุณภาพ คลี่คลายความยุ่งเหยิง ไปสู่ความง่าย การทะลุผ่านความโกลาหลไปสู่ความง่ายนี่เองทำให้งานทางด้านสุขภาพ ผลิตนวัตกรรมใหม่ๆออกมามากมาย
กระบวนการพัฒนาคุณภาพ :
เป็นการปรับเปลี่ยนสู่สมดุล นับจากวันเริ่มมี HA จนถึงวันนี้ กระบวนการพัฒนาคุณภาพก็เปลี่ยนแปลง ปรับระบบเรื่องมา เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทย
ไม่ว่าจะเป็น สรพ.ที่พยายามคิดกระบวนการ ทักษะใหม่ๆ ที่มาช่วยให้งานพัฒนาคุณภาพขับเคลื่อนไปอย่างมีพลังและมีชีวิตชีวา
ในระดับ รพ.ก็ค้นตัวตนกันขนานใหญ่ เมื่อพบจุดแข็งของตัวเอง ก็ขยายจุดแข็ง ทบทวนจุดอ่อน ก้าวต่อไปอย่างน่าชื่นใจ
ในระดับปัจเจกก็พัฒนาตัวตนอย่างไม่ลดละด้วยความเป็นบุคลากรสายสุขภาพที่ถูกกล่อมเกลาทางสังคมผ่านการงานส่วนหนึ่ง และจากทักษะ โอกาสในการพัฒนาที่ทางองค์กรให้โอกาสคนออกไปพัฒนาทักษะต่างๆ
“ปัจเจกที่ดี เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรที่เข้มแข็ง”
ดังนั้นเมื่อคนที่ดี มีคุณภาพ องค์กรก็เป็นองค์กรคุณภาพเช่นเดียวกัน
การก้าวไป :
ผมมองว่า หากจะขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพให้ได้ดีนั้น ต้อง “เปิดใจ ยกระดับ ปรับตัว”
เข้าใจว่าการพัฒนาคุณภาพเป็นพลวัต มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องสอดคล้องกับ บริบทขององค์กร สอดคล้องกับสถานการณ์รอบตัวที่เปลี่ยนไปให้เท่าทัน
ปัจจัยที่เอื้อต่อความสำเร็จในกระบวนการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล
ผู้นำ :
มีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งกระบวนการนำและการบริหารที่สอดคล้องสมดุล การผสมผสานศาสตร์และศิลป์ และการร่วมมือกับการแข่งขัน ที่ใช้เป็นกลวิธีขับเคลื่อนองค์กรอย่างพอเหมาะพอดี
Facilitator:
ผมมองว่า “ทีมนำ” มีบทบาทเป็น FA ในโรงพยาบาลหนึ่งๆ โดยธรรมชาติ และ FA เหล่านี้มีทักษะการนำ ทักษะการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ดีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว “Facilitator จึงเป็นขุมพลังที่มีคุณค่าขององค์กร”
และหากจะยกระดับกลุ่มนี้ผมมองไปถึงการเป็น Change Facilitator ไปถึงระดับที่สามารถเปลี่ยนแปลง (Change) ตัวเองจากด้านในและเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในองค์กรไปด้วย
ทุนประเดิม :
ในโรงพยาบาลเราคุ้นชินกับกระบวนการพัฒนาคุณภาพที่เข้ามาผ่านตัวย่อต่างๆ นับตั้งแต่ TQM,5ส จนถึง HA และSHA ในปัจจุบัน ทั้งหมดเหล่านี้เป็น “ทุนประเดิม” ที่เราต่อยอดจนกระทั่งเกิดภาพของความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม เช่น accredit ผ่าน เป็นต้น

วิธีคิดอื่นๆที่สำคัญ :
ได้แก่ แนวคิดเรื่องการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ (Humanized Health Care), แนวคิดองค์กรที่มีชีวิต (Living Organization), แนวคิดเรื่องนวัตกรรม(Innovation),การสร้างวิสัยทัศน์ที่ดีพอ (Good Enough Vision) การออกแบบระบบที่สอดคล้องกับสถานการณ์ หรือบริบท
จากแนวคิด สู่การปฏิบัติ
- ระบบที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลง ยืดหยุ่น สมดุล ระหว่าง บริบท กับ มาตรฐาน (ที่เป็นเพียงแนวทางการตัดสินใจ)
- การวางระบบ การเชื่อมต่อระหว่างระบบบริหารคุณภาพ (Quality Management System) กับการบริหารองค์กรสู่ความเป็นเลิศ (Management for Performance Excellence)
- การพัฒนาบนฐานความรู้ (Knowledge based)
