ความเดิมตอนที่แล้ว วันที่ ๔ ธันวาคม  พวกเราชาวจิตอาสาจำนวน ๑๕ คน ได้พาน้อง ๆ ผู้พิการทางสายตา แขน  ขา  จำนวน ๑๕ คน ไปเที่ยวที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ตามโครงการ "แบ่งความฝันปันความรัก"  กับรายการบัลลังก์คนดี  และ ททท.  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการเที่ยวหกเดือนเยือนหกที่ทำดีตามรอยพ่อ

 

ภาพถ่ายจิตอาสาทั้ง ๑๕ คนก่อนออกเดินทางจากบริษัทกันตนากรุ๊ป

             วันที่ ๕  ธันวาคม  ๒๕๕๓ เช้าวันใหม่ที่สดใส  พวกเราทุกคนตื่นขี้นรับอรุณกับบรรยากาศสบาย ๆ ที่โรงแรมลพบุรีอิน  รับประทานอาหารเช้าและออกเดินทางไปชม"วังนารายณ์คู่บ้าน" หนึ่งในคำขวัญของเมืองลพบุรีกันต่อไป  (อ่านเพิ่มเติม)http://www.funny2cu.com/legend/legend08.php  

             เมื่อเดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่บรรยายให้ความรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับความสำคัญของพระราชวังแห่งนี้     ซึ่งเปรียบเสมือนเมืองหลวงแห่งที่สองในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์

               น้องโอ๊บชอบประวัติศาสตร์เป็นพิเศษ  มีการบันทึกเสียงคำบรรยายเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก   และมีความสนใจซักถามบรรยากาศรอบกายตลอด      ฉันพยายามบอกเล่าเท่าที่จะทำได้   รู้สึกว่าการบรรยายของตัวเองเริ่มอ่อนล้า   หลังจากที่เมื่อวานนี้ใช้เสียงอธิบายให้น้องฟังอย่างเต็มที่   พยายามพูดให้รายละเอียดมากที่สุดเพื่อให้น้องเห็นภาพ   และให้คนฟังฟังอย่างมีความสุข

               ห้วงหนึ่งของความคิด  แค่ฉันดูแลน้องโอ๊บเพียงสองวันยังรับรู้ถึงภาระบางอย่างในการคอยบอกเส้นทางที่ก้าวเดิน   คอยตักอาหารซักถามในสิ่งที่น้องอยากจะรับประทาน    คอยพาไปห้องน้ำ  และช่วยเหลือด้านต่าง ๆ .... ฉันยังรู้สึกเหนื่อยพอสมควร  อดย้อนไปถึงพ่อแม่และพี่ ๆ  ที่คอยดูแลฉันตั้งแต่อยู่ในท้อง  จนเติบใหญ่ถึงวันนี้ก็ยังคอยดูแลห่วงใยเสมอ...ทั้งแม่และพี่ ๆ คงเหนื่อยไม่น้อยในการดูแลสารทุกข์สุกดิบของฉัน  เพราะความรักกระมังที่ทำให้มีคนมีพลังใจในการทำทุกอย่างเพื่อคนที่เรารักได้เสมอ

             ออกจากพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์  พวกเราก็เดินทางไปชมทุ่งทานตะวันกันต่อ    ช่วงนี้เป็นช่วงที่ดอกทานตะวันกำลังเบ่งบาน  เจ้าของไร่ทานตะวันเก็บค่าผ่านประตูในการเข้าชม คนละ ๑๐ บาท  หากต้องการนั่งรถชมทุ่งทานตะวันก็เสียเงินอีก ๑๐ บาท  "คนขยันย่อมหาทรัพย์ได้" จริง ๆ 

 
                

             ทุกครั้งที่ฉันเห็นดอกทานตะวันที่หันหน้าสู้แสงตะวันไม่เคยยอมแพ้      ยังเบ่งบานอยู่นานวัน  ดูอ่อนโยนและเข้มแข็งไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคและปัญหา     ช่างเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ยิ่งนัก

            จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อ  แวะไปรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร  และรีบกลับกรุงเทพมหานครเพื่อมุ่งสู่มาตุภูมิของแต่ละคน  

            วันเวลาสองวันที่ผ่านพ้นพวกเราทุกคนคงไม่เก็บอะไรไปนอกจากความทรงจำที่ดี  มิตรภาพบนความแตกต่างไม่ว่าจะเป็นร่างกาย  เพศ  วัย   ผิวพรรณ  อาชีพการงานแต่สิ่งเดียวที่เราไม่เคยแตกต่างกันก็คือ  คุณค่าของความเป็นมนุษย์ซึ่งต่างรักสุขเกลียดทุกข์กันทุกคน  ยิ่งเราเห็นคุณค่าของผู้อื่นมากเพียงใด  เรายิ่งมองเห็นคุณค่าของตนเอง
มากเพียงนั้น

             พวกเราชาวจิตอาสาต่างแลกที่อยู่เบอร์โทรศัพท์  และลองตั้งคณะกรรมการกันเล่น ๆ  มีพี่ประสิทธิ์เป็นประธาน   พี่ป้อมเป็นรองประธาน   ฉันเป็นเลขานุการ  และยังมีน้องหง่าวนางพยาบาลสาวคนสวยที่คิดว่าจะหาผู้สนับสนุน  พาน้อง ๆ ทุกคนไปเที่ยวกันอีกสักครั้ง...

             รถปรับอากาศพาน้อง ๆ ไปส่งที่จุดเดิม  รอยยิ้มที่สดใสของใครบางคนในวันก่อนวันนี้กลายมาเป็นคราบน้ำตา   พวกเราไปส่งน้องโอ๊บบริเวณสะพานลอยที่น้องคุ้นเคย   และต่างตกตะลึงที่เห็นน้องใช้ไม้เท้าสีขาวและก้าวขึ้นบันไดสะพานลอยด้วยความคล่องตัว  แต่ละก้าวหนักแน่นและมั่นคงไม่หวั่นไหวต่อความมืดมนของชีวิต  หากแต่สว่างไสวและยิ่งใหญ่ไม่หวั่นกลัว....นี่กระมัง  "เธอผู้ไม่แพ้"

            สุดท้ายฉันได้แต่ขอบคุณบริษัทกันตนากรุ๊ป    รายการบังลังก์คนดี  และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)ที่ให้พวกเราจิตอาสาทุกคนได้มีโอกาส "สานความฝันปันความรัก" ให้แก่น้อง ๆ ผู้พิการทั้ง ๑๕ คน  อีกทั้งได้มีโอกาส"เที่ยวหกเดือนเยือนหกที่ทำดีตามรอยพ่อ" ...และสำนึกถึงความรู้สึกที่สัมผัสได้ก็คือ "ความสุขอันยิ่งใหญ่ในชีวิตคือการช่วยเหลือ   และเป็นที่พึ่งของผู้อื่น"

หมายเหตุ  ขอบคุณภาพบางส่วนจากน้องแอน และน้องอี่เพื่อนร่วมทาง