"ผ่าน..ลมหนาว จะกี่คราวก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีใคร ให้ใจอุ่น..." อิอิ ขอเปิดบันทึกเดือนธันวาคมด้วยเพลงนี้เลยนะคะ ปีนี้อากาศค่อนข้างแปรปรวนซักหน่อย ดูเหมือนว่าจะหนาวมาเร็วตั้งแต่ตุลาคม แต่อยู่ๆก็กลับร้อนซะงั้น ร้อนๆหนาวๆ บางวันก็มีฝนตกลงมาให้แปลกใจเล่นๆด้วย ยังไงก็รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ 
ถ้าหนึ่งบอกว่าจะพาไปเที่ยวเชียงใหม่อาจจะรู้สึกว่า "เชียงใหม่อีกแล้วเหรอ.." อะไรประมาณนี้ แต่ถ้าบอกว่าจะไปเที่ยวฝาง "อื้ม...น่าสนๆๆๆ" จริงป่ะคะ ^^ งั้นเราไปกันเลยนะคะ ^^
สำหรับทริปนี้มีสมาชิกทริปแค่ ๒ ชีวิตคือหนึ่งและสามค่ะ
หนึ่ง+สาม และครอบครัวที่น่ารักของ พี่รวย ค่ะ
ครอบครัวของพี่รวย (กัลยาณมิตรที่น่ารักมากๆๆๆ) รอรับเราอยู่ที่ฝาง
ออกเดินทางกันเลยนะคะ
หนึ่งและสามออกเดินทางโดยใช้บริการรถทัวร์ VIP ของบริษัทศึกษาทัวร์ คืนวันที่ ๒ ธันวาคม ๕๓ ราคา ๖๑๓ บาท เราใช้เวลาเดินทางจากอุดรไปเชียงใหม่ทั้งหมด ๑๒ ชั่วโมงค่ะ เมื่อไปถึงอาเขต ประมาณ ๘ โมงเช้า หลังจากล้างหน้าล้างตากันเรียบร้อย เรารีบไปจองตั๋วกลับทันที (ช่วงนี้เป็นวันหยุดยาวหนึ่งกับสามเลยจองขากลับไว้เลยค่ะ กลัวกลับไม่ได้ อิอิ) เมื่อได้ตั๋วกลับแล้ว หนึ่งเลยสอบถามราคาค่ารถสองแถวที่จะไปส่งเรายังคิวรถตู้ช้างเผือก พี่เจ้าหน้าที่ขายตั๋วเค้าบอกว่า คนละ ๒๐ บาท และให้มาขึ้นรถที่ข้างหน้าอาเขต รถจะออกทันที แต่เราสองคนท้องเริ่มร้องซะแล้ว เลยมองหาร้านอาหารแถวๆอาเขต เดินลากกระเป๋ากันรอบๆ ก็ไม่เจอร้านอาหาร เจอแต่ร้านทำผม ซุ้มกาแฟ ร้านซ่อมรถ ทำให้เราสองคนมาลงตัวที่ร้านเดิมอีกครั้ง (เป็นร้านที่เราเคยมาแวะทานอาหารเช้าก่อนขึ้นรถตู้ไปเที่ยวปายเมื่อปีก่อนค่ะ)
หลังจากอิ่มท้องกันแล้วก็มาขึ้นรถสองแถวตามคำแนะนำค่ะ สอบถามราคาก่อนขึ้น เค้าบอกว่า คนละ ๓๐ บาท เราไม่รู้ระยะทางว่าไกล ใกล้ แค่ไหนแต่คนในพื้นที่เค้าบอกว่า ๒๐ ก็เลยต่อรองราคา ในที่สุดก็ลงตัวที่สองคน ๕๐ บาท เมื่อมาถึงคิวรถตู้ช้างเผือก เราสองคนก็ยังดูไม่ออกเลยค่ะว่านี่คือคิวรถตู้ อิอิ เป็นห้องแถวเล็กๆห้องเดียว ทำให้เมื่อรถจอดแล้วเราก็ยังนั่งนิ่งเฉย จนคนขับรถสองแถวขยับรถไปอีกหน่อยแล้วลงมาบ่นเป็นภาษาเหนือ ที่เราพอจะจับใจความได้ว่าเค้าต่อว่าพวกเราที่ไม่ใช่คนเชียงใหม่แล้วมาต่อราคาค่ารถเค้าน่ะค่ะ ประมาณนี้ งานนี้ทำให้หนึ่งรู้ว่าเวลาคนเหนือต่อว่า หรือด่ายังไงก็ตาม ก็ไม่สามารถเถียงสู้คนใต้ผสมอีสานอย่างหนึ่งกับสามได้ค่ะ ๕๕๕ เอ้ย!! ไม่ใช่ค่ะ เราใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ตกลงราคากันไว้เท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น สุดท้ายจะบ่นยาวยืดแค่ไหนก็ต้องแพ้ภัยตัวเองขับรถจากไปอยู่ดีค่ะ เราไม่แคร์ว่าคนขับรถสองแถวคนนั้นจะบ่นต่ออีกยาวนานแค่ไหน ก็เราไม่ได้ยินและฟังก็ไม่รู้เรื่องอยู่แล้วนี่คะ อิอิ ในที่สุดเราก็ได้ตั๋วรถตู้ VIP ไปฝางเรียบร้อย (ราคา๑๕๐บาทค่ะ) ระยะทางประมาณ ๑๕๐ กิโลเมตร นั่งรถไปหลับไป รถตู้สายนี้จะผ่านทางขึ้นดอยอ่างขางด้วยค่ะ ถ้ามากันเองเราก็คงต้องลงที่ทางขึ้นดอยอ่างขาง แล้วเหมารถสองแถวขึ้นไป แต่พี่รวยรอเราอยู่ที่ฝาง เพื่อจะพาเราไปเที่ยวสวนส้มธนาธร๒ เป็นแห่งแรกค่ะ เมื่อรถมาถึงคิวรถตู้ฝาง พี่รวยและน้องเมย์ก็รอเราอยู่แล้ว พี่รวยพาเราไปทานก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋นเจ้าอร่อยของฝางค่ะ แล้วไปต่อกันที่สวนส้มกันเลย ขอเล่าด้วยรูปดีกว่านะคะ ^^ ไปกันเลยค่า
ที่เห็นเป็นรูปส้มนั้นคือลูกมะเขือเทศการ์ตูนค่ะ (ไม่แน่ใจใช่ชื่อนี้รึเปล่า แหะๆ)
รถคันนี้ล่ะค่าที่เรานั่งชมสวนส้ม (คนละ ๓๐ บาท)
ระหว่างนั่งรถชมสวนส้ม ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำชนิดของส้มที่เรานั่งรถผ่านไปแต่ละสวนค่ะ
ต้นส้มที่ทางสวนเค้าเก็บไว้ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปค่ะ ที่นี่เค้าห้ามเก็บส้มจะถูกปรับลูกละ ๕๐๐ บาทค่ะ
แต่ถ้าเราเลือกชมสวนส้มด้วยรถคันนี้ เค้าจะคิดคนละ ๑๐๐ บาท จะสามารถเก็บส้มได้คนละ ๑กิโลค่ะ
มุมสวยๆอีกมุมค่า
บ้านสวยๆหลังนี้อยู่ในสวนส้ม และเจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องธิดาปลาร้า๒ ด้วยค่ะ (ใช่เรื่องนี้ป่าวน้อ อิอิ)
เมื่อชมสวนกันครบรอบแล้ว ก็รู้สึกคอแห้งเราเลยมาที่ซุ้มนี้ค่ะ น้ำส้มคั้นสดๆ ขวดก็น่ารักมากๆๆ หนึ่งชิมน้ำส้มคั้นสดๆแล้วยังเก็บขวดน้ำส้มกลับมาอุดรด้วยเลยนะคะ อิอิ
อีกมุมค่ะที่มาแล้วต้องถ่ายรูปเก็บไว้ อิอิ
และขอจบบันทึกนี้ไว้ที่รูปนั่งพักตรงสะพานนี้ก่อนนะคะ คงต้องมาต่อน้ำพุร้อนฝางในบันทึกหน้าซะแล้วค่ะ รู้สึกว่าจะยาวไปหน่อยแล้ว ไว้พบกันบันทึกหน้านะคะ ขอบคุณค่ะ