มีประโยคทางการศึกษา
ที่ถือเป็นวรรคทองกล่าวไว้ว่า

ครูธรรมดา ๆ เพียงแค่เล่าให้ฟัง
ครูที่ดีจะอธิบายให้กระจ่าง
ครูที่เยี่ยมย่อมสาธิตให้ดู
ครูที่ยิ่งใหญ่จะสร้างแรงบันดาลใจ

แรงบันดาลใจ คืออะไร
คำตอบก็คือ ทักษะความสามารถในการสร้างกำลังใจ
ในการเรียนรู้และปรับตัวต่อทุกสรรพสิ่งด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง

แรงบันดาลใจ นั้นจะสร้างได้อย่างไร
คำตอบก็คือ การสร้างความเชื่อมั่นว่ามนุษย์สามารถที่จะเรียนรู้
ด้วยตนเอง หากไม่สร้างแรงบันดาลใจตรงนี้แล้ว แม้จะมีวิธีการเรียน
การสอนที่ดีสักปานได ก็ไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ

ทำไมครูที่ยิ่งใหญ่นั้นจะสร้างแรงบันดาลใจ
ก็เพราะว่า การกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เกิดแรงบันดาลในการเรียนรู้ด้วยตัวเขาเอง
เพราะชีวิตเป็นของเขาหากเขามีแรงบันดาลใจที่ดีก็จะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
ข้ามพ้นจากการเล่า การอธิบาย การสาธิต ของครู แต่จะเสาะแสวงหาความรู้
จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายในโลกนี้ จะประยุกต์ความรู้ให้ตกผลึกเป็นของ
ตนเอง

ผมอยากเติมครูที่ยิ่งใหญ่เพิ่มเติมว่า
เมื่อผู้เรียนสามารถพึ่งตนเองและเจริญก้าวหน้าในการแสวงหาความรู้ได้ตลอดชีวิต
ได้ผลตามที่ตนเองและสังคมปรารถนาแล้ว แค่ รู้ และ ปล่อยวางเสีย ก็จะเป็นครู
ทียิ่งใหญ่ เพราะการก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ ของผู้เรียนเป็นการก้าวข้ามผู้สอนไปเสียแล้ว
การปล่อยวางและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ให้กับผู้เรียนอื่น ๆ ต่อไปอีกจึงยิ่งใหญ่
ไปกว่าเดิม ถ้าจะยิ่งใหญ่กว่านั้นต้องไม่มี ตัว(กรู)ครู ของ(กรู)ครู
ดังที่กวี ศรีเลบานอน คาลิล ยิบราน กล่าวไว้ว่า

ไม่มีมนุษย์ใด อาจเปิดเผยสิ่งใดแก่เธอได้ นอกจากสิ่งที่ได้นอนซบเซาอยู่ก่อนแล้ว ในขณะรุ่งอรุณแห่งปัญญาของเธอเอง ครูผู้เดินอยู่ภายใต้ร่มเงาโบสถ์ ในท่ามกลางสานุศิษย์มิได้ให้ปัญญาของท่าน แต่ให้ความเชื่อมั่นและให้ความรักแก่ศิษย์ ถ้าท่านเป็นปราชญ์อย่างแท้จริงแล้ว ท่านจะไม่นำเธอก้าวล่วงเข้าสู่เคหาสน์แห่งปัญญาของท่าน แต่จะนำเธอไปสู่แทบธรณีแห่งดวงจิตของเธอเอง
นักดาราศาสตร์ อาจกล่าวให้เธอฟังถึงความเข้าใจของเขาต่อท้องฟ้า แต่เขาก็ไม่อาจหยิบยกความเข้าใจอันนั้นแก่เธอได้
นักดนตรี อาจร้องทำนองเพลงทั้งหลายอันมีอยู่ในห้วงเวหาให้เธอฟัง แต่เขาก็ไม่อาจให้โสตอันสดับจับทำนอง หรือสำเนียงอันร้องสะท้อนรับทำนองนั้นแก่เธอได้...


อัลมุสตาฟาสรุปว่า “เพราะว่าการเห็นของบุคคลหนึ่ง ไม่อาจให้ปีกแก่บุคคลอื่นขอยืมได้”