- การแสวงหากระบวนการทำงานที่ง่ายกว่า
- การเทียบเคียง (Benchmarking) เข้าใจ เท่าทัน ทั้ง บริบท วิธีการ เป้าหมาย
- การพัฒนามิติด้านจิตวิญญาณ (Spirituality)
- การเยียวยาด้วยเรื่องเล่า(Narrative Medicine)
- AI : Appreciative Inquiry สำรวจและหาแก่นสารทางด้านบวก (Positive Core) เปิดใจมองหาศักยภาพ การปรับเปลี่ยนอย่างมีชีวิตชีวา
- ผัสสะและสุนทรียภาพ (Aesthetics) เยียวยาและปลุกปลอบ
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ของ SHA
หากจะกระชับให้เห็นชัดเจนมากขึ้น (จากประสบการณ์ค้นพบจากการเข้าไปเรียนรู้ ๔ รพ.) ผมสังเคราะห์ออกมาดังนี้
- การสร้างวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ วัฒนธรรมครอบครัว วัฒนธรรมการจัดการความรู้
- ทีมงาน TEAM : “TALENT wins the game, but TEAM wins the championship” (ไมเคิล จอร์แดน)
- การประยุกต์ใช้ LEAN, R2R และอ่านเพิ่มเติม Lean คืออะไร ,Lean Management SystemLEAN and Seamless
-
การดึงเอาเครือข่ายนอกโรงพยาบาล มาเป็นกัลยาณมิตร และช่วยกันในการพัฒนาระบบสุขภาพ ซึ่งก็หมายความถึงการพัฒนาระบบคุณภาพของโรงพยาบาลไปด้วย
-
กระบวนการจัดการความรู้ ทำให้การขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพมีพลังอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม ผมฝากทิ้งท้ายไว้ก่อนจบ session ในวันนี้ว่า
คุณภาพนั้นเป็น 'วิถี' เเละเราจะทำคุณภาพอย่างไร ก็คงต้องตอบว่า ' ทำในแบบของเรา' เหมาะสมกับองค์กร เเละมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล เพียงพอในการขับเคลื่อนองค์กรที่มีคุณภาพ
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
โรงเเรมอิมพีเรียล ควีนส์ปาร์ค,กรุงเทพฯ
๑๖/๑๒/๕๓
รีบกลับ กทม.เพราะมีงานนี้ใช่ไหมคะ
ให้ปัญญากับคนรอบข้างและสังคม
"วัฒนธรรม" เป็นสิ่งที่ดีงาม การสร้างวัฒนธรรมหลายๆอย่างจึงควรริเริ่มค่ะ จะได้มีคนสานต่อไปเรื่อยๆและหลากหลายค่ะ
ครับพี่นก
ช่วงที่ผมอยู่ที่ปาย(กลับไปเยี่ยมบ้าน) ก็นั่งทำการบ้านอีกเยอะเลย ทั้งเตรียมงานของน้องสาวไปด้วย...
ทำงานตลอดเวลาก็ว่าได้ครับ
พี่สบายดีนะครับ มีโอกาสคงได้เเลกเปลี่ยนกันอีกครับ :)
ชอบคำพูดนี้คะ
"คุณภาพนั้นเป็น “วิถี” จะทำคุณภาพอย่างไร ก็ต้องตอบว่า ทำในแบบของเรา เหมาะสมกับองค์กร และมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล"
เพราะที่ทำอยู่ ก็ทำในแบบของ เรา รพ.ของเรา วิถีชีวิตของเราเอง
ขอบคุณครับ พี่เจษฏา
ผมดีใจที่ได้เจอพี่ที่งาน SHA วันนี้นะครับ...
พี่น่ารัก ร่าเริงเสมอ เห็นพลังในตัวพี่เสมอเวลาเจอกัน
ขอให้พลังนั้นสถิตย์อยู่กับท่านนะครับ :)
สวัสดีค่ะน้องเอก
ภาพนี้ถ่ายกับ พี่อังคณา นีละไพจิตร เมื่อคราไปที่มาเลเซียครับ ..
//////////////////////////////////
พี่ตาลครับ
ขอบคุณครับสำหรับมิตรภาพที่งดงามผ่านการ AI ผ่านบันทึก รวมไปถึงการได่มีโอกาสพูดคุย เจอตัวเป็นๆมาเเล้ว
พี่ตาลเป็นครูที่ความมุ่งมั่นมาก...
ผมขอให้กำลังใจนะครับ
สวัสดีค่ะ
มารับเอาสิ่งดีๆที่นำองค์กรสู่ความยั่งยืนค่ะ..ชอบประโยคนี้จังค่ะ.....
“เปิดใจ ยกระดับ ปรับตัว” เข้าใจว่าการพัฒนาคุณภาพเป็นพลวัต มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้องสอดคล้องกับ บริบทขององค์กร สอดคล้องกับสถานการณ์รอบตัวที่เปลี่ยนไปให้เท่าทัน.
คงมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อไปนะคะ....
