มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร
การผลิตครูจาก 4 ปีมาเป็น
5 ปี และจะเป็น 6 ปี ด้วยความคิด
ที่ว่า ถ้าหากเอาคนเก่งมาเรียนนาน ๆ
ที่สถาบัน ก็จะได้ครูเก่ง ครูดี สามารถ
แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับคุณภาพ
การศึกษาได้  ผมคิดอยู่ในใจว่าเด็ก
เจนเนอเรชั่นวาย ถึงแม้จะเป็นจีเนียส
ขนาดไหน เมื่อเข้าเรียนอุดมศึกษาจะเก่งเพียงแค่ท่องคำตอบ
ของอาจารย์เอาไว้สอบให้ได้คะแนนดี ๆ เท่านั้น ความรับผิดชอบ
ต่อสังคม คุณธรรม จริยธรรม นั้นไม่มีทางที่จะสอนกันได้ ยิ่งกักไว้
ในสถาบันนาน ๆ เท่าไร ก็จะยิ่งห่างจากชุมชนสังคมที่ตนเองจะต้อง
ไปสอนมากขึ้นเท่านั้น และวิชาต่าง ๆ ก็จะกลายเป็นวิชาการหอคอยงาช้าง
เมื่อเด็กเจนเนอเรชั่นวายได้เข้าไปทำงานจริง ซึ่งไม่ใช่ชีวิตของวิชาการแล้ว
แต่เป็นชีวิตจริง ที่มีระบบอุปถัมป์ ระบบโครงสร้างที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้มี
ความรู้แต่ยังเยาว์พรรษาได้ใช้ความรู้ความสามารถเต็มที่ แม้จะมีไฟแรงแค่ไหน
ก็จะถูกปรับตัวไปตามระบบ เพราะการศึกษาตลอดชีวิตที่เป็นแบบแสบสันต์
ในระบบความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ที่ผู้อยู่ใต้อำนาจต่ำที่สุดก็คือครูใหม่ไฟแรง
เหล่านี้ และสุดท้ายเมื่อได้เรียนรู้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจเหล่านั้นก็จะทำให้
เกิดการปรับตัวกลืนหายไปตามระบบ อันนี้คือการศึกษาตลอดชีวิตที่มีประสิทธิภาพ
ดังนั้น จะเรียน 1 ปี จนถึง 10 ปี ในสถาบันก็ไม่เป็นผลแน่นอน
นอกจากนั้นแล้วความรู้ต่าง ๆ ที่นักวิชาการต่าง ๆ เรียบเรียงเพื่อสอนนั้นจะต้อง
ประยุกต์ถึง 180 องศา ยิ่งบริเวณชายขอบซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก
ในพื้นที่ห่างไกลกันดาร มีครูน้อย ประยุกต์ศาสตร์ต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นเพื่อแก้ไข
ปัญหาเฉพาะบริบท เฉพาะพื้นที่ตลอดไป หรือคุณว่าอย่างไร