ตามเวลานัดประชุมชาวบ้านคือเวลา ๑๘.๓๐ น.  เพราะเป็นเวลาที่ชาวบ้านกลับจากการทำนาทำไร่  ฉันไปนั่งคอยและคุยกับคุณครูบรรพจน์ นักการภารโรง ผู้เฒ่าผู้แก่ และหลวงตา  เพื่อรอเวลา  และทราบว่า "คณะครูและนักเรียนกลุ่มจิตอาสา" ของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ที่ ๒๓  ได้เดินทางมาถึงแล้ว  และออกไปสำรวจหมู่บ้านเช่นเดียวกัน

           ก่อนเปิดการประชุมพวกเรานั่งล้อมวงกันรับประทานอาหาร โดยฝีมือของนักการภารโรงและภรรยา  มีหลวงตาเป็นผู้ถ่ายทอดวิธีการประกอบอาหาร

           คุณครูวนิดา บุญเกิด  นักจิตอาสาผู้รับผิดชอบโครงการค่ายวัยใสใฝ่อาสา  และคณะครู ๔ ท่าน  ได้นำนักเรียนตัวแทนของโครงการฯ มาร่วมประชุม ๑๐ คน คือประธานนักเรียนและตัวแทนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖  โครงการค่ายวัยใสใฝ่อาสาของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ที่ ๒๓  ได้เห็นความสำคัญของการเป็นผู้ให้กับสังคมโดยกระบวนการค่าย  ครั้งนี้ได้สำรวจพบว่าโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา  มีความขาดแคลนหลายด้าน  จึงมีความสนใจมาจัดค่ายฯ ที่นี่

          คณะนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ถึง ๖  จำนวน  ๒๒๐  คน  จะร่วมมือกันพัฒนาโรงเรียนบ้านห้วยกอกในวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๓   ได้แก่การมุงหลังคา  ซ่อมแซมประตูและทาสีโรงอาหาร  การจัดและตกแต่งห้องสมุด  การถางหญ้า  การปรับปรุงเรือนเพาะชำ  และทำแปลงผักสวนครัว  

          โดยชาวบ้านแต่ละครอบครัวจะรับให้นักเรียนชายหรือหญิงไปค้างคืนในครอบครัวของตนเอง ตามความเหมาะสม  และวันรุ่งขึ้นคือวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๓  นักเรียนเหล่านี้จะช่วยกันพัฒนาครอบครัวที่นักเรียนอาศัยค้างคืน  และเดินทางไปถอดประสบการณ์ที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

          โครงการค่ายวัยใสใฝ่อาสา  ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทอำพลฟูด  ด้านอาหารชาวค่าย  เสื้อยืดค่ายอาสา  อุปกรณ์ซ่อมหลังคา  และห้องสมุด  กระเบื้องมุงหลังคา  สีทาพื้นและผนัง  และจัดทำสวนหย่อม

          การประชุมได้ดำเนินการไปเกือบสิ้นสุด ดร.บัญชร  จันทร์ดา  ผู้อำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ที่ ๒๓  กลับจากราชการในจังหวัดและติดตามมาสมทบ  ซึ่งท่านกล่าวว่า "การจัดกิจกรรมค่ายอาสา  เป็นการสร้างเวทีให้เด็กมีจิตเมตตา  ในการเป็นผู้ให้กับสังคม  อีกทั้งฝึกให้เยาวชนอยู่ร่วมกันกับคนในสังคม  และเติบโตเป็นพลเมืองดี"

          สำหรับฉันได้ชี้แจงเรื่องการจัดกิจกรรม "จักรยานเพื่อน้อง" ในการทำดีถวายในหลวงเนื่องในวันพ่อแห่งชาติ  โดยโรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนาเป็นเจ้าภาพในการต้อนรับคณะจักรยาน  และโรงเรียนที่มารับจักรยาน

         ผู้ใหญ่บ้านและคณะกรรมการสถานศึกษา  มีความเห็นและยินดีที่จะให้ความร่วมมือเป็นเจ้าภาพ  โดยแต่ละคุ้มจะจัดอาหารแบบ "ข้าวหม้อ แกงหม้อ" คุ้มละ ๑ อย่าง  หมู่บ้านห้วยกอกมีจำนวนครอบครัวแบ่งออกเป็น ๓ คุ้ม นอกจากนี้ผู้ใหญ่บ้านได้ชี้แจงเกี่ยวกับการให้การต้อนรับคณะนักเรียน  รวมทั้งแขกผู้มาเยี่ยมโรงเรียน  และความสำคัญของทุกคนจะต้องส่วนร่วมในการพัฒนาโรงเรียน

         ผู้อำนวยการโรงเรียน  ได้เพิ่มเติมและขอรับผิดชอบในส่วนที่เหลือได้แก่น้ำดื่ม ผลไม้ และอาหารเพิ่มเติม  โดยกลุ่มจักรยานจะเป็นผู้มอบเงินให้โรงเรียนสำหรับการจัดการส่วนนี้  และจะจัดให้กลุ่มนักปั่นและแขกผู้ใหญ่ใจดี  นั่งล้อมวงกันรับประทานอาหารแบบพื้นบ้าน  เพื่อการได้บรรยากาศของการแลกเปลี่ยนอีกแบบหนึ่ง

         หลวงตาได้สรุปให้ข้อคิดแก่ชาวบ้าน  เกี่ยวกับความสำคัญของจิตอาสาหรือจิตสาธารณะ  รวมทั้งการเป็นพลเมืองดีของความเป็นผู้รับและเป็นผู้ให้  ถือว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งและส่วนสำคัญของสังคม สามารถอยู่และดูแลสังคมของตัวเองและสังคมของพลโลก

         การประชุมในวันนี้  ชาวบ้านมาประชุมด้วยความเต็มอกเต็มใจ  สังเกตจากใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส  ครบองค์ประกอบตามรูปแบบการบริหารจัดการ "บวร" วัดและชุมชนมีพื้นฐานที่เข้มแข็งและเข้าใจต่อบทบาทของการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา    และทำให้สถานศึกษาเป็น "โรงเรียนเพื่อเด็ก"  ที่มีรูปแบบการพัฒนาเป็นตัวของตัวเองอย่างมีกระบวนการ

        ขอแสดงความดีใจที่โรงเรียนบ้านห้วยกอกพัฒนา  จะมีกิจกรรมดี ๆ ที่ได้รับจากการดูแล  สนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีและสังคมในวันที่ ๑๒ ธันวาคม และ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๓ 

ผอ.ณัฏฐ์ และคุณครูวนิดา

คณะครูโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๓

นักเรียนกลุ่มจิตอาสาโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๓ และชาวบ้าน

นักเรียนกลุ่มจิตอาสาโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ๒๓

ประธานนักเรียน(จิตอาสา)  หลวงตา  ผู้อำนวยการ  ผู้ใหญ่บ้าน