นำภาพบรรยากาศมาประกอบครับ
สวัสดีครับ คุณมาตายี
ระบบการพัฒนาคุณภาพของหน่วยงานสาธารณสุข หากถอดบทเรียน ออกมาเเล้วผมคิดว่าหน่วยงานอื่นๆ(นอกเหนือหน่วยงานสุขภาพ) ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วยครับ
สวัสดี ครับ คุณจตุพร
ชื่นชมคุณ นะครับ
มองมุมไหน ...ก็เก่งทุกมุม
มีความสุขในหน้าที่การงานและเรื่องส่วนตัว ทุก ๆ เรื่อง นะครับ
ผมอยากเห็นผลงานการถอดบทเรียนที่เป็นลายลักษณ์อักษร (เชิงรูปธรรมซักครั้ง)เพราะที่ผ่านมาพูดกันเสียส่วนใหญ่เป็นวิทยาทานครับ
ชื่นชมและขอซึมซับเรื่อง การถอดบทเรียน ที่พี่แก้วเคยพยายามทำความเข้าใจ
อ่านแล้ว ทำให้รู้เรื่องดีขึ้นค่ะ
ขอบคุณที่มอบสิ่งดีดีให้บุคลากรสุขภาพเสมอ...
คุณค่าของบทความ สะท้อนคุณค่าของผู้เขียน ไม่ได้แวะมาเยี่ยมเยียนกันนานคิดถึงครับ น้องจตุพร
พี่อุ้มบุญ...
บันทึกหลังจากเสร็จเวทีครับ อยากให้คนที่รออ่านได้เรียนรู้ไปด้วยกัน ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่เราต้องเรียนรู้ ดังนั้นก็ต้องจัดการความรู้ สร้างเเละใช้ความรู้กันไปเรื่อยๆ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณ อ.หมอ JJ ครับ
ผมไปอ่านบันทึกที่อาจารย์สรุปอย่างรวดเร็วข้างเวทีเเล้ว ต้องขอบคุณมากๆครับ
กระชับ เเละ เข้าใจได้ง่าย :)
คุณเเสง ครับ
ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ อย่างไรผมคิดว่า คนในวงการสุขภาพทำงานคุณภาพกันจริงจัง หากมีส่วนบ้างในกระบวนการนี้ เป็นเรื่องที่ผมภาคภูมิใจครับ
ดร.ปัญญา ครับ
เป็น "รูปธรรม" นี่หมายความลึก ตื้น ขนาดไหนครับ...
ธรรมดาของบทเรียน หรือ ผลผลึกความรู้เองก็เป็นเพียงชุดความรู้ที่สะท้อนเข้าไปในระบบ ส่วนรูปธรรมในการต่อยอด หรือ ประยุกต์ใช้ ก็คงเเล้วเเต่องค์กรนั้นๆเเล้ว ปัจจัยที่ผลักดันทำให้เกิดรูปธรรมนั้น งานถอดบทเรียน เป็นเพียง ฟันเฟืองหนึ่ง เท่านั้นครับ
หากมองระบบอย่างเปิดใจ เราก็จะรู้ว่าความสำเร็จกระบวนการใดๆก็ตามที่พยายามทำกันให้ระบบมันเคลื่อน ทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงกัน คิดเป็นส่วน เลือกดูเพียงบางส่วน ก็อาจไม่มองไม่เห็นความสำเร็จที่เเท้จริงได้
ส่วนถอดบทเรียนที่มีผลทันที ที่เราทำกันในวงเรียนรู้ ก็เป็นการ AAR ที่สะท้อนให้คนทำงานได้เห็นตัวตนในทันที แบบนี้เรียกรูปธรรม ในความหมายของ ดร.ปัญญา ไหมครับ...
ขอบคุณครับ พี่แก้ว ครับ
สิ่งดีๆในวงการสุขภาพมีมากมายครับที่ให้เราได้เรียนรู้ ผมคงจะเป็นผู้ช่วยถ่ายทอดได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น...
ในวันที่พูดคุยที่ อิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค คุยเรื่องวิธีวิทยาเพียงเกริ่นๆครับ เน้น เรื่องของการสร้างบรรยากาศในการถอดบทเรียน เเละ คนเป็น Facilitator ที่ทำหน้าถอดบทเรียน... สองปัจจัยที่สำคัญ ส่วนรูปแบบนั้นผมคิดว่าสร้างสรรค์กันเอาเองครับผม
ขอบคุณครับครู พิสูจน์ ครูเพื่อศิษย์
เมื่อวานผมพูดคุยเรื่องครูเพื่อศิษย์ ที่ งานวิชาการของมหิดล ทำให้ผมคิดถึงครูหลายๆท่าน รวมทั้ง ครูพิสูจน์ด้วย
นานพอสมควรทีเดียวครับที่ครูเงียบหายไป ไม่รู้ว่าที่โรงเรียนของครูก้าวหน้าไปถึงไหนเเล้ว หากมีโอกาสได้จับงานครูเพื่อศิษย์อีกครั้ง ผมต้องไปตามหาครูถึงที่โรงเรียนเลยครับ